
บิ๊กทร.ถกสุเทพก่อนชงจัดซื้อ"เรือดำน้ำ"6ลำ
บิ๊กทร.ถก "สุเทพ" เล็งชงจัดซื้อ "เรือดำน้ำ" 6 ลำ วงเงิน 7.5 พันล้านบาทเข้าครม.ชี้รอบบ้านมีเรือดำน้ำหมดแล้ว เผยเป็น"มือสอง"อายุ 30 กว่าปี ปรับสภาพแล้วใช้ได้อีก 10 ปี แบ่งเป็นงบซื้อ 1.7-1.8 พันล. งบซ่อม-อัพเกรดอีก 5 พันกว่าล.
(28มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวว่า กองทัพเรือ(ทร.) เตรียมเสนอโครงการจัดซื้อจัดหาเรือดำน้ำ จำนวน 6 ลำ ภายใต้วงเงินงบประมาณ 7,500 ล้านบาท จากกองทัพเรือประเทศเยอรมนี โดยมีรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางเข้าพบหารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พร้อมกับนำโปรเจ็คการจัดซื้อขัดหาเรือดำน้ำเข้าหารือ โดยได้ชี้แจงว่า ทร.ไทยมีความต้องการจัดหาได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ เนื่องจากประเมินสถานการณ์ภัยคุกคามในประเทศรอบบ้านพบว่ามีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะทางทะเล ซึ่งขณะนี้รอบบ้านมีเรือดำน้ำหมดอล้ว หากไทยไม่มีเกรงว่าจะไม่สามารถดูแลรักษาอธิปไตยได้เต็มที่
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นายทหารเรือระดับสูงอธิบายเหตุผลความจำเป็นที่จะจัดซื้อเรือดำน้ำว่า ขณะนี้กองทัพอากาศ(ทอ.) มีเครื่องบินขับไล่รุ่น "กริพเพน" แล้ว ส่วนกองทัพบก(ทบ.) ก็มีการจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน และเฮลิคอปเตอร์(ฮ.) รุ่น MI-17 จากประเทศรัสเซีย ทร.จึงมีแนวความคิดที่จะจัดหาเรือดำน้ำเพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าทัพอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับเครื่องบินกริพเพน เบื้องต้น ในการพูดคุยกับนายสุเทพได้มีการนำเสนอโคงการจัดซื้อเรือดำน้ำเพื่อให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติ
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ในการจัดซื้อยังไม่มีความชัดเจนว่า จะใช้งบประมาณผูกพันระยะยาวหรือไม่ โดยเบื้องต้น เป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะใช้งบประมาณในส่วนของ ทร.เอง โดยปรับเกลี่ยจากงบประมาณปี 2555 หลังจากครม.อนุมัติวงเงินงบประมาณปี 2555 ให้ทร.ประมาณ 34,932.1 ล้านบาท ขณะนี้ได้ทำแผนจัดซื้อเบื้องต้นเสนอไปยัง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตามแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ขณะที่การเสนอต่อครม.เป็นการขอเพื่อให้อนุมัติในหลักการก่อน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า งบประมาณปี 2555 ในส่วนกระทรวงกลาโหม ผ่านการอนุมัติแล้วด้วยวงเงินงบประมาณ 177,480 ล้านบาท แบ่งเป็น กองทัพบก 86,663.4 ล้านบาท กองทัพเรือ 34,932.1 ล้านบาท กองทัพอากาศ 33,684.1 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 14,156.3 ล้านบาท สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 6,290.9 ล้านบาท กรมราชองครักษ์ 699.98 ล้านบาท สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม 1053 ล้านบาท โดยงบประมาณในปี 2555 เพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 5.3% หรือ 8,978.7 ล้านบาท
แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพ ระบุถึงเหตุผลการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า ขณะนี้ ทร.ได้มีการประเมินสถานการณ์รอบด้าน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งกับหลายประเทศรอบบ้าน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน ซึ่งหากมีปัญหากระทบกระทั่งกัน และมีการเรือดำน้ำมาเข้ามาปิดน่านน้ำ ฝ่ายไทยเองก็จะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะในปฏิบัติการด้านความมั่นคง เมื่อเขามีเรือดำน้ำเราก็ต้องมีเรือดำน้ำ เพื่อดูแลให้เกิดความเท่าเทียมกันกัน ซึ่งขณะนี้ประเทศรอบบ้านมีเรือดำน้ำไว้รักษาอธิปไตยหมดแล้ว ส่วนพม่าก็เตรียมรับจากจีนเร็วๆนี้เช่นกัน
แหล่งข่าวคนเดิม ระบุว่า การดำเนินการขออนุมัติจาก ครม.ขณะนี้เป็นขออนุมัติในหลักการเท่านั้น จากนั้นทร.จะทำการปรับเกลี่ยงบประมาณที่ได้รับให้มีความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับงบประมาณของประเทศระยะยาวต่อไป ซึ่งการจัดซื้อยังไม่มีความชัดเจนว่า เพราะในการจัดซื้อจะต้องรอดูว่าจะได้เฉพาะตัวเรือ หรือระบบอาวุธภายในด้วยหรือไม่ ซึ่งต้องพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไป
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงอีกรายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ จำนวน 6 ลำ แบ่งเป็นเรือพร้อมใช้ 4 ลำ และเรือที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซมอีก 2 ลำ อย่างไรก็ตาม เรือพร้อมใช้ทั้ง 4 ลำ ยังไม่ได้พร้อมใช้ในทันที ต้องปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มเติมอีกบางส่วน ขณะที่อีก 2 ลำที่เหลือต้องปรับปรุงซ่อมแซมขนานใหญ่ โดยทร.เสนอจัดซื้อเป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2554-58 โดยแบ่งบัญชีออกเป็น 2 ส่วน คือ งบจัดซื้อ จำนวน 1,700-1,800 ล้านบาท ส่วนงบที่เหลืออีก 5,000 กว่าล้านบาทเป็นงบซ่อมแซม และจัดซื้อจัดหาอะไหล่เพิ่มเติม
แหล่งข่าวรายนี้เผยอีกว่า เรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวใช้วัสดุที่สามารถป้องกันทุ่นระเบิด และสามารถสะท้อนรังสีแม่เหล็กได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การปฏิบัติการในทะเลไทย ซึ่งมีระยะทางไม่ไกล และระดับน้ำไม่ลึก ส่วนที่มาในการจัดซื้อ เนื่องจากกองทัพเรือเยอมันต้องการต่อเรือดำน้ำรุ่นใหม่ แต่ทางรัฐบาลเยอรมันแนะว่า ควรขายเรือดำน้ำรุ่นเก่าที่ประจำการมานานออกไปก่อนเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ เมื่อกองทัพเรือไทยทราบข่าวจึงเกิดความต้องการที่จะจัดซื้อ เพราะอยู่ในวงเงินงบประมาณที่สามารถจัดหาได้ทั้งนี้ สำหรับเรือดำน้ำรุ่นนี้มีอายุการใช้งานมาแล้ว 30 กว่าปี เมื่อปรับสภาพแล้วจะสามารถใช้ได้อีกประมาณ 10 ปี ซึ่งมาพร้อมกับระบบอาวุธ เช่น ตอร์ปิโด เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือมีการเสนอแผนความต้องการมานานหลายสิบปี แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากทุกรัฐบาล เนื่องจากใช้งบประมาณในการจัดซื้อมหาศาล โดยในอดีตมีการเสนอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศสวีเดน แต่ก็ต้องพับโครงการไป เนื่องจากมีสนนราคา 20,00-30,000 ล้านบาทต่อลำ รวมแล้ว 2 ลำเป็นเงินสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่เรือดำน้ำจากประเทศชั้นนำ เช่น เยอรมนี สวีเดน รัสเซีย ฝรั่งเศส ฯลฯ ก็ล้วนแต่มีราคาสูงถึงลำละ 1,000 ล้านเหรียญหรือ 30,000 กว่าล้านบาททั้งสิ้น



