
'สันธนะ'โวยถูกกักตัวคดีกรรโชกทรัพย์
"พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์" โวย เข้ามอบตัวคดีกรรโชกทรัพย์กลับถูกตำรวจกักตัว
(29มี.ค.) เวลา 01.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล 2 ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายกรณีบุกยึดสนามบินสุวรรณ ภูมิ ถูกกักตัวอยู่ที่สำนักงานตำรวจสันติบาล 3 ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเข้าพบพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เพื่อขอมอบตัวคดีพยายามกรรโชกทรัพย์ ซึ่งถูกออกหมายจับในท้องที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบ พ.ต.ท.สันธนะถูกกักบริเวณอยู่จริง โดยมีลูกน้องคนสนิท 4-5 คน เฝ้าอยู่ไม่ห่าง จากการสอบถาม พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า หลังจากถูกออกหมายจับคดีก่อการร้าย ก็เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยดีไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่ระหว่างที่กำลังสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับคดีตามสื่ออินเตอร์เน็ตอยู่นั้นบังเอิญเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2554 ไปตรวจพบว่า ตัวเองมีหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย เลขที่ 411/2553 ลงวันที่ 22 พ.ย.53 ฐานร่วมกันพยายามกรรโชก ผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.เชียงราย ถูกโพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย อยู่อีก 1 คดี เลยเกิดความสงสัยว่าเมื่อตนถูกออกหมายจับตั้งแต่เดือน พ.ย.53แล้วเหตุใดตนจึงยังเป็นอิสระอยู่ ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เดินทางไปต่างประเทศตลอดทำไมไม่โดนจับกุมตัว
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่า จากนั้นตนจึงรีบปรึกษาทนายและเดินทางมาเข้าพบ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.54 เพื่อขอมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพร้อมนำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 1.1 ล้านบาทมาขอประกันตัวด้วย วันนั้นตนยื่นเรื่องต่อหัวหน้าสำนักงาน ผบ.ตร.เอาไว้ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค.54 ก็ทำเรื่องถึงพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.เพื่อขอให้กองปราบปรามรับทำคดีพยายามกรรโชกแทนพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เนื่องจากตนเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น แต่เมื่อเวลาเนิ่นนานกว่า 1 สัปดาห์เรื่องกลับเงียบหาย ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาติดตามความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งช่วงสายวันนี้ กระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิเชียร ได้ลงนามเซ็นต์คำสั่งแนบท้ายในหนังสือคำร้องให้ ผบก.ส.3 เป็นผู้ดำเนินการ กลับกลายเป็นว่าตนอาจต้องถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน จะถือหมายจับมาควบคุมไปส่งตัวที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ทั้งๆ ที่ตนมีเจตนาจะเข้ามามอบตัวสู้คดีและไม่ได้มีความคิดหลบหนีแต่อย่างใด
“ก่อนผู้สื่อข่าวจะเดินทางมาถึงทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เดินทางมาแล้ว แต่ตนแจ้งความประสงค์ขอทำบันทึกการเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเนื่องจากเกรงว่าสำนวนคดีจะพลิกเป็นว่าตนเป็นผู้ถูกจับ ระหว่างเจรจาอยู่นั้นกลุ่มนักข่าวที่ทราบเรื่องก็พากันมาตรวจสอบพอดี ทำให้ตำรวจ สน.ปทุมวัน หายหน้าไปหมด หากตลอดทั้งคืนนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าตนก็จะรอจนกว่า ผบ.ตร.เดินทางมาทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งในช่วงรุ่งเช้า เพื่อสอบถามให้แน่ชัดเกี่ยวกับประเด็นที่ท่านลงนามเซ็นต์คำสั่งแนบท้ายในหนังสือว่า ตกลงเห็นควรดำเนินการอย่างไร เพราะตนมามอบตัวเองจะจับกุมไม่ได้ ที่สำคัญตอนนี้ตนก็ไม่สามารถเดินทางออกจากรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปไหนได้อีกแล้วเนื่องจากอาจกลายเป็นว่าตนเป็นผู้ต้องหาที่พยายามหลบหนีหมายจับไปอีก” พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว



