ข่าว

ล่าไอ้เข้หลุดน้ำท่วมเมืองคอนได้5ตัวแล้ว

ล่าไอ้เข้หลุดน้ำท่วมเมืองคอนได้5ตัวแล้ว

29 มี.ค. 2554

สถานการณ์น้ำท่วมนครศรีฯ หลายอำเภอยังอ่วม ด้านลุ่มน้ำปากพนังเตรียมรองรับน้ำ จัด จนท.ล่า 11 ไอ้เข้ เผยโผล่ลึกลับอีกอื้อ คาดลักลอบเลี้ยง ส่วน อ.นบพิตำ ติดค้างบนภูเขานับร้อยชีวิต รถไฟ-สนามบิน-ร.พ.ท่าศาลา ยังหยุดบริการ ยอดตายเพิ่มอีก 1 รวม 9 ศพ ปภ.เผยเสียหายกว

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมสูง โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แม้ว่าระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม หลายชุมชนยังมีระดับน้ำเกินกว่า 1 เมตร เช่น ชุมชนหลังสถานีรถไฟ บ่อทรัพย์ มุมป้อม ประตูขาว หัวท่า เป็นต้น

 อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาฝนตกลงมาอย่างหนักอีกระลอกทำให้ระดับน้ำหลายจุดทรงตัวและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสภาพอากาศมืดครึ้มท้องฟ้าปิด เส้นทางถูกตัดขาดเพิ่มเติมล่าสุดคอสะพานบ้านน้ำแคบถูกน้ำกัดเซาะจนขาดสะบั้นตัดการจราจรทุกชนิด ขณะที่อำเภอรอบนอก เช่น อ.พระพรหม อ.พรหมคีรี อ.ลานสกา ยังมีระดับน้ำท่วมสูงเช่นเดียวกัน ท่ามกลางควงามพยายามในการเข้าช่วยเหลือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และส่วนราชการต่างๆรวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

ลุ่มน้ำปากพนังเตรียมรองรับน้ำนครศรีฯชั้นใน

 สำหรับการระบายน้ำนั้นในส่วนของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาหลวง นาย สมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้ระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ และเครื่องผลักดันน้ำจากกรมชลประทาน เข้าติดตั้งในจุดสำคัญหลายจุดตลอดทั้งแนวลำคลองสำคัญคือ คลองป่าเหล้า คูพาย สวนหลวง หน้าเมือง ท่าโพธิ์ ท่าซัก เพื่อผลักดันน้ำออกสู่อ่าวปากนครระบายลงสู่อ่าวไทยให้เร็วมากขึ้น

 ขณะเดียวกันในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วย อ.ปากพนัง อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากพื้นที่ตอนในของจังหวัดนครศรีธรรมราช ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ บางจุดสูงกว่า 2 เมตร และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนขณะเดียวกันสำนักชลประทานนครศรีธรรมราชได้เร่งเปิดประตูระบายน้ำในลำคลองชะอวด-แพรกเมือง ซึ่งเป็นคลองขุดในพระราชดำริ ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ ในโครงการลุ่มน้ำปากพนังทุกบานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำเต็มพิกัด

จระเข้หลุดจากสวนสัตงว์คาดลักลอบเลี้ยง

 สำหรับจระเข้ที่หลุดออกมาจากสวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีรายงานว่า ทั้งหมดมีถึง 11 ตัว และได้หลุดออกจากสวนสัตว์จากสภาพน้ำท่วมทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ระดมกำลังไล่ล่าตลอดทั้ง 24 ชม.โดยล่าสุดนั้นได้มีการจับตายไปแล้ว 1 ตัวจับเป็น 2 ตัว และเช้าของวันนี้พบว่ายังว่ายน้ำอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสวนสัตว์ 4 ตัว แต่ยังไม่สามารถจับได้ นอกจากนั้นยังมีรายงานการพบเห็นและพบว่าจระเข้จำนวน 3-4ตัวได้เข้าโจมตีสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่อพยพหนีน้ำ เป็นแพะ 2 ตัวและเป็ดไก่อีกจำนวนหนึ่ง

