ข่าว

ฆ่าหั่นศพเจ้าของบ้านเช่านำหัวแขนขาทิ้ง

ฆ่าหั่นศพเจ้าของบ้านเช่านำหัวแขนขาทิ้ง

29 มี.ค. 2554

ภารโรงโรคประสาทกำเริบ หูแว่วได้ยินเสียงวิทยุในบ้านดัง น้องชายเจ้าของบ้านเช่าเดินมา เรียกให้ฟัง แต่บอกไม่ได้ยิน โมโหใช้มีดพร้าตัดแขนขาดทั้งสองข้าง ฟันคอขาด-หั่นเท้า เตะออกมาหน้าบ้าน เมียบอกเป็นโรคประสาท ยาขาดอาการมักกำเริบ

เหตุสยองฆ่าหั่นศพเพื่อนบ้านเปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มีนาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนถูกฆ่าหั่นศพที่บ้านเช่าเลขที่ 183/3 หมู่ 11 ชุมชนหนองนาเกลือ เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก. พ.ต.ท.กริช ปัตลา รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชนาธิป เข่งคุ้ม สวป. พ.ต.ท.พงษ์พิศ อุปรโคตร สารวัตรเวร รีบนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน

 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูอยู่หน้าบ้าน ซึ่งปิดประตูล็อกด้านใน หน้าบ้านพบศีรษะมนุษย์ มือ 2 ข้าง และเท้า 2 ข้างที่ถูกหั่นกองอยู่หน้าประตู ทราบภายหลังว่าเป็นชิ้นส่วนของศพนายชาญชัย น้ำใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/5 หมู่ 11 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนคนลงมือฆ่าคือ นายบุญหนา มาพิบูลย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/2 ซอยทองคำอุทิศ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี คนเช่าบ้านที่เกิดเหตุ และยังปิดประตูขังตัวเองอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับส่วนลำตัวของผู้ตาย

 หลังตำรวจเรียกอยู่ประมาณ 5 นาที นายบุญหนาได้เปิดประตูเดินออกมามอบตัว พร้อมรับว่าได้ฆ่าหั่นศพนายชาญชัยด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ตำรวจและชาวบ้านมองเข้าไปในบ้านก็ถึงกับตกใจ พบร่างผู้ตายนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง โดยไม่มีศีรษะ มือ และเท้า ผนังเต็มไปด้วยเลือด ข้างศพพบมีดพร้าสีดำยาว 1 ฟุต

 สอบสวนนายเอกพงษ์ พาไทสงค์ อายุ 27 ปี เพื่อนบ้านผู้พบศพคนแรก ให้การว่า ขณะนอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงร้องคล้ายคนถูกทำร้ายดังออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุ คิดว่านายบุญหนามีอาการโรคประสาทกำเริบ และอาละวาด เพราะมักจะร้องเสียงดังอย่างนี้บ่อยๆ จึงสวมเสื้อเดินออกมาเพื่อเตรียมนำนายบุญหนาส่งโรงพยาบาลเช่นเดิม แต่เมื่อเดินมาถึงบ้านพบว่าประตูปิด ได้ยินเสียงบ่นพึมพำ จึงร้องถามว่าทำอะไรอยู่ นายบุญหนาบอกให้เข้าไปในบ้าน แต่ตนไม่เข้าไป นายบุญหนาจึงเปิดประตูออกมา พร้อมกับใช้เท้าเตะศีรษะ มือ เท้ามนุษย์ ซึ่งมีเลือดแดงฉานออกมาที่หน้าบ้าน ก่อนจะปิดล็อกประตูขังตัวเอง ตนตกใจกลัวสุดขีด จึงวิ่งไปบอกชาวบ้านว่านายบุญหนาฆ่าหั่นศพเพื่อนบ้าน

 นางสายพิณ มาพิบูลย์ อายุ 47 ปี ภรรยานายบุญหนา ให้การว่า สามีเป็นนักการภารโรงอนามัยชุมชนเทศบาล 8 เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีอาการทางประสาท รักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และกินยามาตลอด เมื่อยาหมดหรือไม่กินยาอาการก็มักจะกำเริบ มักจะได้ยินเสียงบ่น ด่า และอาละวาดตลอด บางครั้งขังตัวเองอยู่ภายในบ้าน ก่อนเกิดเหตุนายบุญหนาแต่งตัวเตรียมไปทำงาน แต่เปลี่ยนใจไม่ไป พร้อมปิดประตูขังตัวเองและตนไว้ในบ้าน โดยบอกว่าโลกกำลังจะแตก ทำให้ตนไม่ได้ไปขายอาหารตามสั่ง กระทั่งบ่ายโมงจึงยอมให้ตนไปขายอาหาร จากนั้นประมาณ 30 นาที ก็มีคนมาบอกว่านายบุญหนาฆ่าหั่นศพนายชาญชัย เพื่อนรุ่นน้อง ภายในบ้านเช่าของตน

 นายกิตติชัย น้ำใจ อายุ 79 ปี พ่อผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นคนไม่สมประกอบ อาศัยอยู่กับตน ส่วนบ้านหลังดังกล่าวเป็นของลูกชายและลูกสะใภ้ แต่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นและให้คนเช่าบ้าน ต่อมานายบุญหนาและภรรยามาเช่าอาศัยอยู่ และทราบว่าป่วยเป็นโรคประสาท เพราะมักจะอาละวาดอยู่เป็นประจำ ขณะที่ผู้ตายมักจะเดินไปเล่นกันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 30 นาที ผู้ตายเดินไปเล่นกับนายบุญหนา หลังจากนั้นก็มีคนวิ่งมาบอกว่านายบุญหนาฆ่าหั่นศพลูกชายตน

 หลังจากตำรวจนำตัวนายบุญหนาไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังประมาณ 1 ชั่วโมง จึงนำนายบุญหนาออกมาสอบสวน นายบุญหนาให้การวกไปวนมา จับใจความได้ว่า วันนี้ได้ยินเสียงคลื่นวิทยุดังก้องอยู่ในบ้านทั้งวัน ทำให้รำคาญ พอเห็นนายชาญชัย ซึ่งเป็นน้องชายเจ้าของบ้านเดินมาหา จึงให้นายชาญชัยแก้ไข แต่นายชาญชัยบอกว่าไม่ได้ยินเสียงอะไร บอกให้เข้าไปฟังในบ้าน แต่นายชาญชัยยังยืนยันว่าไม่ได้ยิน ตนจึงโมโห ใช้มีดพร้าฟันมือทั้งสองข้างของนายชาญชัย เมื่อล้มลงก็ฟันคอซ้ำจนขาด แล้วหั่นเท้าออก พอมีคนมาเรียกที่ประตูก็เตะศีรษะ มือ เท้าออกมาให้ดู จนกระทั่งถูกตำรวจจับ

 พ.ต.ท.พงษ์พิศ เปิดเผยว่า ในชั้นจับกุมและสอบสวนตำรวจต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เบื้องตนได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนเรื่องป่วยโรคประสาทนั้น ศาลจะเป็นผู้พิจารณาตามพยานและหลักฐาน และต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าผู้ต้องหาป่วยทางประสาทขณะก่อเหตุ