
'มาร์ค'ผวาประชุมสภาลงมติเจบีซีล่ม
อภิสิทธิ์ กำชับรมต.ลงชื่อร่วมประชุมร่วมรัฐสภา ผวาสภาล่มซ้ำ ลงมติกรอบเจบีซี สั่งพรรคร่วมดันสภาลงมติเห็นชอบไปแนวทางเดียวกัน มอบองอาจใช้กระบอกเสียงรัฐแจงซ้ำไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน ด้านบรรยากาศที่รัฐสภา ส.ส.-ส.ว. ทยอยเดินทางประชุมร่วมรัฐสภาแล้ว ด้านปธ.วิปรั
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.เมื่อวานนี้(28 มี.ค.) ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรได้แจ้งระเบียบวาระการประชุมสภาให้ที่ประชุมครม.ทราบ โดยในวันนี้ (29 มี.ค.)จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภาพิจารณาลงมติรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม 3 ฉบับ (เจบีซี) ซึ่งการประชุมสภาคราวที่แล้ว พอเปิดประชุมสภาก็ล่ม องค์ประชุมสภาไม่ครบ กว่าจะไปดึงส.ส.มาร่วมประชุมให้ครบได้ก็ต้องเปิดประชุมตอนบ่ายแล้ว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสริมว่า ตนก็บอกเตือนไปแล้วว่ารัฐมนตรีใดที่เป็นส.ส.ให้ไปสภาให้เร็วหน่อย ไปเซ็นชื่อไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งที่ครม.ได้พิจารณาเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้ครม.พิจารณาเรื่องคณะกรรมาธิการร่วมไทย-พม่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขึ้นมาว่า ตอนนี้ก็มีเรื่องของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา อยู่เราจะเอาอย่างไรกันดี เพราะ ส.ส.เขาก็เป็นห่วงกลัวว่าจะถูกฟ้องและเท่าที่รู้ทางสภาจะให้ออกมาให้เป็นแค่มติรับทราบ ไม่ใช่การรับรอง ทางสภายังเลี่ยง ๆ กันอยู่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่เข้าข่ายมาตรา 190 (2) เพราะฉะนั้นจะเอาอย่างไรก็ต้องเอาให้แน่ ถ้าสภาไม่รับรองกรอบเจบีซี 3 ฉบับในวันพรุ่งนี้ ทางกรมแผนที่ทหารเขาก็ไม่กล้าเข้าไปดำเนินการ เพราะกลัวจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และถ้าสภาแค่ให้การรับรองเมื่อมีการประชุมเจบีซีในเดือนมิ.ย. เราจะตอบทางกัมพูชาเขาว่าอย่างไรเราจะเอาอะไรไปคุยกับเขา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวว่า จะให้สภาแค่มีมติรับทราบได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลมาแล้ว จนมาเสนอเข้าสู่สภาก็ต้องให้อย่างดียวคือต้องขอให้สภาให้ความเห็นชอบเลย นายรัฐมนตรีจึงหันไปถามนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศว่าตกลงยังจะยันยืนที่จะให้สภาให้ความเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งนายกษิตก็ตอบว่ายังคงยืนยันเพราะกรอบเจบีซีดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ประเทศ ไทยเสียหายแต่อย่างใด
ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้กล่าวเสริมว่า ในเมื่อเป็นเรื่องของรัฐบาล ก็ต้องให้เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องให้ความร่วมมือกัน เอา เลยให้ออกมาเป็นมติให้ความเห็นชอบ นายกฯจึงกำชับขอให้พรรคร่วมรัฐบาลไปบอกสมาชิกทุกพรรคว่าให้ออกเป็นมติให้ ความเห็นชอบในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงเรื่องนี้เราก็เคยอธิบายกันชัดเจนมาแล้วแต่ยังไม่ค่อยมีใครนำไปขยาย ผล จึงขอให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯที่กำกับดูแลสื่อของรัฐไปดูให้มีการจัดรายการเพื่อ อธิบายให้เข้าใจว่ากรอบเจบีซีดังกล่าวไม่ได้ทำให้ไทยเสียดินแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่รัฐสภา ขณะนี้ ส.ส.และส.ว.ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวันนี้จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารับรองรายงานผลการศึกษาบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC รวม 3 ฉบับ ที่ได้พิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตราที่ 190 ของรัฐธรรมนูญ โดยในวันนี้จะเป็นการรายงานผล หลังจาก รัฐบาลหารือกับคณะกรรมาธิการ เรื่องข้อสังเกตและข้อกังวลในหลายประเด็นของสมาชิกรัฐสภา ภายหลังจากการประชุม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหากที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้น ก็จะทำให้สามารถเดินหน้าการประชุม JBC ในวันที่ 7 และ 8 เม.ย. ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นเรื่อดังกล่าวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า จะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาหรือไม่ ทำให้ทางสมาชิกวุฒิสภา อาจไม่ออกความเห็นรับรองรายงานการบันทึกดังกล่าว เนื่องจาก เกรงว่า อาจจะติดตามมาตราที่ 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย ซึ่งทางด้าน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยกับทางวุฒิสภา ที่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล ไม่สามารถยุติได้ในวันนี้เพราะเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้ว
ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐ) กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภา มีวาระการรับทราบรายงานบันทึกผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (เจบีซี) 3 ฉบับ ที่คณะกรรมการธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วว่านายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้เรียกประชุม 4 วัน ซึ่งส.ส.หลายคนท้วงติงว่าไม่ควรที่จะประชุมในวันศุกร์ เพราะแต่ละคนต้องลงพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ที่ประชุมวิปรัฐบาลเชิญพล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาทำอะไร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มารับทราบเรื่องร่างพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ผ่านความเห็นชอบของกรรมาธิการไปแล้ว แต่ทางกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งผู้ช่วยผบ.ตร.ก็ไม่ขัดข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ฝากตำรวจถึงการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ที่จะไปรัฐสภาหรือไม่ นายวิทยา ปฏิเสธตอบโดยกล่าวว่า ไม่
ด้านนายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาหากมีสมาชิกคนใด ยังแสดงความจำนงขออภิปราย ที่ประชุมก็จะเปิดให้มีการแสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ จากนั้นจะเปิดให้มีการหารือถึงการจะลงมติว่าสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งทางวิปรัฐบาลยังไม่ได้มีการสรุปว่า แนวทางของที่ประชุมจะต้องเป็นไปในทิศทางใด
เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า การจะลงมติหรือไม่ทางวิปรัฐบาลเห็นว่า ควรดูในรายละเอียดกฎหมายเป็นหลัก คือ 1.เรื่องของข้อบังคับการประชุมสภา โดยดูตามชื่อของญัตติที่เสนอ ซึ่งเจบีซี ทั้ง 3 ฉบับ เป็นญัตติการรับทราบรายงานและข้อสังเกตของกมธ. ซึ่งข้อสังเกตของกมธ. ไม่ได้มีการไปฟันธงเรื่องใด ๆ เพราะเราจะไปกำหนดให้รัฐบาลต้องไปเจรจาเรื่องนั้น เรื่องนี้ไม่ได้ แต่เป็นการกำหนดว่าจะเจรจาได้หรือไม่เท่านั้น เพราะหากกำหนดว่า เจรจาไม่ได้ นั่นคือการล้มเจบีซี ทั้งนี้ข้อสังเกตของกมธ.เป็นแต่เพียงกรอบที่จะให้รัฐบาลไปเจรจาภายใต้กรอบข้อสังเกตนี้ ว่าจะไปคุยกันอย่างไร ที่ไทยต้องไม่เสียดินแดน 2.ดูจากรัฐธรรมนูญว่าเกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาที่สภามีอำนาจอย่างไร 3. ดูว่าหากมีการลงมติข้อสังเกตของกมธ. แล้วจะมีผลกับมติของ ครม. มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้คาดว่าที่ประชุมรัฐสภาจะสามารถหาข้อสรุป ว่าจะสามารถลงมติเจบีซีทั้ง 3 ฉบับได้หรือไม่ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน
ทางด้านเว็ปไซต์ หนังสือพิมพ์ พนมเปญโพสต์ รายงานวานนี้ (28) อ้างคำกล่าว นายวาร์ คิมฮง (Var Kimhong) ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ฝ่ายกัมพูชากล่าวแสดงความคิดเห็น หลังจากการที่ รัฐสภาของไทย ได้เลื่อนการลงมติพิจารณารับรองบันทึกการประชุม JBC ทั้ง 3 ฉบับ จากวันที่ 25 ที่ผ่านมา เป็นวันนี้(29) โดยระบุว่า ตนนั้น ไม่อาจจะเชื่อได้ว่า รัฐสภาไทยจะพิจารณารับรองการประชุมJBC ในวันนี้ หลังจากที่เลื่อนมาแล้วหลายครั้ง



