ข่าว

ภัยพิบัติ:วาระแห่งชาติ

ภัยพิบัติ:วาระแห่งชาติ

30 มี.ค. 2554

สภาพอากาศที่แปรปรวนที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสมควรตั้งสติและศึกษาอย่างจริงจังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าร้อน หน้าแล้งจึงมีฝนถล่มลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนภาคใต้เกือบ 10 จังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม

 ไม่ว่าจะเป็นชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เป็นต้น และเป็นปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายย่อยยับ ทั้งในแง่ของบ้านเรือน ทรัพย์สิน เรือกสวนไร่นา ในขณะที่เกือบทุกภาคของประเทศแทนที่อากาศจะร้อนกลับหนาวจัดยิ่งกว่าช่วงหน้าหนาวเสียอีก ในวันที่ 28 มีนาคม ที่คาดการณ์ว่าน่าจะร้อนที่สุดของปี เนื่องจากดวงอาทิตย์หมุนมาใกล้โลก แต่กลับหนาว

 หรือนี้คือปรากฏการณ์ผันแปรที่เกิดจากแผ่นดินไหวระดับ 9 ริกเตอร์ที่ญี่ปุ่น และเกิดสึนามิขึ้น และปรากฏการณ์ครั้งนั้นได้ทำให้แกนของโลกเอียงมากกว่าเดิมแล้วทำให้เกิดปรากฏการณ์ผลิกผันไปจากเดิม "ร้อนเป็นหนาว หนาวเป็นฝน" ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหมด พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ นี้เป็นปรากฏการณ์ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องตั้งสติและศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ หรือจะถึงกาลอวสานของโลกตามคำทำนายจริงๆ เพราะก่อนหน้านั้นเราก็ได้เห็นปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติอย่างอื่นอีกหลากหลายรูปแบบที่คุกคามโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องน้ำกัดเซาะชายฝั่ง โรคบางโรคที่เคยหายไปก็กลับมาระบาดใหม่ หรือเกิดโรคใหม่ๆ ขึ้นมาระบาดอีก

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หยิบยกเรื่องปัญหาภัยพิบัติที่คุกคามโลกอยู่ในเวลานี้ให้ขึ้นมาเป็น "วาระแห่งชาติ" ที่ทุกคนทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนจะต้องตระหนัก และร่วมไม้ร่วมมือกันศึกษาหาทางป้องกัน และหรือแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง และนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เห็นด้วยในหลักการที่จะยกระดับปัญหาภัยพิบัติที่หลากหลายนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องสำคัญ ยกระดับขึ้นมาเป็น "วาระแห่งชาติ"

 ก่อนหน้านั้น ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง ตั้งแต่ปัตตานีไล่มาจนถึงสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หรือแม้แต่สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ก็ประสบปัญหาที่ไม่แตกต่างกัน แต่มีวิธีในการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไปตามวิสัยทัศน์ของผู้นำท้องถิ่นนั้นๆ และเคยมีผู้บริหารท้องถิ่นโอดครวญให้ได้ยินว่า "รับมือไม่ไหวแล้ว" กรุณาผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่เสียงเรียกร้องคร่ำครวญนั้นก็หายไปกับสายลม แต่เวลานี้รัฐบาลก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ผลักดันเรื่องภัยพิบัติให้เป็นวาระแห่งชาติ ในช่วงเวลาที่ "ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา" แต่ไม่เป็นไรถึงแม้จะตื่นขึ้นมาช้า ก็ยังดีกว่า "หลับหูหลับตา" รอดูความฉิบหายของประเทศที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