
'จักรีนฤเบศร'นำเรือเล็กช่วยคนติดเกาะ
เรือหลวงจักรีนฤเบศรถึงเกาะเต่า เร่งนำเรือเล็กไปช่วยคนติดเกาะเต่า-เกาะสมุย "อภิสิทธิ์"ตรวจน้ำท่วมนครศรีธรรมราช พร้อมมอบถุงยังชีพผู้เดือดร้อน ด้าน"สาทิตย์" ย้ำช่วยน้ำท่วมใต้เร่งด่วน-เยียวยาเต็มที่ ขณะที่ชาวบ้าน ต.นาท่อม อ.เมืองพัทลุง ช่วยกันนำกระสอบทรายปิดก
(30มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้นายอิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์ ทีมข่าวระวังภัย รายงานจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร ว่า ขณะนี้เรือยังไม่สามารถทอดสมอ และนำเรือเล็กเข้าไปรับนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าได้ เพราะคลื่นลมแรงมากประมาณ 30 นอต หรือ 50-55 กม./ชม. ซึ่งเรือกำลังหาจุดเปลี่ยนเพื่อทอดสมอ โดยอยู่ห่างจากเกาะเตาะประมาณ 3 กม. สำหรับการช่วยเหลือนั้นจะนำเรือเล็กเข้าไปรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างเกาะเต่าประมาณพันกว่าคน และที่เกาะสมุยอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้น จะนำ ฮ.ซีฮอว์กขนถ่ายรับนักท่องเที่ยวไปยังสนามบินสมุย
ส่วนนักท่องเที่ยวอีกส่วนทางเรือหลวงจักรีนฤเบศรจะขนถ่ายไปที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ปัญหาคือยังไม่สามารถนำเรือเล็กเข้ารับนักท่องเที่ยวได้ ขณะที่เรือเล็กก็ไม่สามารถออกมาจากได้เช่นกัน เพราะคลื่นลมแรงมาก ถึงขนาดเรือหลวงจักรีนฤเบศรยังโคลงเคลง จนเจ้าหน้าที่ต้องนำยาดม และยาแก้เมาเรือมาแจกให้กับสื่อ อย่างไรก็ตาม ทาง ผบ.ทร.จะมีการแถลงถึงภาพรวมในการความช่วยเหลือผู้ที่อยู่บนเกาะต่อไป
ด้านน.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผบ.เรือหลวงจักรีนฤเศร ให้สัมภาษณ์รายการห้องข่าวรับอรุณ ถึงการให้ความช่วยเลหือนักท่องเที่ยวเกาะเต่า จ.สุรษษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้ได้เดินทางถึงเกาะเต่าแล้ว โดยสิ่งสำคัญก็คือต้องหาทางลำเลียงนักท่องเที่ยวจากเกาะเต่าขึ้นมาบนเรือ เนื่องจากมีอุปสรรคคือคลื่นลมยังแรงอยู่สูงประมาณ 3 เมตร และมีลม 50 กม./ชม. ขณะนี้เรือใหญ่ได้ทิ้งสมอห่างจากท่าเรือเกาะเต่าอยู่ 4 กม. ต้องใช้เรือเล็กขนคนเที่ยวละ 50 คนอาจต้องใช้เวลาเที่ยวละ30นาที-1ชม.จนครบพันคน และขณะนี้ได้ลองนำเรือ 2 ชั้นที่ชาวบ้านใช้นำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำมาทดลองเทียบก่อนว่า จะเทียบเรือใหญ่ได้ไหม การขึ้นเรือใหญ่จะอันตรายไหม ถ้าทำได้ก็จะช่วยได้อีก หวังว่าช่วงสายฟ้าจะเปิด ความเร็วลมลดลงจะขนย้ายนักท่องเที่ยวได้
นอกจากนี้ยังมีภารกิจนำเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยเหลือขนย้ายนักท่องเที่ยวที่เกาะสมุยด้วย ซึ่งมีติดอยู่ 80-100 คน โดยถ้าช่วยเหลือทั้งหมดแล้วจากทั้ง 2 เกาะ จุดแรกที่จะนำส่งคือท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันท์ โดยใช้เวลาเดินทางจากจุดที่จอดทิ้งสมอขณะนี้ถึงบางสะพานประมาณ 4 ชม.
