ข่าว

มาร์คเซ็งรัฐสภาลังเลกลัววาระเจบีซีเกินไป

มาร์คเซ็งรัฐสภาลังเลกลัววาระเจบีซีเกินไป

29 มี.ค. 2554

"นายกฯ"เซ็งสภาลังเลกลัววาระเจบีซีเกินไป สั่งกต.แจงอินโด-กัมพูชายืนยันว่าไทยยังเดินหน้าทวิภาคี สั่งเตรียมพร้อมสู้หากต้องขึ้นศาลโลกอีก

 (29มี.ค.) เมื่อเวลา 17.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่อิมแพคเมืองทองธานีถึงปัญหาสภาล่มจนทำให้การประชุมเจบีซีอาจสะดุดได้ ว่า ไม่มีปัญหาเพราะตั้งแต่เริ่มประชุมเข้าใจกันแล้วว่ากรอบของเจบีซีจะรอเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งทำความเข้าใจกับกัมพูชาและอินโดนีเซียว่าจะปรับแผนยังไง ส่วนที่วันอังคารหน้ามีภารกิจเดินทางไปประเทศอินเดียนั้นตนก็คงจะต้องลาวิปเพราะเป็นเพียงเสียง 2 เสียง ส่วนการประชุมสภาในวันอังคารหน้าจะได้ข้อสรุปหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าอย่างนั้น

 “แต่ก็เข้าใจโดยธรรมชาติว่าการประชุมวันอังคาร หรือวันศุกร์เรื่ององค์ประชุมมักจะเป็นปัญหาอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ส.ส.จะนัดหมายคือเขาจะอยู่พื้นที่ของเขาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งวันพุธ-พฤหัสบดีจะเป็นวันที่เขาเตรียมเวลาไว้ชัดเจน ตอนนี้ประธานสภาก็บอกว่าจะนัดล่วงหน้าเลยไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. ก็หวังว่าสมาชิกสภาฯจะปรับกำหนดการในพื้นที่มากขึ้น”นายกฯ กล่าว

 ส่วนความเป็นไปได้ในการเลื่อนประชุมเจบีซีออกไปก่อนเพื่อให้กระบวนการภายในประเทศแล้วเสร็จนั้น นายกฯ กล่าวย้ำว่าให้กระทรวงการต่างประเทศไปทำความเข้าใจก่อนว่าสถานะของมันเป็นอะไร และตนก็พยายามให้กต.พยายามทำความเข้าใจว่าจริงๆการเจรจาน่าจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมันยังอยู่ในกรอบที่เคยขอสภาไว้ซึ่งไม่มีอะไรที่ออกนอกกรอบที่สภาให้ไว้เมื่อเดือนต.ค. 2551 เพียงแต่ต้องให้กัมพูชาเขาเข้าใจว่าเราก็ยังมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าเจรจาทวิภาคี   แต่สิ่งสำคัญตนคิดว่าเมื่อเลื่อนเวลาออกไปทั้งเรื่องของรายงานของกรรมาธิการก็ดีและรอศาลรัฐธรรมนูญด้วยที่ตนเข้าใจว่าไม่น่าจะนานมาก เพราะเอกสารได้ขอจากทางสภาฯไปหมดแล้วซึ่งตนได้สอบถามกับนายชัย ชิดชอบ   ประธานสภาฯแล้ว

 “คิดว่าจะเป็นเวลาที่ทำความเข้าใจเพิ่มเติมในประเทศก็ไม่เป็นปัญหา เพราะผมคิดว่าเวลานี้สับสนกันมาก อย่างวันนี้ที่เป็นที่สังเกตุของกรรมาธิการมันเป็นโอกาสดีอย่างมากเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายนิติบัญญัติลงมติได้ว่าเราไม่รับแผนที่ว่าเราจะสามารถดำเนินการอะไรได้หลายอย่าง แต่ว่าด้วยความที่บางฝ่ายยังสับสนและยังไปติดยึดอยู่คือพอเห็นชื่อปั๊บก็กลัวอย่างเดียวก็เลยทำให้เสียโอกาสนี้ไป ผมก็งงๆอยู่เพราะความเห็นของกรรมาธิการเป็นสิ่งที่เขาได้รับความห่วงใย ข้อกังวลจากผู้ที่เคลื่อนไหวทางเรื่องนี้อย่างชัดเจน และมันเป็นโอกาสให้เขาสบายใจด้วยซ้ำว่าสภาจะมีมติส่งให้รัฐบาล และรัฐบาลจะดำเนินการตามข้อสังเกตต่างๆ แต่กลับกลายเป็นว่าลังเลที่จะทำเรื่องนี้ ผมเห็นเรียกร้องมากที่สุดกลัวมากที่สุดก็เรื่องแผนที่ระวางดงรัก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะมีมติว่าไม่รับ แต่กลับกลายเป็นว่ายังลังเลอยู่ ก็ยังแปลกว่าใจว่าจะสับสนกันไปใหญ่หรือเปล่า “ นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่ากระบวนการภายในไม่แล้วเสร็จแล้วกัมพูชาและอินโดนีเซียจะเข้าใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกับกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องไปทำ แต่ต้องเรียนว่าเราต้องรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะไปสู่เวทีอื่นมากขึ้น แล้วก็ดูความเคลื่อนไหวของกัมพูชาในเรื่องศาลโลกก็เตรียมความพร้อมเต็มที่

