
มาร์คเมินแนวคิดชัยตั้งรบ.แห่งชาติไร้ฝ่ายค้าน
"อภิสิทธิ์"เมินแนวคิดชัยตั้งรัฐบาลแห่งชาติไร้ฝ่ายค้าน ชี้ไร้อำนาจตรวจสอบ ถามกลับแล้วใครจะคานอำนาจ เย้ย ยังต้องการดีเบตหัวหน้าเพื่อไทยปฏิเสธครม.ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเปล่าหาเสียง
เมื่อเวลา 17.20น. วันที่ 28 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวห้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ระบุว่าการเลือกั้งครั้งหน้าพรรคการเมืองอันดับ 1 และ 2 อาจจับมือกันตั้งรัฐบาล ว่า ตนยังไม่ทราบ ต้องรอดูผลการเลือกตั้งว่าใครจะมาที่ 1 หรือ 2 วันนี้ยังไม่มีใครทราบ
เมื่อถามว่านายชัย ยังเสนอแนวคิดอีกว่าให้ทุกพรรคการเองร่วมกันจัดตั้งเป็นรัฐบาลแห่งชาติโดยที่ไม่มีฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ มันก็จะขาดระบบการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่เข้าสู่การเลือกตั้งแต่ละพรรคก็จะแสดงจุดยืนออกมาเองขณะนี้พูดอะไรล่วงหน้าลำบากมาก เพราะยังไม่ทราบว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งมีจุดยืนอย่างไร แต่พรรคประชาธิปัตย์เสนอตัวชัดเจนว่าสิ่งที่เราจะทำคืออะไร ไม่ใช่มาหมกมุ่นปัญหาการเมืองแต่เรามองปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะก้าวพ้นเรื่องเดิม ๆ ทางการเมือง เพื่อนำประเทศเดินไปข้างหน้าและช่วยประชาชนทั้งเรื่องค่าครองชีพซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนมากที่สุดคือการเพิ่มรายได้ ด้วยนโยบายต่าง ๆ ”
เมื่อถามว่าคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเขาระบุชัดเจนว่าไม่ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว
เมื่อถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ต้องการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แนวทางของเราชัดเจนอยู่แล้วว่าเราเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน ซึ่งตนก็พูดไปแล้วหลายครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าตกลงนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะดีเบตกับหัวหน้าทุกพรรคการเมืองหรือเฉพาะกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามกระบวนการการหาเสียงทุกพรรคสามารถแสดงวิสัยทัศน์กันได้อยู่แล้ว เมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศตัวเป็นแกนนำรัฐบาลก็ต้องเสนอตัวคนมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะให้ประชาชนได้รับทราบว่าความคิดความอ่านระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยแตกต่างกันอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบการขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนไม่ถึง 5 หมื่นบาท โดยให้ขึ้นเงินเดือนอีก 5% นั้นขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง แต่มันเกี่ยวกับวันที่ 1 เม.ย.ที่รัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าจะขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการ และการขึ้นเงินเดือนให้กับรัฐวิสาหกิจก็เป็นตัวเลขเดียวกันคือ 5% เพียงแต่ปกติเงินเดือรรัฐววิสาหกิจจะสูงกว่าเงินเดือนข้าราชการ ดังนั้นใครมีเงินเดือนเกิน 5 หมื่นบาทก็ไม่จำเป็นต้องปรับ ส่วนกรณีของสถาบันการเงินที่มีเงินพิเศษให้ 1 เดือนนั้น ความจริงแล้วมีการเสนอขอปรับอัตรามาเกินร้อยละ 5 แต่กระทรวงกรคลังเห็นว่าให้ปรับได้ไม่เกินร้อยละ 5 และให้เงินพิเศษ 1 เดือน ก็จะไม่เป็นการเพิ่มฐานเงินเดือน
เมื่อถามย้ำว่าการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้รัฐบาลจะได้ใจจากบรรดาข้าราชการและรัฐวิสาหกิจใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในเมื่อเงินเดือนข้าราชการไม่ได้มีการปรับมานานแล้ว เมื่อรัฐบาลมีการกำหนดที่จะปรับฐานเงินเดือนข้าราชการก็ควรจะพิจารณากัน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการหาเสียง เพราะตัดสินใจทำเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ และอย่างไร



