
"นักร้องสาว"กุญแจไขปมฆ่า..รองนายก.อบต.
คดีฆาตกรรม "ขุนทอง บุญแจ้ง" รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากจั่น จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ว่าตำรวจยังไม่มีประจักษ์พยานที่ชัดเจน แต่ "นักร้องสาวใหญ่" ผู้อยู่ในเหตุการณ์และได้หลบหนีไป...อาจเป็นกุญแจสำคัญของคดีนี้
เช้ามืดวันที่ 27 มีนาคม พนักงานสอบสวนของ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุฆาตกรรมภายในห้องเช่าเลขที่ 71/1 หมู่ 5 ต.วัดตูม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.สุรพจน์ รอดบำรุง รอง ผกก.(ปป.) พ.ต.ท.พิชา รุจินาม รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.สรศักดิ์ วิชัยปะ สว.สส.สภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
บ้านทรงไทย 2 ชั้นหลังใหญ่ ชั้นล่างแบ่งเป็นห้องเช่า บริเวณหน้าห้องเช่าพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ทะเบียน กต 2738 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ และพบศพนายขุนทอง บุญแจ้ง อายุ 50 ปี เป็นรองนายก อบต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ที่หน้าประตูห้องเช่า ในสภาพสวมกางเกงยีนขายาว เสื้อเชิ้ตลายแขนยาว สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำทับ ถูกยิงกรอกปากด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 นัด ส่วนบริเวณเอวของนายขุนทองพบพกปืนขนาด .38 แบบลูกโม่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้
หลังเกิดเหตุ นางสำอางค์ เวียงไชย อายุ 56 ปี พี่สาวของนายขุนทอง เข้าพบชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ปากคำว่า นายขุนทองเป็นน้องชายนายประทีป บุญแจ้ง นายก อบต.ปากจั่น ซึ่งได้แต่งตั้งนายขุนทองเป็นรองนายก อบต. แล้วยังประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ดขาย นายขุนทองเคยมีภรรยา 1 คน แต่หย่าร้างกันประมาณปีกว่าแล้ว โดยภรรยาเก่าย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ต่อมานายขุนทองชอบพอกับนักร้องชื่อ "แหม่ม" เคยมีสามีและลูกแล้ว ได้มาเช่าห้องอยู่ด้วยกัน โดยทั้งสองคนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง
ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบพบว่า นักร้องชื่อ "แหม่ม" คือ น.ส.นริศรา ลิ่มศิลา อายุ 45 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 1 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง สอดคล้องกับการทำประวัติเช่าห้องแบ่งเช่า โดย น.ส.นริศรา ทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านจันทร์กระพริบ ตั้งอยู่ริมถนนสาย 347 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา เคยมีสามีคนแรกเป็นชาวระนอง มีบุตรด้วยกัน 3 คน คนโตเป็นผู้หญิง เรียนอยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2541 สามีคนแรกเสียชีวิต ก็มีสามีใหม่เป็นชาวอ่างทอง มีบุตรด้วยกัน 1 คน เป็นผู้ชายอายุประมาณ 9 ขวบ
"จากการสอบถามพยานแวดล้อมหลังเกิดเหตุทราบว่า น.ส.นริศรา พร้อมลูกชายอายุประมาณ 9 ขวบหายตัวไป แต่พบโทรศัพท์มือถือของเธอตกอยู่ เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือในช่วงก่อนรับแจ้งเหตุ พบเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้รับของนายขุนทองเกือบ 20 สาย และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุทราบว่า น.ศ.นริศรากับนายขุนทองทะเลาะกันบ่อยครั้ง จน น.ส.นริศราย้ายมาเช่าห้องที่เกิดเหตุเพียงไม่นาน เพราะย้ายหนีนายขุนทองมาจากที่อื่น แต่นายขุนทองก็ยังติดตามมาพบและทะเลาะกันจนกระทั่งชาวบ้านเริ่มชินชา" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนระบุ
พ.ต.ท.พิชา กล่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เร่งรัดคลี่คลายคดีนี้เพื่อทราบมูลเหตุจูงใจที่ชัดเจน แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีประจักษ์พยานที่ชัดเจน แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าปมเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวลักษณะทำนองชู้สาว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น ตอนนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สรศักดิ์ พร้อมชุดสืบสวนออกติดตามหา น.ส.นริศนา หรือแหม่ม ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จะบอกเรื่องราวทั้งหมดได้เป็นอย่างดี
"การสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายขุนทองกับ น.ส.นริศราทะเลาะกันบ่อยครั้ง พยานแวดล้อมอ้างว่า น.ส.นริศราเคยถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่นายขุนทองดื่มสรุาแล้วมึนเมา และยังทราบว่านายขุนทองมักพกอาวุธปืนติดตัวเป็นประจำ ก่อนที่จะเสียชีวิตพยายามโทรศัพท์ติดต่อกับ น.ส.นริศราหลายครั้ง โดยนายขุนทองรีบเร่งขับรถยนต์มาจาก จ.ปราจีนบุรี เพื่อมาหาแต่ไม่ทราบว่าเพราะเรื่องใด จนกระทั่งมาพบนายขุนทองถูกคนร้ายยิงภายในห้องแบ่งเช่า แล้ว น.ส.นริศราและบุตรชายอายุ 9 ขวบหายตัวไป อาจมีความเป็นไปได้ว่ามีคนร้ายอยู่ในห้องเช่า และหลังก่อเหตุอาจหลบหนีไปด้วยกัน เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงรู้ว่าใครคือคนร้ายและมูลเหตุจูงใจเกิดจากสาเหตุใด" พ.ต.ท.พิชา กล่าว



