ข่าว

สื่อนอกประโคมข่าวจลาจลในไทย

สื่อนอกประโคมข่าวจลาจลในไทย

13 เม.ย. 2552

สื่อทั่วโลกประโคมข่าวจลาจลในไทยเป็นข่าวนำ ด้านชาวไทยในสิงคโปร์ห่วงความวุ่นวายในกรุงเทพ แต่หวังจะดีขึ้น

(13เม.ย.) เว็บไซต์ เวรี่ไควเอ็ต ดอต คอม ซึ่งเป็นที่รวบรวมเว็บไซต์ข่าวของสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลกใช้ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นภาพข่าวพาดหัวในวันนี้ ขณะที่สื่อเกือบทุกแขนงในเว็บไซต์นี้ต่างก็เล่นข่าวสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นข่าวนำ

 เว็บไซต์ของโทรทัศน์อัลจาซีราห์ของการ์ต้า รายงานข่าวการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ประท้วงที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  โดยระบุว่า ทหารได้เริ่มใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ประท้วงแล้ว หลังกลุ่มผู้ประท้วงที่ไม่พอใจการประกาศพรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของนาบกรัฐมนตรี ได้ก่อเหตุจลาจลและปิดถนนหลายสายตั้งแต่เมื่อคืนนี้

 ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีราห์รายงานจากกรุงเทพด้วยว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้สูญเสียการควบคุมกำลังตำรวจ เพราะมีตำรวจหลายคนสวมเสื้อแดงร่วมประท้วงด้วย นอกจากนี้เหตุการณ์รุมทำร้ายขบวนรถนายกรัฐมนตรีที่กระทรวงมหาดไทยก็มีตำรวจยืนดูเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร

 อัลจาซีราห์ยังได้ สัมภาษณ์ นายที กุมาร์ ผู้อำนวยการ องค์การนิรโทษกรรมสากล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บอกว่า สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้เกิดความแตกแยกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมแนะว่า หนทางที่ดีที่สุดที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้คือจัดการเลือกตั้งใหม่

 เวบไซต์แชนแนลนิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์ รายงานว่า คนไทยในสิงคโปร์แสดงความเป็นห่วงต่ออนาคตของประเทศ แต่ยังมีความหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และเมื่อวานนี้คนไทยในสิงคโปร์ได้ร่วมงานประเพณีสงกรานต์ที่จัดขึ้นในโกลเด้น ไมล์ คอมเพล็กซ์ และบางคนหวังว่าการรดน้ำตามประเพณีจะช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาในประเทศในขณะนี้

 รายงานระบุด้วยว่า คนไทยหลายคนเฝ้าติดตามสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และหลายคนรู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเกิด คนไทยคนหนึ่งบอกว่า ปกติแล้วทุกคนเป็นมิตร ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็ไม่มีทางเลือกเราคงต้องรอและเฝ้าดูว่าจะเกิดอะไรต่อไปข้างหน้า บางคนเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวที่อยู่ในไทย และอีกหลายคนหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างสันติ

 ขณะที่บริษัทท่องเที่ยว บอกว่า สถานการณ์วุ่นวายในไทยได้ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปไทยลดลง เช่น บริษัทซีทีซี ทราเวล เชื่อว่า เหตุการณ์ขณะนี้จะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการท่องเที่ยวไทย ตราบเท่าที่ยังไม่มีเหตุรุนแรงหรือการปิดสนามบิน

 ส่วนบริษัททัวร์ขนาดเล็ก บอกว่า ธุรกิจของพวกเขายังไม่ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเป็นคนไทยที่เดินทางกลับประเทศ และพวกเขาจะยังกลับประเทศไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร
 ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ได้เตือนให้พลเมืองชาวสิงคโปร์หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดความวุ่นวาย และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง