ข่าว

มาร์คอยากเป็นรมว.ศึกษาหากไม่ได้เป็นนายกฯ

มาร์คอยากเป็นรมว.ศึกษาหากไม่ได้เป็นนายกฯ

28 มี.ค. 2554

"มาร์ค" อยากเป็นรมว.ศึกษาธิการหากไม่ได้เป็นนายกฯ ยันไม่ท้อถูกเรียก "ฆาตกร" ยันไม่มีสัญญาใจพรรคร่วม ชี้ 2 ปีปัญหายังเท่าเดิม แจงข้อกล่าวหาดีแต่พูดเพราะต้องอธิบาย

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 28 มี.ค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานงานประกาศเปิดตัว “วันแห่งเจตนาดี” ของ ” สถาบันเจตนาดี ( Jettanadee institute ) ” ที่ห้องอินฟินิตี้ แกรนด์บอลรูม โรงแรมพูลแมนคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำว่า ถ้าตนไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนอยากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะตนเป็นอาจารย์จึงอยากให้ระบบการศึกษามีความเข้มแข็ง เพราะการศึกษาเป็นการชี้ความสามารถของประเทศในระยะยาว แต่ทว่าตอนนี้ระบบการศึกษายังมีปัญหามาก

 ส่วนระบบการจับสลากเข้าโรงเรียนนั้น นายกฯ กล่าวว่า การจับสลากก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีระบบจัดให้ลงตัว แต่ตนคิดว่าจับสลากบ้างกับสอบแข่งขันบ้างก็ดีกว่าใช้เงิน ที่คนมีเงินเข้าได้ แต่คนไม่มีเงินเข้าได้ ซึ่งตนรับไม่ได้

ยันไม่ท้อถูกเรียก"ฆาตกร"ไม่มีสัญญาใจพรรคร่วม

 ทั้งนี้สถาบันดังกล่าวมีนายวัชระ กรรณิการณ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา มาดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการเลขาธิการสถาบันเจตนาดี  โดยนายวัชระ กล่าวในวิดีทัศน์เปิดตัวสถาบันฯว่า นี่ไม่ใช่องค์การทางการเมือง ไม่หวังผลทางการเมือง โดยภารกิจจะเป็นเรื่องของการเผยแพร่แนวคิดเจตนาที่ดี ดีคนที่ดี สถาบัน องค์กรและนโยบายที่ดีในรูปแบบเชิงวิชาการ ซึ่งตนเป็นรองโฆษกรัฐบาลได้พบเจอการร้องขอบอกเล่าจากประชาชนมากในทุกสาขาอาชีพที่มีความเดือดร้อนในแง่ของกฎหมายที่ถูกกดขี่ข่มเหง ดังนั้นภารกิจของสถาบันซึ่งมีคณะทำงานที่เป็นทนายความมีจิตอาสาดูแลไขปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อน มีการเปิดตู้ปณ. ช่องทางติดต่อสื่อสารกับประชาชนและนำเรื่องราวไปถามต้นสังกัดเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมที่เท่าเทียมกัน

 ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสังคมความคิดเห็นไม่เหมือนกัน บางสิ่งคนหนึ่งมองว่าดีคนหนึ่งว่าไม่ดี ก็เป็นสัจธรรมม แต่ไม่ใช่เป็นคำตอบว่าทำแบบนี้ดีหรือไม่ดี ลำพังการมีเจตนาดีไม่นำไปสู่ที่ดีก็มี หลายคนเจตนาดีแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ทำความเสียหาย หลายคนเจตนาดีเพราะยึดติดเป้าหมายอาจจะทำความเสียหายในเรื่องอื่นได้ ดังนั้นเจตนาดีไม่เพียงพอคงต้องช่วยกันคิดระดมสมองว่าจะสามารถเป็นเครือข่ายที่มีพลังสิ่งที่เป็นสิ่งที่ดีไม่มีใครโต้แย้งได้อย่างไร

 จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์บนเวทีโดยมีนายกนก รัตน์วงศกุล และนางสาวอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล เป็นผู้ซักถาม ในหัวข้อ “ การเมืองเป็นเรื่องเจตนาดี ” นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งเมื่อถูกถามถึงความท้อถอยเนื่องจากถูกเรียกว่าฆาตกรและคนที่ทำให้ข้าวของแพงว่า ไม่ท้อ แต่ตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่ทำให้ยืนหยัดอยู่ได้คือรู้ว่าเจตนาเราคิดอะไร ถ้าคิดชั่วทำชั่วก็คงอยู่ยาก แต่มั่นใจเจตนาตนเพียงพอแต่ผลที่ออกมาเป็นที่พอใจหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง

 เมื่อถามว่าทำไมคนเจตนาดีทำงานร่วมกันไม่ได้ อาทิ นางสดศรี สัตยธรรม นายเนวิน ชิดชอบ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บางทีเจตนาดีไม่ตรงกัน บางทีข้อมูลไม่เหมือนกัน แม้เจตนาดีแต่ทั้งคู่อาจจะขัดแย้งรุนแรงก็ได้ อย่างเรื่องเจบีซีหรือเอ็มโอยูตนก็บอกว่าเจตนาดี แต่กลุ่มพันธมิตรฯก็เจตนาดีอยากจะปกป้องดินแดน ตนบอกว่าต้องเจบีซีผ่านสภาแต่พันธมิตรบอกว่าต้องคว่ำ เมื่อถามว่าเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ทำไมไม่ถามฝ่ายโน้นบ้าง” เพราะต่างฝ่ายต่างมีความคิดของตัวเอง แต่ยืนยันว่าตนฟังทุกคน

 เมื่อพิธีกรถามต่อว่าทำงานกับพรรครร่วมมีปัญหาจนทำงานยากไหม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บอกเลยว่าอยู่ในการเมืองส่วนใหญ่เห็นรัฐบาลผสมทำงานไม่ง่ายเหมือนรัฐบาลพรรคเดียว แต่การเห็นไม่ตรงกับพรรคร่วมก็ปกติ ถามว่ายากไหมก็ยาก ถามว่ายืดหยุ่นไหมก็ยืดหยุ่น แต่คงไม่เลวร้ายเสมอไป การมีรัฐบาลผสมทำให้เรายับยั้งชั่งใจและทบทวนว่าทำไมคนที่ร่วมงานกับเราบอกว่านี่ไม่ใช่ ก็เป็นการถ่วงดุล ซึ่งสองปีที่ผ่านมาปัญหาก็เท่าเดิม แต่ตนยืนยันว่าทำงานยึดที่เหตุถ้าเพื่อมีเหตุผลดีกว่าก็ยอมเสมอหากหักล้างตนได้

 เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมีคนบางกลุ่มไม่อยากให้มีเลือกตั้ง แต่ตนยืนยันและมั่นใจว่าสังคมไทยและคนไทยเกือบทั้งหมดต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนไปตามกติกา มั่นใจว่าเสียงนี้จะดังที่สุดและการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น ส่วนคนที่ไม่อยากให้คนไปลือกตั้งก็อธิบายกับสังคมว่าจะไม่ให้มีการเลือกตั้งเพราะอะไร ซึ่งคนที่ไม่อยากไปเลือกตั้งช่วงมิ.ย.หรือกค. หรือเดือนธันวาคมเขาก็ไม่ไป “เขาต้องบอกว่าทำไม่อยากให้เลือกตั้ง”

 เมื่อว่าถ้าให้พูดใหม่จะพูดว่าจะให้ยุบสภาช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.เหมือนเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าข้อมูลเป็นอย่างนี้ ก็ยังยืนยัน เมื่อถามว่ามีสัญญาใจอะไรกับพรรคร่วมเพื่อกลับมาทำงานร่วมกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตอนนี้เรายังมีเวลาทำงาน ก็ยังห่วงว่าจะทำเรื่องต่างๆเสร็จไหม แต่ก็เข้าใจกันดีกว่าเข้าสู่การเลือกตั้งทุกพรรคก็มีอิสระ ลงพื้นที่พบปะประชาชน แต่กลับมาก็จะรู้ว่ามีตัวเลขส.ส.เท่าไร ส่วนว่าแม้ทานขาวด้วยกันเสร็จแล้วก็อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

 เมื่อพิธีกรถามอีกว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวเบ็ดเสร็จหรือรัฐบาลผสมที่เป็นไปได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ถ้าถามใจตนก็อยากได้ส.ส.เยอะที่สุด ส่วนรัฐบาลเดียวหรือผสม ก็เป็นอีกเรื่อง เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเป็นนักพูดมากกว่านักปฏิบัติ นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ไม่จริง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการอธิบายให้เหตุผล เมื่อเขาพูดสู้ไม่ได้ก็หาว่าดีแต่พูด

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนท้ายว่า หากกลับมาเป็นนายกอีกยังมีสิ่งที่จะทำอีกเยอะ ความตั้งใจสูงสุดคือประชาชนมีหลักประกันดูแล สองเห็นประเทศไทยมีหน้าตาในเวทีโลก เพราะเรายังไม่สามารถรวมพลังให้ชาวโลกเห็นในหลายเรื่อง และสามการเมืองเข้ารูปเข้ารูปเข้ารอยของระบอบประชาธิปไตย นี่คือคือสามสิ่งที่อยากจะทำ