
ปชป.ย้อนสดศรีปูดข่าวปฏิวัติ
เด็กปชป.ย้อน สดศรีตัวปูดกระแสข่าวปฏิวัติ ย้อนถามใครกดดันกกต.แน่
(29มี.ค.)นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ออกมาระบุว่านายกฯจะยุบสภาเร็วขึ้นเพราะมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆบีบว่า ไม่เข้าใจความหมายที่นางสดศรีระบุ แต่หากหมายถึงการเปิดประเด็นกระแสข่าวลือการปฏิวัติที่นางสดศรีเคยบอกในที่สัมมนาเจ้าหน้าที่กกต.
รวมถึงครั้งล่าสุดจะลาออกจากการเป็น กกต.นั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมทั้งหมดเป็นการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลหรือไม่ เพราะเสมือนเป็นการปลุกกระแสข่าวเพื่อสร้างปัจจัยเสี่ยง จึงไม่ทราบว่าใครกดดันใครกันแน่ เพราะในช่วงใกล้เลือกตั้ง ย่อมไม่มีส.ส.หรือรัฐมนตรีหน้าไหนจะโง่ไปกดดัน กกต.ได้ ทั้งนี้คนที่อาสามาทำหน้าที่เป็น กกต. ต้องทราบแล้วว่ามาทำหน้าที่อะไร เพราะเป็นองค์กรที่มีอำนาจมากที่สุด คือการคัดเลือกคนดีเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย โดยการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ กกต.บางคนไม่นิ่ง พยายามไม่ทำหน้าที่ของตนเอง แต่ให้ข่าวสร้างกระแสรายวันเช่นนี้ มันก็ทำให้คนในสังคมคิดว่า ทำไปทำไม มีอะไรจูงใจ
“โกวิทย์” ตอกย้ำ กกต.ให้รู้หน้าที่
ขณะที่นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คนเป็นผู้ใหญ่ในองค์กรหลักของชาติอย่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าแต่ละองค์กรต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง อย่าง กกต.ตั้งมาให้ทำหน้าที่สร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย หากคนที่เป็นส่วนหัวขององค์กรไม่มีความมั่นใจในระบอบที่ตัวเองร่วมสร้างและต้องดูแลแล้ว เจ้าหน้าที่ระดับล่างๆลงไป ใครจะมีกำลังใจทำงาน
ที่สำคัญการใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินปีละหลายพันล้านบาทเพื่ออุดหนุน กกต.เพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านผ่านโครงการประชาธิปไตยต่างๆและอีกหลายพันล้านเพื่อจัดการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.ก็เท่ากับสูญเปล่า ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาทำแต่ต้น ที่ตนพูดนี้ไม่ใช่การกดดันใคร เพียงแต่ให้ข้อคิดถึงการทำหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน แต่ละองค์กรเพื่อประคับประคองบ้านเมืองให้ไปได้ในสถาการณ์เช่นนี้



