ข่าว

ยางตะวันออก-อีสานส้มหล่นใต้น้ำท่วมดันราคาผลผลิตพุ่ง

ยางตะวันออก-อีสานส้มหล่นใต้น้ำท่วมดันราคาผลผลิตพุ่ง

29 มี.ค. 2554

ชาวสวนยางภาคตะวันออกและอีสานลุ้นรับอานิสงส์ใต้น้ำท่วม ผลผลิตลดลง เหตุวงจรการกรีดยางต้องเลื่อนออกไป และสวนยางได้รับความเสียหายดันราคาขายยางดีด เปิดทางให้แหล่งผลิตจากภาคอื่นได้สิทธิ์โขกราคาขายผลิตได้สูงขึ้น

 นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจันทบุรี จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้จะทำให้ราคาผลผลิตยางพาราจากแหล่งปลูกที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคใต้เป็นพื้นที่เพาะปลูกยางพาราที่มีเนื้อที่มากที่สุดของประเทศไทย หรือรวมทั้งภาคใต้คิดเป็นรวมกว่า 13 ล้านไร่ ซึ่งสภาพน้ำท่วมจะส่งผลให้ต้นยางจากภาคใต้ต้องใช้เวลานานกว่าเดิมจึงจะถึงช่วงการเปิดหน้ายางได้ จากปกติที่เหลือเวลาประมาณ 1 เดือน ก็จะถึงเวลาในการเปิดหน้ายางอีกครั้ง

 ทั้งนี้ น้ำท่วมภาคใต้ครอบคลุมแหล่งปลูกยางพาราสำคัญคือ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง ทำให้ต้นยางได้รับความเสียหาย และผลกระทบอีกทางหนึ่งก็คือ ทำให้ต้องเลื่อนระยะเวลาในการเปิดหน้ายางออกไปอีกประมาณ 2 เดือน หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจึงจะกรีดยางได้อีกครั้ง

 "เชื่อว่าสถานการณ์ในขณะนี้ ทำให้ภาคใต้กว่าจะกรีดยางได้ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าเดิม จะส่งผลต่อราคายางพาราทั้งภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ โดยใน 2 ภาคมีพื้นที่กรีดยางกว่า 5 ล้านไร่ หรือมีปริมาณยางออกสู่ตลาดเดือนละกว่า 1 แสนตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลกในช่วงเวลานี้ ตรงนี้เองที่จะส่งผลให้ราคายางพาราจากภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีราคารับซื้อจากพ่อค้าที่สูงขึ้น น่าจะมากว่า 130 บาทต่อกิโลกรัม อย่างแน่นอน" นายเพิกกล่าว

 นายเพิกกล่าวด้วยว่า ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้ประสานให้สหกรณ์ชาวสวนยางต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งถูกน้ำท่วม หลังจากน้ำลดแล้ว ให้เร่งตรวจสอบความเสียหายของสวนยางพาราที่ถูกน้ำท่วม เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางในส่วนที่สามารถทำได้ และนำข้อมูลเรื่องของการผลิต เมื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลถึงทิศทางการผลิตยางพารานับจากนี้ไป