เมื่อเวลา 08.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดประชุมสัมมนาทันตแพทย์ศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม ที่ อำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยและตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ รพ.ท่าศาลา และเวลา 14.00 น. นายกฯจะไปแจกถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ ถ.ราชประนุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีว่าการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ อำนวยการกำกับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการห้องข่าวรับอรุณ ถึงสถานการณ์ภับพิบัติในภาคต่างๆของไทย ว่า ขณะนี้ภาคเหนือเป็นเรื่องความหนาวเมื่อวานที่เชียงใหม่ มีวัวล้มตายหลายตัว ส่วนภาคอีสานเป็นเรื่องแล้ง สำหรับภาคใต้ประกาศภัยพิบัติไปแล้ว 8 จังหวัด ขณะนี้เป็นการช่วยเหลือเร่งด่วนเบื้องต้นก่อน ช่วยเรื่องสาธารณูปโภค และหลังจากนี้คือดูแลการเยียวยาหลังน้ำลด ซ่อมแซมบ้าน และหลังจากน้ำลดก็คงต้องดูแลอาจมีการช่วยเหลือด้านมาตรการภาษี ยอมรับว่าพืชผลทางเกษตรเสียหายเยอะมาก และเรื่องประมงก็เสียหายเยอะเพราะมีปัญหาเรื่องคลื่นลมแรง ในการประชุมก็มีการพูดถึงเรื่องเงินช่วย 5,000 บาท และทางคชอ.จะคุยกัน 8 โมงเช้าวันนี้
ส่วนหลักเกณฑ์เรื่องความช่วยเลหือที่ต้องช่วยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วม 7 วันขึ้นไปเป็นเรื่องของเที่ยวที่แล้ว ซึ่งภาคกลางท่วมเป็นเดือน แต่ในเที่ยวนี้เป็นเรื่องของน้ำป่าซัดบ้านพัง ก็ต้องดูหลักเกณฑ์กันใหม่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร คงต้องดูแผนที่ดาวเทียมเป็นหลักเพื่อดูพื้นที่ประสบภัยว่ามีตรงไหนบ้าง
"ตอนนี้ให้อำเภอละ 1 ล้านอยู่แล้ว จะทำยังไงให้ใช้เงินนี้ประสานทางจังหวัดก่อน นอกจากนี้ส่วนกลางก็ส่งไปช่วยอีก เมื่อวานอนุมัติ 22 ล้าน 4 แสน เพื่อส่งุงยังชีพไปช่วยเหลือ" นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ ยังยอมรับว่า ภัยพิบัติที่เกิดภาคใต้ขณะนี้ ไม่เคยมี ขนาดตัวเองเกิดที่ตรังก็ไม่เคยเห็นแบบนี้ ต่อไปนี้จะใช้ประสบการณ์เดิมมาวางมาตรการป้องกันคงลำบาก เพราะฉะนั้นต้องป้องกัน โดยให้ชาวบ้านที่รู้เรื่องทางกายภาคดีอยู่แล้ว มาดูแลเรื่องน้ำ ซึ่งวันพรุ่งนี้จะมีการคุยเรื่องนี้กันที่สภา อาจต้องดูเรื่องผังเมือง การก่อสร้าง ซึ่งต่อไปนี้คงต้องดูเรื่องการก่อสร้างที่จะกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า ชาวบ้าน หมู่ 7 ต.นาท่อม อ.เมืองพัทลุง ต่างช่วยกันตักทรายบรรจุกระสอบเพื่อนำไปเป็นแนวกั้นน้ำ จากคลองชลประทานนาท่อม ที่กำลังกัดเซาะถนนริมคลองด้านทิศตะวันตกของฝายชลประทานนาท่อมตลอดคืน โดยชาวบ้านได้มีการปักเสาเข็มเป็นแนวยาวกว่า 20 เมตร ก่อนจะวางกระสอบทราบเป็นแนวสูงเพื่อให้พ้นผิวน้ำประมาณ 3 เมตร เป็นแนวป้องกันน้ำจากฝายนาท่อมที่เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังในพื้นที่อำเภอริมเทือกเขาบรรทัดมีสภาพฝนตกหนัก เพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน วัด และโรงเรียนวัดนาท่อม
ในขณะที่ชาวบ้านอีก กว่า 500 ครัวเรือนในพื้นที่ ต.ดอนทราย ต.ชะมวง ต.พนางตุง อ.ควนขนุน ต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันกลางดึก เนื่องจากน้ำป่าจากฝายท่าแนะไหลหลากเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
นางเพ็ญฉัตร จันทร์สง่า อายุ 48 ปี ชาวบ้านผู้ประสพภัยในพื้นที่ ต.พนางตุง กล่าวว่า น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว โดยเอ่อล้นมาจากคลองด้านหลังบ้าน หลังจากสภาพฝนที่ตกลงมาล่าสุด สิงของภายในบ้านเสียหายหลายอย่าง เนื่องจากน้ำท่วมหลายระลอกและเพิ่มระดับขึ้น จนขนย้ายไม่ทัน ครอบครัวของตน ต้องขึ้นไปนอนบนชั้น 2 ของบ้าน เพราะชั้นถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
ด้านนายประยุทธ์ ฐานะวัฒนา กำนันต.แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บอกเมื่อวานคลื่นมาเป็ฯกำแพ งคลื่นสูงถึง4-5 เมตร ซัดถ.คอนกรีตกัน หมู่2หมู่3ถนนพังหมดแล้ว และวันนี้ ราวๆ 10-11โมง คลื่นลมแรงอีกหรือไม่ต้องเตรียมรับมือ ส่วน ชาวบ้านเตรียมตัวย้ายที่อยู่เพราะอยู่ติดทะเล กำลังขอย้ายทั้งตำบลห่างชายหาดออกมา150เมตรให้ห่างจากชายทะเลเข้าไปอีก แต่เคยทำเรื่องขอไปแล้ว แต่ไม่ผ่านเพราะติดว่าเป็นพื้นที่ป่า วันนี้่นายกฯ จะเดินทางมาในพื้นที่จะเตรียมยื่น ขออีก เพราะเราเข้ามาในพื้นที่ 150ไร่ที่ต้องการให้คน 2หมู่บ้าน ย้ายเข้าไปอยู่ในที่ปลอดภัย "ผมอายุ51ปีแล้ว ไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อน ถาม คนเฒ่าคนแก่ ก็บอกว่าไม่เคยเจอ มรสุมฝนตกในหน้าร้อน แบบนี้ " ชาวบ้านตะลุมพุกทำอาชีพประมง 2เดือนกว่าแล้ว ชาวบ้านตะลุมพุกไม่ได้ออกประมงประกอบอาชีพ ก็กินอาหารเท่าที่มี
