ข่าว

"อภิสิทธิ์"ย้ำต้องเดินหน้ากลไกเจบีซี3ฉบับ

"อภิสิทธิ์"ย้ำต้องเดินหน้ากลไกเจบีซี3ฉบับ

28 มี.ค. 2554

นายกฯ ย้ำต้องเดินหน้ากลไกเจบีซี ไม่เกี่ยงประชุมประเทศไทยเพราะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ยังไม่ได้รับรายงานเขมรประสานกองทัพจัดประชุมจีบีซีที่อินโดนีเซีย

 เมื่อเวลา 17.20น.วันที่ 28 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พลเอกเตียบันห์   รองนายกฯ และรมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ยืนยันว่าได้รายงานมายังกองทัพไทยแล้วว่าจะจัดการประชุมจีบีซีที่ประเทศอินโดนีเซียว่า เราสนับสนุนกลไกทวิภาคีทุกกลไกให้เดินหน้าแต่จะจัดประชุมที่ไหนไทยไม่มีปัญหา แค่ยืนยันว่าจะมาประชุมก็เป็นเรื่องดีแล้ว และทางกองทัพเองก็ยังไม่มีการรายงานให้ตนทราบแต่เข้าใจว่ากองทัพคงจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปหากดำเนินการตามปกติการประชุมครั้งนี้ทางกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ สำหรับประเทศไทยอยากให้กลไกนี้เดินหน้าต่อไปได้   และเชื่อว่าไม่ว่าจะจัดประชุมที่ไหนก็คงจะไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกัน เพราะเท่าที่ติดตามการประชุมทั้งเจบีซี หรือจีบีซี จะประชุมที่ไหนก็ตามถือว่าเป็นการประชุมที่เนื้อหาสาระ อยู่ที่ 2 ฝ่ายเท่านั้น 

 เมื่อถามว่าการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 29 มี.ค.จะมีการพิจารณาเรื่องกรอบเจบีซี 3 ฉบับจะมีปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมไปชี้แจงกับวิป และคาดว่าวิปจะเป็นผู้กำหนดท่าทีที่ชัดเจนอีกครั้ง ในวันที่ 29 มี.ค.ซึ่งได้หารือกับประธานรัฐสภาไว้แล้วและได้ย้ำว่าให้หารือกันก่อนว่าจะมีข้อยุติที่ตรงกันหรือไม่  เพราะขณะนี้มีความเข้าใจที่แตกต่างกันอยู่คือสถานะของตัวบันทึกถือว่าเป้นตัวหนังสือสัญญาหรือไม่   และจำเป็นต้องเห็นชอบหรือเพียงแค่รับทราบเพราะในการประชุมของคณะกรรมาธิการยังมีความคิดเห็นที่ไม่ค่อยตรงกัน  

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายรัฐบาลคิดว่าควรจะต้องมีการประชุมเจบีซี และยืนยันว่าบันทึกทั้ง 3 ฉบับที่มีการเสนอต่อสภานี้ไม่ได้มีประเด็นอย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วง ยืนยันว่าไม่มีการรับแผนที่ระวางดงรักและยังขอให้สภามีมติให้ชัดเจนด้วยซ้ำว่ามีข้อสังเกตในลักษณะนี้ ซึ่งครมงจะมีมติต่อไป ยืนยันว่าทุกอย่างครอบคลุมความห่วงใยของคนที่หวงแหนแผ่นดินไทยทั้งนั้น

 เมื่อถามย้ำว่าคิดว่าการประชุมร่วมรัฐสภาจะเป็นไปด้วยความราบรื่นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของสมาชิกรัฐสภาและตนเห็นว่าถ้าเรามีความเห็นที่จะไม่ให้ขบวนการเจบีซีเดินหน้าต่อ เราก็ต้องพร้อมที่จะไปต่อสู้ในทุกเวที ซึ่งเราคาดการณ์ได้เลยว่ากัมพูชาคงจะใช้เวทีอื่นในเมื่อเรามีเวทีเจบีซี มีเอ็มโอยูอยู่แล้ว แล้วเราไม่อยากทำตามกัมพูชาก็ต้องไปหาเวทีอื่นเล่น ซึ่งตนเห็นว่าประโยชน์ของประเทศไทยอยู่ที่การทำให้เรื่องนี้อยู่ในระดับทวิภาคี แทนที่จะปล่อยให้เรื่องบานปลายไปเกี่ยวข้องกับอีกหลายประเทศที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้ดีเท่าไหร่และกัมพูชา