
รอยร้าวแดงแกนนำกับแดงท้องถิ่น
หลังจาก "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี" มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาเสื้อแดง 21 ราย เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นจำเลยร่วมกันวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เป็นความผิดร้ายแรงมีโทษถึงประหารชีวิต และการสืบพยานใกล้จะสิ้นสุด หากปล่อยตัวเกรงว่
คำสั่งศาลจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ญาติผู้ต้องหาที่มารอการฟังคำวินิจฉัยต่างพากันร้องไห้เสียใจ เพราะเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะได้รับการประกันตัว หลังจากมีแกนนำคนเสื้อแดงอย่าง "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ" มาเป็นพยานไต่สวนประกอบคำร้องการขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี และพ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี มาร่วมเป็นพยานด้วย เพื่อให้การรับรองว่าผู้ต้องหาทั้งหมดหากได้รับการประกันจะไม่หลบหนี
ประกอบกับค่ำคืนร่วมจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แกนนำ นปช. "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวบนเวทีทำนองว่า "ถ้าพี่น้องไม่ได้รับปล่อยตัวเราคงต้องมีนัดใหญ่ที่อุบลฯ สักครั้ง"
คำพูดของ "จตุพร" จะสื่อสารมาด้วยหัวใจหรือมีนัยอื่นแอบแฝงอยู่ก็ตาม แต่นั่นทำให้ญาติของผู้ต้องหาเชื่อว่าหลังจากศาลจังหวัดอุบลราชธานีไต่สวนขอปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาน่าจะได้รับการประกันตัว
เช่นเดียวกับ 7 แกนนำคนเสื้อแดง ประกอบด้วย "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,นพ.เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, นิสิต สินธุไพร, ขวัญชัย ไพรพนา, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย, ยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง" ผู้ต้องหาร่วมกันก่อการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมเงินประกันคนละ 6 แสนบาทก่อนหน้านี้
ผู้ต้องหาแกนนำ นปช.คนสำคัญรายอื่นที่หลบหนีการจับกุมได้ทยอยเข้ามอบตัว และทุกคนล้วนได้รับการประกันตัวชั่วคราวทั้งหมด เช่น อดิศร เพียงเกษ, อารี ไกรนรา, วิสา คัญทัพ, ไพจิตร อักษรณรงค์, สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, พายัพ ปั้นเกตุ และชินวัฒน์ หาบุญพาด
ไม่เว้นแม้กระทั่ง "เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล" แกนนำแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และ "กัญญาภัค มณีจักร" หรือดีเจอ้อม
ในทางกลับกัน "เสื้อแดงท้องถิ่น" ที่ปฏิบัติงานในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียงกลับไม่ได้รับการปล่อยตัว
โดยเฉพาะ "ผู้ต้องหาคดีบุกรุกและเผาศาลากลางจังหวัด" ยังคงถูกคุมขังยาวจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 เดือนแล้ว เช่น 22 เสื้อแดงอุดรธานี, เสื้อแดงมุกดาหาร, เสื้อแดงอุบลราชธานี
การที่ "ผู้ต้องหาแดงต่างจังหวัด" หรือ "แดงท้องถิ่น" ไม่ได้รับการประกันตัว ขณะที่ "แกนนำคนเสื้อแดง" ได้รับการประกันตัว ทำให้ "คนเสื้อแดง" ที่เรียกตัวเองว่า "ไพร่" อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
บรรดาญาติผู้ต้องหาเคยเดินทางเข้าพบ "ธิดา ถาวรเศรษฐ" รักษาการ ประธาน นปช. เพื่อหาทางช่วยเหลือญาติที่ถูกคุมขังในเรือนจำ เพราะครอบครัวได้รับผลกระทบนื่องจากผู้ถูกคุมขังบางคนเป็นหัวหน้าครอบครัว
แต่ดูเหมือน "ธิดา" และแกนนำนปช. ก็ไม่สามารถช่วยเหลือ "แดงท้องถิ่น" ที่ถูกคุมขังในเรือนจำตามจังหวัดต่างๆ ได้ และยังคงทำกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างความขุ่นเคืองให้แก่เสื้อแดงบางคน
โดยเฉพาะกิจกรรมคอนเสิร์ตของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ นครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นการจัดงานรับขวัญ "แกนนำเสื้อแดง" ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
ขณะที่ยังมีพี่น้องแดงท้องถิ่นอีกหลายร้อยคนยังถูกคุมขัง !
ดังนั้นการชุมนุมคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน เพราะเป็นการเปิดตัวแกนนำเสื้อแดงที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งแรกบนเวที แต่อีกด้านหนึ่งหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ก็มีคนเสื้อแดงที่เรียกตัวเองว่า "แดงสยาม" ได้แยกกลุ่มออกมาชุมนุมต่างหาก โดยกลุ่มแดงสยามมองว่า "แดงนปช." เป็นการเรียกร้องย่ำอยู่กับที่ ไม่มีข้อเรียกร้องใหม่และเรียกร้องเพื่อหวังกลับไปสู่ระบบการเมืองในสภาเหมือนเดิมอีกครั้ง
ที่สำคัญ "แดงสยาม" มองว่าตราบใดที่พี่น้องยังถูกคุมขังก็ไม่ควรมีกิจกรรมรื่นเริง !
จุดนี้เองทำให้ "แดงท้องถิ่น" ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เริ่มมีเสียงตัดพ้อ "แกนนำนปช." โดยเฉพาะเสียงจากญาติพี่น้องผู้ต้องหาที่ถูกคุมขัง เป็นการบอกผ่าน ส.ส.และหัวคะแนนในพื้นที่
นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้า "ผู้ต้องหา" เป็นคนใกล้ชิดส.ส.หรือหัวคะแนน มักได้รับการประกันตัว ต่างกับคดีชาวบ้านทั่วไป ทำให้การทำกิจกรรมระยะหลังเริ่มเสียมวลชน
ยิ่งใกล้เลือกตั้งการทำกิจกรรมของ "คนเสื้อแดง" ถี่ขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ "ผู้นำแดงไม่เข้มแข็ง" แต่กิจกรรมส่วนใหญ่ทำแล้ว "เข้าเนื้อ" เนื่องจากส่วนกลางไม่แน่ใจว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่ ยุทธปัจจัยจึงยังไม่แจกจ่ายเต็มที่ เพราะระยะยาวคงไม่ไหว
ดังนั้นยุทธวิธี "จับแยกแล้วปกครอง" จึงเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง !
สมถวิล เทพสวัสดิ์