ชาวบ้านแหลมตะลุมพุกคนหนึ่งบอกว่า "คนที่นี่ทำอาชีพประมงอาชีพเดียวตอนนี้ทำมาหากินไม่ได้ เป็นหนี้นอกระบบ เงินช่วยน้ำท่วมรอบที่แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วก็ยังไม่ได้"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น.วานนี้ (29มี.ค.) พล.ร.ต.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล เสนาธิการ ทัพเรือภาค 3 ผบ.ร.ล.บางปะกง กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาค 3 พร้อมด้วย น.อ.พุทธิพร สวาทสุต รองเสนาธิการทัพเรือภาค 3 ร.ท.ธรรมลักษณ์ โมรัษเฐียร หัวหน้าห้องเวชศาสตร์ใต้น้ำ โรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงา พ.จ.อ.รุ่งอรุณ อินทวงศ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ทัพเรือภา 3 พ.จ.อ.ระพีพัฒน์ รู้รักศรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพลเรือน พร้อมลูกเรือประจำการ เรือหลวงบางปะกง กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือพังงา อีกจำนวนหนึ่ง เข้าช่วยเรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ติดอยู่บนเกาะ ที่บริเวณเกาะสี่ หรือ เกาะเมี่ยง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีพายุฝนที่ตกลงมาและคลื่นลมแรง มีคลื่นลมสูงถึง 4 เมตร
นายแพทย์จรุงศักดิ์ อัศวเมธาพันธ์ อายุ 45 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลกันทลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณกองทัพเรือที่มาช่วยให้เดินทางกลับบ้านได้ ตนเองเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดพังงา และเดินทางไปที่หมู่เกาะสิมิลัน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ตอนเที่ยง ในขณะที่ตนเองลงดำน้ำก็เกิดฝนตกมีคลื่นนลมสูงผิดปกติ เลยรีบหนีขึ้นฝั่ง จากนั้นก็พักผ่อนบนเกาะสี่ อีกหนึ่งคืน ต่อมาก็พยายามที่จะให้เจ้าของเรือที่ติดต่อเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้ให้นำกลับท่าเทียบเรือทับละมุแต่ทุกคนก็ปฏิเสธเนื่องจากคลื่นลมแรงมาก และมีคลื่นสูงถึง 3-4 เมตร ตนเองจึงได้ติดต่อเพื่อนที่กรุงเทพเพื่อขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพเรือเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือครั้งนี้ ถือว่าน้ำใจทหารเรือดีมากจริงๆ นายแพทย์ผู้ประสบภัย กล่าว
พล.ร.ต.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 ผบ.ร.ล.บางปะกง กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาค 3 ได้กล่าวว่า ได้นำเรือออกไปรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่เวลา 12.15 น. ออกจากท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เพื่อไปนักท่องเที่ยวที่ได้รับแจ้งในเบื้องต้นว่ามีเพียง 116 คน แต่พอไปถึงเกาะสี่ คือที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก็จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมทั้งผู้ประกอบการอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องเดินทางกลับ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนมีความจำเป็นที่จะต้องกลับประเทศเพราะจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว สำหรับเรื่องอาหาร น้ำดื่ม บนเกาะสิมิลันนั้นยังไม่มีปัญหา สามารถอยู่ได้ 3-5 วัน และในขณะนี้ทางทัพเรือภาค 3 ยังได้รับรายงานเพิ่มเติมว่ายังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยที่ติดค้างอยู่ที่หมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา อีกจำนวน 76 คน ได้มอบหมายให้เรือหลวงล่องลม เดินทางไปรับแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้เช้าน่าจะเดินทางกลับได้ เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าว
ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ที่จังหวัดพังงายังมีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา



