ข่าว

ปภ.รายงานน้ำท่วมตาย7เดือดร้อนกว่า3แสน

ปภ.รายงานน้ำท่วมตาย7เดือดร้อนกว่า3แสน

29 มี.ค. 2554

"ชวรัตน์" สั่งผู้ว่าฯ รายงานอุทกภัย ด้าน ปภ.เผยตัวเลขความเสียหาย 7 จังหวัดปชช. ตายแล้ว 7 ราย เดือดร้อนกว่า 3 แสน เส้นทางเสียหายเพียบ

 (29มี.ค. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานมาว่า อุทกภัยครั้งนี้มาแบบกะทันหันมาก ไม่ได้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่ถึงเวลามา เพราะความกดอากาศทางฝั่งเหนือ เลยทำให้เกิดพายุฝน วานนี้ ( 28 มี.ค.) ตนได้ไปที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรพัฒนาน้ำ และการเกษตร (สสนก.) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทราบว่า จะมีฝนตก 2-3 วัน จึงได้สั่งผู้ว่าฯไปเตรียมการป้องกัน ถือเป็นการพยากรณ์ค่อนข้างที่จะถูกต้อง

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติกลางเห็นด้วยหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ความจริง สสนก. คือศูนย์เตือนภัยพิบัติกลาง ถ้าหากหน่วยงานต่างๆ ใช้บริการ

 ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้รวม 7 จังหวัด 63 อำเภอ 316 ตำบล 2,763 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 310,406 ครัวเรือน 979,665 คน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย

 โดยแบ่งเป็นรายจังหวัดดังนี้   นครศรีธรรมราช น้ำท่วมในพื้นที่ 22 อำเภอ 143 ตำบล 1,152 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 63,292 ครัวเรือน 202,715 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 114,824 ไร่ ถนนเสียหาย 665 สาย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา ร่อนพิบูลย์ พระพรหม พิปูน เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร จุฬาภรณ์ ชะอวด ขนอม สิชล นบพิตำ ปากพนัง พรหมคีรี ท่าศาลา ถ้ำพรรณรา ช้างกลาง เชียรใหญ่ ฉวาง นาบอน ทุ่งใหญ่ และทุ่งสง

 พัทลุง น้ำท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ 63 ตำบล 563 หมู่บ้าน 45 ชุมชน ราษฎรเดือดร้อน 161,417 ครัวเรือน 508,738 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง เขาชัยสน ควนขนุน กงหรา ศรีบรรพต บางแก้ว ป่าพะยอม ศรีนครรินทร์ ป่าบอน ตะโหมด และปากพยูน

 จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 13 อำเภอ 76 ตำบล 503 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 49,676 ครัวเรือน 187,603 คน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 6,800,000 บาท อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ดอนสัก กาญจนประดิษฐ์ ไชยา เวียงสระ ท่าชนะ บ้านนาสาร บ้านนาเดิม คีรีรัฐนิคม เกาะสมุย วิภาวดี พุนพิน และท่าฉาง

 จ. ตรัง เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ 34 ตำบล 106 หมู่บ้าน และ 3 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 1,720 ครัวเรือน 5,520 คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง ห้วยยอด รัษฎา นาโยง และย่านตาขาว

 จ.ชุมพร เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 อำเภอ 1 เทศบาลเมือง 37 ตำบล 320 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 12,635 คน 37,045 ครัวเรือน ถนน 246 สาย พื้นที่การเกษตร 1,242 ไร่ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 30,904,00 บาท อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเมืองชุมพร สวี หลังสวน ละแม พะโต๊ะ ทุ่งตะโก และปะทิว

 จ.สงขลา เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 14 ตำบล 73 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 9,3758 ครัวเรือน 28,144 คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอระโนด และกระแสสินธุ์

 จ.กระบี่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ 7 ตำบล 47 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 3,250 ครัวเรือน 9,750 คน อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอเขาพนม ลำทับ และเกาะลันตา

 นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า จากการประสานข้อมูลเส้นทางจราจรที่มีน้ำท่วมขังกับกรมทางหลวง พบว่า มีน้ำท่วมขังเส้นทางจราจรไม่สามารถผ่านได้ 5 สาย ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย 1 นครศรีธรรมราช 2 สาย ได้แก่ สาย 4186 โรงเหล็ก-กรุงชิง ท้องที่อำเภอนบพิตำ กม. 1-2 คอสะพานขาดที่ กม. 1 กม. 5 สาย 4189 ท่าพุด- เขาหลวง ท้องที่อำเภอนบพิตำ กม. 1-4 เป็นแห่งๆทางขาด ที่ กม. 5 2 ตรัง 1 สาย ได้แก่ สาย 4270 ห้วยยอด-พัทลุง ท้องที่อำเภอห้วยยอด ดินสไลด์ปิดทับคันทาง ที่ กม. 29-30 ให้ใช้ทางหลวงชนบทแทน 3 ชุมพร 1 สาย ได้แก่ สาย 4006 ราชกรูด-หลังสวน ท้องที่อำเภอหลังสวน น้ำท่วมสูง 100 ซม. ที่กม. 54-55 ไม่มีสายทางทดแทน 4 ระนอง 1 สาย ได้แก่ สาย 4 กะเปอร์-คลองกำพวย ท้องที่อำเภอกะเปอร์ น้ำกัดเซาะทางที่ กม. 670 ให้ใช้ถนนหมู่บ้านบางหินแทน

 นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช และสนามบินเกาะสมุย ไม่สามารถเปิดใช้การได้ ส่วนสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ไม่สามารถเข้า-ออก สถานีได้ เนื่องจากยังมีน้ำท่วมสันรางสูงกว่า 10 ซม.เป็นระยะ ๆยาว 120 เมตร ซึ่งรถไฟสายใต้ ให้บริการได้ถึงสถานีจังหวัดชุมพร