 พ.ต.อ. ธรรมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอีกหลายฝ่ายและเจ้าหน้าที่เทศบาลติดอาวุธออกไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับประชาชนขณะเดียวกันพบว่ายังมีรายงานการพบเห็นจระเข้อีกหลายจุดซึ่งอยู่ห่างจากสวนสัตว์มาก

 เจ้าหน้าที่เทศบาลรายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นไปได้ว่าจะมีจระเข้ที่มีการลักลอบเลี้ยงหลุดออกมาด้วยเนื่องจากเทศบาลมีเพียง 11 ตัวเท่านั้นจับมาได้แล้ว 3 ตัว ยังวนเวียนอยู่ในเขตสวนสาธารณะอีก 4 ตัว และพบเห็นในเวณใหล้สนามบินอีกจำนวนหนึ่งเมื่อดูแอล้วครบ 11 ตัวดังนั้นจึงเชื่อว่าจระเข้ที่พบเห็นในจุดอื่นไม่น่าจะใช้จระเข้ที่หลุดสวนสัตว์อย่างแน่นอนน่าจะเป็นจระเข้ที่ชาวบ้านลักลอบเลี้ยงแล้วหลุดออกมา  

ตั้งทีมล่าจระเข้3ตัวไม่ยันหลุดจากฟาร์ม

 ด้านนายสัตวแพทย์ นพราชย์ อินทร์ทองคำ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่ตั้งอยู่ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (ทุ่งท่าลาด) จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำหรับจระเข้ที่ชาวบ้านจับได้ทั้ง 3 ตัวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นจระเข้ที่หลุดมาจากฟาร์มใดในพื้นที่ไหน แต่สำหรับจระเข้ที่เลี้ยงไว้ในสวนสัตว์สวนสัตว์สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ มีจำนวนทั้งหมด 11 ตัว ซึ่งมีอายุประมาณ 10 ปี น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมเท่านั้น แต่เนื่องจากน้ำท่วมกรงขังชั้นในทำให้จระเข้ประมาณ 3-4 ตัวหลุดออกมาอยู่ในส่วนกรงชั้นนอก ซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างเจ้าหน้าที่ได้พยายามนำตาข่ายมากั้นขวางพื้นที่ไว้เพื่อทำเป็นกรงดักไว้อีกชั้นหนึ่งแต่เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมสูงทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจระเข้อาจจะหลุดออกไปพื้นที่ข้างนอกสวนสาธารณะฯได้

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เทศบาลฯได้จัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำตามแนวสันเขื่อนน้ำตลอดพ่นที่สวนสาธารณะเพื่อเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้จระเข้หลุดไปข้างนอก ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการสังเกตุพฤติกรรมของจระเข้ร่วมกับทีมชาวบ้านออกไปลาดตระเวนพื้นที่แหล่งน้ำต่างๆเพื่อจับจระเข้ที่เชื่อว่าหลุดออกมาจากฟาร์มเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน

 "ทันทีที่ทราบว่าจระเข้หลุดออกจากบ่อชั้นในได้พยายามหาทางสกัดกั้นไม่ให้ออกนอกบ่อในเขตสวนสาธารณะฯแต่เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้ง 100 %ว่าจระเข้จะไม่หลุดออกนอกพื้นที่ เบื้องต่นจึงต้องจัดทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบร่วมกับชาวบ้านเพื่อไล่ล่าจระเข้ทั้งในส่วนของจระเข้จากฟาร์มของชาวบ้านและจระเข้ในส่วนของสวนสาธารณะฯอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของจระเข้ที่ชาวบ้านจับได้ทั้ง 3 ตัวจนถึงขณะนี้ไม่ทราบว่าจระเข้ที่หลุดจากบ่อหรือฟาร์มใด"นายสัตวแพทย์นพราชย์ กล่าว

