
ปฏิบัติการฝ่ามรสุมช่วย7ชีวิตติดเกาะแกลบ
เย็นวันจันทร์ ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้เดินทางไปกับเรือของตำรวจน้ำ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ 6 นักศึกษาที่ติดอยู่ที่เกาะแกลบ อ.สวี จ.ชุมพร
เป็นคำสั่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และแน่นอนว่า "งานนี้ผมทำอย่างเต็มกำลัง"
เรือตำรวจน้ำจะออกเดินทางตอนตีสี่ แต่ด้วยความที่กลัวว่าตำรวจจะออกเรือไปก่อน ผมเลยต้องรีบตื่นแต่มืด โดยไปถึงสถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 6 (จ.ชุมพร) สังกัดกองบังคับการตำรวจน้ำ ตั้งแต่ตีสามครึ่ง เมื่อไปถึงกลับพบแต่ความเงียบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ผมตัดสินใจเดินทางไปที่ท่าเรือ ตรงไปเคาะเรือ พร้อมกับแนะนำตัวทันทีว่า "เป็นช่างภาพ จะขอติดเรือไปช่วยเด็กด้วย"
พี่ผู้ชายคนนั้น ซึ่งตอนหลังก็คือคนขับเรือลำ บอกว่าได้เลย เป็นอันว่าผมได้ขึ้นเรือครับ แต่กว่าเรือจะออกก็ปาเข้าไปประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ซึ่งก็เพิ่งได้ความรู้ว่า เรือจะไม่ออกเดินทางตอนกลางคืน เพราะมองไม่เห็นคลื่น
ทันทีที่เรือออก คลื่นลมค่อนข้างสงบมาก แต่เมื่อเรือออกสู่ท้องทะเล ผมแทบนั่งไม่อยู่ จนหลุดปากถามพี่ตำรวจน้ำที่นั่งอยู่ใกล้ๆ "พี่...ผมขอกลับได้ไหม" มันน่ากลัวมากครับ น่ากลัวกว่าที่ผมคิดเยอะ นี่เป็นการเดินทางทางเรือที่อันตรายที่สุดในชีวิตผมเลย
พี่ตำรวจน้ำบอกน้ำเสียงเข้มว่า "ไม่ได้หรอก ออกมาแล้วกลับไม่ได้จนกว่าจะช่วยนักศึกษาได้ก่อน ตอนนี้เสบียงเขาหมดแล้ว เราต้องไปช่วยเขา" คำตอบชัดเจนครับ ผมต้องเดินหน้าไปกับปฏิบัติการครั้งนี้
ยิ่งเรือออกไกลจากฝั่งมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ผมจะรู้ด้วยสัญชาตญาณว่า พี่คนขับเรือมีความเชี่ยวชาญในการขับเรืออย่างมาก แต่ผมก็รู้สึกหวาดหวั่นทุกครั้งที่คลื่นมหึมากระแทกใส่เรือ
ในที่สุดหลังใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เรือของเราก็ไปถึงเกาะแกลบ ผมมองเห็นน้องๆ นักศึกษาโบกไม้โบกมือแสดงอาการดีใจ พร้อมๆ กับเสียงแตรที่คนขับเรือกดส่งสัญญาณ วินาทีนั้นความกังวลของผมผ่อนคลายลง ความดีใจที่จะช่วยเด็กๆ เข้ามาแทนที่
แต่ด้วยชายฝั่งมีโขดหินจำนวนมาก เรือจึงไม่สามารถเข้าจอดเทียบท่าได้ พี่ๆ ตำรวจน้ำหารือกัน 2-3 นาที แล้วตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ 3 คนว่ายน้ำเข้าไปที่ฝั่ง พร้อมเชือกที่ด้านหนึ่งผูกติดกับเรือ และเสื้อชูชีพสำหรับทุกคน เจ้าหน้าที่เอาเชือกไปผูกกับต้นไม้บนฝั่ง แล้วให้ทุกคนซึ่งใส่เสื้อชูชีพแล้วเกาะเชือกค่อยๆ ลอยตัวเข้ามายังเรือ โดยมี เจ้าหน้าที่คอยช่วยประคับประคอง
นอกจากนักศึกษา 6 คนแล้ว ยังมีหนูน้อยวัย 9 ขวบติดอยู่ด้วย
"ผมได้แต่เอาใจช่วยอยู่บนเรือ ให้ทุกๆ คนมาถึงเรือโดยปลอดภัย ซึ่งระยะจากเรือไปถึงฝั่งก็น่าจะเกือบ 100 เมตร ซึ่งในที่สุดทุกคนก็ขึ้นเรือได้อย่างปลอดภัย"
แม้จะขึ้นเรือได้แล้ว แต่สีหน้าของทุกคนยังแสดงถึงความตื่นตระหนก บวกกับความอ่อนล้า เพราะต้องกินอาหารอย่างประหยัด และไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้
หลังจากใช้เวลาไปทั้งหมด 5 ชั่วโมงครึ่ง ปฏิบัติการช่วยชีวิต 6 นักศึกษากับ 1 เด็กหญิงก็สำเร็จลุล่วง โดยเส้นทางเดินเรือในครั้งนี้มีระยะทางทั้งสิ้น 12 ไมล์ทะเล (1 ไมล์ทะเลเท่ากับ 1,800 เมตร)
ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้ตำรวจน้ำทั้ง 8 นาย ซึ่งผู้ควบคุมเรือคือ พ.ต.ท.บุญเลิศ ศรีนวล และ ด.ต.สันติ บรรจง ผู้ขับเรือ
ด.ต.สันติ วัย 50 ปี เล่าว่า ขับเรืออยู่ที่นี่มา 29 ปี ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่าไม่ง่าย เพราะตอนแรกวางแผนจะไปช่วยเมื่อวาน (28 มี.ค.) แต่คลื่นลมแรงมาก จึงไม่ได้ไป
"ความจริงวันนี้คลื่นก็แรง แต่เรารอไม่ได้แล้ว เพราะเสบียงของเด็กๆ หมดแล้ว ผมดีใจมากที่ช่วยพวกเขาได้"
วัชรชัย คล้ายพงษ์



