ข่าว

จับตัวการหลอกโอนเงินค่าทัวร์เกาหลี

จับตัวการหลอกโอนเงินค่าทัวร์เกาหลี

29 มี.ค. 2554

บุกจับกรรมการบ.ฟลามิงโกฯหลอกผู้เสียหายโอนเงินค่าทัวร์เกาหลีแล้วปิดบริษัทหนีไป ขณะนั่งแท็กซี่กลับแมนชั่นเช้ามืด อ้างไม่ตั้งใจโกง แต่เพราะขาดทุนตั้งแต่ต้น เนื่องจากหาตั๋วสายการบินโลว์ครอสไม่ได้ เลยต้องไปใช้สายการบินราคาสูง จนต้องขาดทุนรายละ 1 หมื่น

จากกรณีมีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 100 ราย เข้าร้องเรียนต่อนายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และพล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ผบก.ทท.ว่าถูกบริษัทฟลามิงโก อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล จำกัด หลอกให้โอนเงินค่าทัวร์ประเทศเกาหลีแล้วปิดบริษัทหนีไป พร้อมทั้งให้ช่วยติดตามจับกุมตัวนายปรีชา ดวงศรี อายุ 29 ปี กรรมการบริษัทดังกล่าวตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 29 มี.ค. พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ผบก.ทท. พ.ต.อ.สาคร ศรีรัตนประยูร ผกก.1 บก.ทท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจ กก.1 บก.ทท.ประมาณ 10 นาย นำหมายจับศาลอาญาเลขที่ 509/2554 ลงวันที่ 28 มี.ค.2554 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เข้าจับกุมนายปรีชา ดวงศรี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 17 ต.ตลาดไทร อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา กรรมการบริษัทฟลามิงโก อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล จำกัด ขณะเจ้าตัวนั่งรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ทล-8613 กทม. กลับเข้ามาบริเวณลานจอดรถอาคารเพชรคณา แมนชั่น ซอยรัชดาภิเษก 7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง

 จากการสอบสวนเบื้องต้นนายปรีชา ให้การรับสารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจโกงลูกค้าที่มาซื้อทัวร์กับทางบริษัทแต่เป็นขาดทุนมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากที่เรียกเก็บค่าทัวร์เพียงแค่รายละ 17,900 บาท และตั้งใจจะจัดหาตั๋วเครื่องบินของสายการบินโลว์ครอสให้ลูกค้า แต่ไม่สามารถจัดหาตั๋วของสายการบินเหล่านั้นได้ ทำให้ต้องไปซื้อตั๋วกับสายการบินที่ราคาสูงกว่า ทำให้ต้องขาดทุนรายละประมาณ 10,000 บาท จึงต้องนำเงินจากลูกค้าที่ซื้อทัวร์ในทริปต่อมาเข้าไปโปะเพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อทัวร์ในทริปแรกๆ สามารถเดินทางไปเที่ยวได้

 นายปรีชา ยังกล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 2 -24 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนพยายามจะให้ทุกคนที่จองทริปทัวร์ไว้กับบริษัทของตนได้เดินทางไปเที่ยวให้มากที่สุด แต่ก็ไม่สามารถนำไปได้หมด เพราะไม่มีเงิน เนื่องจากไม่สามารถหมุนเงินได้ทันแล้ว หลังถูกจับกุมก็ต้องยอมให้ตำรวจดำเนินคดี เพราะตอนนี้ไม่มีเงินคืนลูกค้าแน่นอน อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจโกงลูกค้า เพราะหากตั้งใจโกงแล้ว คงจะปิดบริษทหนีไปตั้งแต่แรก ไม่พยายามหาทางพาลูกค้าไปเที่ยวอย่างที่ผ่านมา

 ทางด้าน พ.ต.อ.ชาคร กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวให้ความสนใจมากเพราะทำให้เสียภาพพจน์ จึงทำการสืบสวนและเร่งติดตามจับกุมและพบว่าผู้ต้องหากำลังนั่งรถกลับเข้ามาที่พัก และจากกาารตรวจสอบประวัติของนายปรีชานั้นพบว่า เคยถูกจับดำเนินคดีที่ จ.นครราชสีมา และสน.เตาปูน ข้อหาประกอบกิจการทัวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่สามารถไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกับกลุ่มผู้เสียหายได้ ซึ่งมีการจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง