ข่าว

ทส.เตือนชุมชน9จว.ภาคใต้เสี่ยงดินถล่ม

ทส.เตือนชุมชน9จว.ภาคใต้เสี่ยงดินถล่ม

29 มี.ค. 2554

กรมทรัพยากรธรณี เผยสถานการณ์ดินถล่มในภาคใต้พบแล้ว 9 อำเภอ จากน้ำป่าไหลหลากและปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ เตรียมซักซ้อมเครือข่ายรับมือภัยพิบัติทั่วประเทศ ตามแผนที่หมู่บ้านเสี่ยงดินถล่มใน 51 จังหวัดครอบคลุมเกือบ 6,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ

 (29มี.ค.) นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากพื้นที่ในภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัยมาตลอด 1 สัปดาห์ ประกอบกับขณะนี้ยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณภาคใต้ และกรมอุตุนิยม คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน ในเร็วๆนี้ ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อไปอีก 1-2 วัน โดยเฉพาะบริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขณะเดียวกันยังทำให้หลายพื้นที่ที่มีระดับน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรเสี่ยงต่อดินถล่มได้ง่าย ซึ่งกรมฯได้แจ้งให้เครือข่ายอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัย ดินถล่ม เขตพื้นที่จังหวัดนคร ศรีธรรมราช ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา พังงา กระบี่ และภูเก็ต เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 1-2 วันนี้

 อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ฝ้าระวังภัยดินถล่ม เนื่องจากมีฝนตกหนักและตกต่อเนื่อง บางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ทำให้ดินบนภูเขาชุ่มน้ำอาจถล่มลงมาได้ และเริ่มมีดินไหลในบางพื้นที่แล้ว ได้แก่ อ. พิปูน สิชล ลานสกา ฉวาง นบพิตำ พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช อ.กระบุรี ละอุ่น เมืองระนอง จ.ระนอง อ.เมืองชุมพร พะโต๊ะ ทุ่งตะโก สวี จ.ชุมพร อ.ไชยา ท่าฉาง วิภาวดี ท่าชนะ บ้านนาสาร เวียงสระ จ.สุราษฎร์ ธานี อ.ศรีบรรพต ศรีนครินทร์ กงหรา ตะโหมด จ.พัทลุง อ.ห้วยยอด นาโยง ย่านตาขาว ปะหลียน จ.ตรัง อ.ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง จ.สตูล อ.คุระบุรี ตะกั่วป่า กะปง จ.พังงา และอ.รัตภูมิ นาทวี จ.สงขลา ทั้งนี้ให้อาสาสมัครเครือข่ายฯ เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่องหากเกิดเหตุให้แจ้งเตือน และเปิดไซเรนแจ้งสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทรา บ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว

 ด้าน นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณี ได้จัดทำแผนที่หมู่บ้านเสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 51 จังหวัด ครอบคลุม 5,593 หมู่บ้าน โดยเฉพาะภาคเหนือ 15 จังหวัดครอบคลุม 3,965 หมู่บ้าน รองลงมาภาคใต้ 14 จังหวัด 1,628 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมสัปดาห์นี้มีรายงานหมู่บ้านดินถล่มแล้ว 9 อำเภอในจังหวัดภาคใต้ อาทิ ชุมพร สุราษฏร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช เป็นต้น

 โดยล่าสุดมีการแจ้งดินถล่มบริเวณทางขึ้นน้ำตกเหรียญทอง และตลิ่งพังที่บ้านเขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ทำให้บ้านเสียหาย 1 หลัง ส่วนในช่วงบ่าย มีดินถล่มที่บริเวณบ้านเทพพนม หมู่ 10 ต.เขาพนม จ.กระบี่ ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 3 หลังและสะพานขาด 1 แห่งด้วย นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่เชิงเขา และจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์มีการตัดลาดเขา จะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น และหลังจากเดือนพ.ค. นี้ก็จะต้องเฝ้าระวังปัญหาน้ำป่าไหลหลากดินถล่มในเขตภาคเหนือต่อไป

 “จากการเฝ้าระวังภัยและมีการซักซ้อมของเครือข่ายที่มีการอบรมไปปแล้วในพื้นที่ 42 จังหวัดรวม 15,000 ราย ตั้งแต่ช่วงปี 2546 ถึงขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีรายงานการเสียชีวิตในหมู่บ้านเครือข่าย โดยปีนี้ตั้งเป้าอบรมเครือข่ายในเขตจ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่บ้านนาฝาย อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ซึ่งปีที่แล้วประสพเหตุดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และช่วงหลังสงกรานต์เตรียมลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ต่อไป ส่วนอีก 3 จังหวัดภาคใต้ยอมรับว่ากรมทรัพยากรธรณี ยังไม่สามารถเข้าถึงหมู่บ้าน และเตรียมความพร้อมให้กับชาวบ้านได้ เนื่องจากปัญหาความมั่นคง” นายเลิศสิน กล่าว

 ส่วนนายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย และผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า เป้าหมายของการอบรมเครือข่าย ฯคือต้องการให้ชาวบ้านสามารถนำความ รู้ไปช่วยเหลือตัวเองให้พ้นภัย โดยใน 1 ลุ่มน้ำจะมีการดึงผู้นำ และชาวบ้านในพื้นที่จากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมาอบรมความรู้ ตั้งแต่การรู้จักวิธีการดูน้ำฝน การกำหนดแผนที่เสี่ยงภัย จุดปลอดภัยที่จะสามารถอพยพคนไปหลบภัยต่อน้ำหลากดินถล่ม

 ทั้งนี้ทีมเครือข่ายหนึ่งๆจะมีชาวบ้าน 5-10 คน เช่น หากมีการแจ้งเตือนว่าอาจจะมีฝนตกหนัก ทางเครือข่าย ฯ ต้องจัดเวรยามอย่างน้อยเข้าเวร 2-3 คนทางตอน เหนือต้นน้ำ ติดทางน้ำ หากถึงระดับที่แจ้งเตือน ก็จะสามารถประกาศแจ้งได้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้า