 “ผมคิดว่าตอนนี้ชัดเจนที่สุดคือศาลโลก ส่วนความเตรียมพร้อมผมได้สั่งการไปแล้วว่าให้วิเคราะห์ประเด็นทั้งหมดเตรียไว้แล้ว ซึ่งเราก็อยากให้เรื่องแบบนี้อยู่ในวิสัยที่จะมาเจรจาในกรอบทวิภาคีจะดีกว่า และหากขึ้นศาลโลกอีกครั้งก็ต้องสู้ครับ สู้เต็มที่ครับ”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าปัญหาจะทำให้การประชุมเจบีซีในวันที่ 7 - 8 เม.ย. เลื่อนออกไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะเลื่อนหรือไม่กระทรวงการต่างประเทศก็จะไปดูว่าสามารถที่จะให้ความมั่นใจได้ว่ามันเดินต่อได้หรือไม่อย่างไร แต่ถ้าเลื่อนก็คงไม่นานเพราะว่าเราก็ต้องการที่จะให้เรื่องนี้เดินหน้าไปได้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ฝายอื่นๆเขาหวั่นไหวว่าประเทศไทยยังทำเรื่องของทวิภาคีหรือไม่ ซึ่งเราก็ยืนยันว่าเราทำเต็มที่ แต่เมื่อมีกระบวนการภายในมีข้อยุ่งยากซับซ้อนเรื่องกฎหมายเราก็พยายามทำความเข้าใจกับเขามาโดยตลอด

 “ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เตะถ่วง เราก็พยายามทำอย่างเต็มที่เราก็มีกระบวนการภายในของเรา ซึ่งเขาก็ควรจะต้องทำความเข้าใจ ส่วนจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย เพราะจริงๆสิ่งที่รัฐบาลทำทั้งหมดเพื่อที่จะแก้ปัญหาแล้วก็รักษาผลประโยชน์ของประเทศ บางทีการที่จะไปไม่ทำอะไรเลยขณะนี้กลับกลายเป็นว่าจะยิ่งเป็นผลเสียเพราะจะถูกรุกอีกหลายด้าน”นายกฯ กล่าวว่า

 เมื่อถามถึงปัญหาของเอ็มโอยู 2543 ที่ตอนนี้ถึงขั้นจะมีการนำเป็นเงื่อนไขในการยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์เลย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความเห็นจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ก็อยู่กับความเป็นจริง ซึ่งเอ็มโอยูเป็นข้อตกลงซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือไม่ในการใช้ในการเจรจาไม่อาจจะมีผลอะไรได้เลย และอย่างที่ตนบอกว่าเป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชุดแรกที่มีการประกาศและแจ้งกัมพูชาและเดินอย่างเป็นระบบว่าแผนที่ระวางดงรักไม่ใช่แผนที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเอ็มโอยู

 “แทนที่จะมาช่วยกันทำตรงนี้สำเร็จกลับกลายเป็นทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นมาอีก ซึ่งเราก็พยายามเดินทุกอย่างและเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องมีความรับผิดชอบในขณะนี้ เพราะโอกาสในการต่อสู้ในเวทีอื่นๆก็มีมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็ทำเต็มที่เพราะเราก็มีความตั้งใจอย่างเดียวว่าจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ก็จะพยายามทำความเข้าใจ”นายกฯ กล่าว