 ล่าไอ้เข้หลุดน้ำท่วมเมืองคอนได้5ตัวแล้ว

 ล่าสุดเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิไต้เต๊กตึ๊งสามารถเข้าไปจับกุมจระเข้ตัวที่ 5 ได้หลังจากพบว่าขึ้นมานอนอยู่ในสุสานจีนตงฮั้วใกล้กับสนามบินกองทัพภาคที่ 4 ในสภาพอ่อนแรง โดยสามารถจับมัดปากและนำตัวกลับมาส่งมอบให้กับสวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทำให้จระเข้ของสวนสัตว์ในขณะนี้ยังเหลืออีก 6 ตัว ส่วนที่พบตามสถานที่ต่างๆนั้นคาดว่าจะเป็นจระเขที่หลุดมาจากที่อื่น โดยเฉพาะผู้ที่ลักลอบเลี้ยง

 ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เร่งลงพื้นที่นำเครื่องอุปโภค บริโภค ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องในหลายจุดของวันนี้จำนวน 3 , 000 ชุด จุดแรกนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ศาลาประชาคมอำเภอท่าศาลา ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้ง 10 ตำบล คือ ตำบลท่าศาลา ตำบลโมคลาน ตำบลท่าขึ้น ตำบลสระแก้ว ตำบลกลาย ตำบลไทรบุรี ตำบลดอนตะโก ตำบลโพธิ์ทอง ตำบลหัวตะพาน ตำบลตลิ่งชั้น จำนวน 109 หมู่บ้าน 35 , 288 คน 8 , 822 ครัวเรือน ความเสียหายส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ทำให้สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย เป็น ถนน 30 สาย คอสะพานเสียหาย ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ

 จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่โรงเรียนวัดบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี ซึ่งได้รับความเสียหาย 5 ตำบล คือตำบลอินคีรี ตำบลพรหมโลก ตำบลทอนหงส์ ตำบลบ้านเกาะ ตำบลนาเรียง จำนวน 39 หมู่บ้าน 3,810 คน 951 ครัวเรือน

 สำหรับความเสียหายในภาพรวมทั้งจังหวัด 23 อำเภอ 131 ตำบล ราษฏรได้รับผลกระทบ 139,754 คน ยอดผู้เสียชีวิต 8 ราย มีการอพยพประชาชนกว่าหนึ่งพันคน มีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 4 หมื่นไร่ ส่วนความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างการสำรวจ มูลค่าความเสียเบื้องต้นกว่า 300 ล้าน ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราชยังน่าห่วง จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณต้นน้ำ ที่ลาดชันใกล้ภูเขา ตลอดถึงพื้นที่ลุ่ม ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมอพยพหากเกิดสถานการณ์ พร้อมเฝ้าติดตามรายงานข่าวทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ และสถานีวิทยุชุมชน หอกระจายข่าวอย่างใกล้ชิด 

 ส่วนที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนและสะพานถูกกระแสน้ำป่าตัดขาดหลายแห่งทำให้ราษฎรไม่สามารถออกมาสู่ภายนอกได้ โดยเฉพาะนาย เขียว แก้วนุ่น อายุ 70 ปี ราษฎร ม. 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งป่วยหนักปัสสาวะเป็นเลือดต้องรีบส่ง ร.พ.ด่วน แต่ไม่สามารถนำร่างนายเขียวไปส่ง ร.พ.ได้เพราะสะพานขาดและทางขาดหลายจุดกองทัพภาคที่ 4 จึงส่งเฮลิคอปเตอร์บินมารับตัวนายเขียว ส่งรักษาตัวที่ ร.พ.ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

 ต่อมานายธนพล ไชยชาญ ผจก.บริษัท เหมืองแร่พี่แอนด์เอสแบริ่งไม่นิ่ง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาไม้ไผ่ บ้านกรุงชิง ม. 8 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจาก พ.อ.ภาสกร ทวีตา รอง ผอ.กกร.ทภ. 4 ที่ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาค 4 อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือจากทหาร ทภ. 4 ให้ช่วยจัดส่ง ฮ.บินขึ้นไปช่วยนำคนงานเหมืองแร่ จำนวน 20 คนและชาวบ้านกว่าร้อยชีวิตที่ติดอยู่บนเหมืองแร่ไม่สามารถลงมาได้เนื่องจากทางและสะพานขาดหลายแห่ง ต้องติดอยู่บนเหมืองแร่บนภูเขานานเป็นเวลา 5 วันแล้ว ไม่สามารถลงมาได้ไฟฟ้าก็ดับหมดเนื่องจากกระแสน้ำป่าพัดเสาไฟฟ้าล้มหมด ไม่มีอาหารกินมานาน 5 วันแล้ว

 ทางกองทัพภาคที่ 4 ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไปช่วยเหลือได้เนื่องจากฝนตกหนัก สภาพอากาศปิดอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคในการบิน ต้องรอให้อากาศเปิดจึงสามารถเริ่มปฏิบัติแต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะปฏิบัติการในช่วงใดต้องรอเวลาเพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด

 ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจำนวน 60 คนที่เดินทางมาเที่ยวรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนผืนป่ากรุงชิง เขต อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ต้องติดอยู่บนภูเขากรุงชิงนานเป็นเวลา 5 วันเช่นกัน พ.ต.อ.เชิดชาย โมสิกะ ผกก.สภ.นบพิตำ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นบพิตำ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอนบพิตำและจนท.มูลนิธิต่างๆ ได้ร่วมกันช่วยเหลือนำนักท่องเที่ยวทั้ง 60 ชีวิตที่ติดอยู่ในรีสอร์ทลงมาได้อย่างปลอดภัย โดยขณะผ่านถนนท้องที่ ม. 2 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เกิดสะพานขาด ต้องให้นักท่องเที่ยวลงจากรถเดินข้ามสะพานไม้แล้วมาขึ้นรถตู้ที่จัดไว้จำนวน 6 คันที่เตรียมไว้อีกฝั่งสะพานเดินทางออกจากพื้นที่ อ.นบพิตำ มุ่งหน้ากลับกรุงเทพมหานครอย่างปลอดภัยแล้ว
รถไฟ-สนามบินนครศรีธรรมราชยังหยุดให้บริการ

 นางศิรินารถ จุลเกลี้ยง หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยการบิน รักษาราชการผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้ระดับน้ำลดลงออกจากผิวรันเวย์หมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เนื่องจากต้องเคลียร์สภาพพื้นผิวรันเวย์ แทกซี่เวย์ทั้งหมดเพรามีเศษวัตถุต่างๆที่ไหลมากับน้ำท่วมกลาดเกลื่อนจำนวนมากต้องใช้เวลาราว 3วัน

 ขณะเดียวกันพบว่าระบบไฟฟ้าในส่วนของระไฟนำทางระบบไฟฟ้าอุปกรณ์นำร่องการลงจอด และระบบไฟฟ้าที่ฝังอยู่เสียหายทั้งหมด ต้องรอเจ้าหน้าที่วิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางอากาศ และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเข้าทำการวิเคราะห์ตรวจสอบยังไม่สามารถกำหนดเวลาในการเปิดบินได้ ทำให้มีความเสียหายด้านรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆของท่าอากาศยานหายไปเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงความเสียหายจากสายการบินที่ต้องสูญเสียผู้โดยสารไปถึงกว่าวันละ1,600-1,700 คนทีเดียว

 ด้านสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ยังมีการประกาศหยุดเดินรถแม้ว่าน้ำที่ท่วมรางจะลดระดับลงแล้วเจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุงได้ออกตระเวนตรวจซ่อมรางตั้งแต่สถานีนครศรีธรรมราช ไปจนถึงสถานีชุมทางเขาชุมทอง อ.ร่อนพิบูลย์ ส่วนผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารนั้นต้องเดินทางไปยังสถานีรถไฟทุ่งสงที่ยังเปิดใช้บริการตามปกติ

ร.พ.ท่าศาลายังปิดบริการยาวจนท.เร่งฟื้นฟู

 ล่าสุดโรงพยาบาลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ยังคงปิดให้บริการเนื่องจากความเสียหายกับเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และในทุกระบบที่เกี่ยวข้องอย่างหนักสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องระดมเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

 น.พ.กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.ร.พ.ท่าศาลาจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งเก็บกวาดกู้ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำอย่างเร่งด่วนและคาดว่าจะเปิดบริการได้ในราววันพุธ โดยขณะนีร้ได้มีพี่เลี้ยงคือ รพ.มหาราช ได้มาตั้ง รพ.สนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยเบื้องต้นหากมีกรณีต้องรับเข้ารักษาตัวจะส่งต่อไปยัง รพ.มหาราช ทันที

 “ ความเสียหายในขณะนี้ดูแล้วใจหายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์จำนวนมากจมน้ำอย่างสิ้นเชิงคิดเป็นตัวเงินมูลค่าสิ่งของเหล่านั้นแล้วราว 40 ล้านบาท ซึ่งต้องประสานกับทุกฝ่ายเพื่อหาช่องทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวโดยเฉพาะอาคารต่างๆต้องปรับรูปแบบให้มีความสูงมากขึ้นเพื่อหนีอุทกภัยเช่นนี้ตลอด 30 ปีตั้งแต่สร้างโรงพยาบาลมาเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ” ผอ.ร.พ.ท่าศาลา กล่าว

ตายเพิ่มอีก1ยอดสะสมจมน้ำพุ่ง 9 ศพ

 สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมวันนี้ได้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพที่ อ.สิชล วันที่ 27 มี.ค.54 เวลา 23.00 น.มีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตที่ลำคลองลาวเห้ง บ้านสำนักเนียน ม.3 ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ปรีชา สวนจันทร์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.สิชล ได้เข้าทำการชันสูตรพลิกศพ ทราบชื่อ นางเอื้อมพร สังข์วงศ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม. 3 ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพนอนตะแคงในลำคลองติดกับก้อนหินและท่อประปาหมู่บ้าน

 จากการสอบสวนญาติได้ความว่า ผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านไปยังขนำในสวนยางพาราบนภูเขาเพียงคนเดียว ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 255 4 คาดว่าวันที่เสียชีวิตผู้ตายได้เดินทางกลับบ้านโดยเดินข้ามลำคลองแล้วเจอกระแสน้ำเชี่ยวทำให้เสียการทรงล้มลงในลำคลองเป็นเหตุให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว รวมยอดผู้เสียชิวิตในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในขณะนี้สูงถึง 9 รายแล้ว โดยนางเอื้อมพร เป็นรายล่าสุด

ปภ.นครศรีฯเผยเสียหายยับแล้วกว่า300ล.

 นายคเณศวร์ คงหอม หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รรท.หน.สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ล่าสุดมีเหตุการณ์ดินสไลด์ที่ ม. 1 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราชดินได้สไลด์ลงมาปิดทับถนนใน ม.5 หมู่บ้านและลานจอดรถน้ำตกอ้ายเขียว และบ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย 5 หลัง แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมพื้นที่ประสบภัย 22 อำเภอ 131 ตำบล 1063 หมู่บ้าน 38,629 ครัวเรือน  139,754 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 42,600 ไร่ ถนนเสียหาย 609 สาย ประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 300 ล้านบาทเศษ

แหลมตะลุมพุกวิกฤติหมู่บ้านประมง2แห่งเสี่ยงทะเลกลืน

 นายประยุทธ ฐานะวัฒนา กำนันตำบลแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนังจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าภสพา ม.2 และ 3 ต.แหลมตะลุมพุกซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงกำลังมีปัญหาวิกฤติไม่รู้ว่าจะย้ายไปไหนต้นมะพร้าวล้มลงอย่างต่อเนื่องถูกคลื่นกัดเซาะอย่างหนักน้ำทะเลเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนนกลางหมู่บ้านถูกกัดเซาะจนพังทลายไปอย่างต่อเนื่อง สภาพเช่นนี้ต่อไปอีกไม่เกิน 2-3 วันข้างหน้าบ้านเรือนของชาวบ้านจะพังทลายลงโดยยังไม่รู้ว่าจะไปอาศัยอยู่ที่ไหนซึ่งต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย