
พิสูจน์หลักฐานหาเหตุไฟไหม้ตลาดปักธงชัย
รองผู้การโคราชส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่หาสาเหตุเพลิงไหม้ เตรียมสรุปต้นเพลิงชนวนผลาญวอดกว่า 100 ล้าน ขณะที่ชาวบ้านหลายครอบครัวกลับเข้าพื้นที่ขุดซากเถ้าถ่านหาของมีค่าที่หลงเหลือ ด้านรักษาการนายกเล็ก เทศบาลตำบลเมืองปัก อัดงบแจกเงินช่วยเหลือรายละ 3 หมื่
ความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้ตลาดสดเทศบาลตำบลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่ถูกเพลิงเผาผลาญห้องแถวซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนเป็นไม้ชั้นล่างสร้างด้วยปูนส่วนใหญ่เป็นร้านจำหน่ายสินค้าทั้งร้านค้าขายส่งและวัสดุอุกรณ์ต่างๆ วอดวายรวม 38 คูหา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 มี.ค. 54 ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 28 มี.ค.2554 ) พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐานนครราชสีมา ได้เดินทางไปตรวจพิสูจน์หาหลักฐานบริเวณห้องแถวต้องสงสัยว่าจะเป็นต้นเพลิง เลขที่ 171 / 9-10 เทศบาลตำบลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อหาหลักฐานซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงใหม้ในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุของเพลิงไหม้ไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ ไฟฟ้าลัดวงจร และการจุดธูปเทียนบูชาพระ แต่ทั้งนี้ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ชัดเจนอีกครั้ง ในขณะที่ความเสียหายในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลเมืองปักสรุปความเสียหายมีห้องแถวถูกเพลิงไหม้รวม 38 คูหา มีประชาชนได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้ทั้งหลังรวม 20 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะตัวอาคารอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศในสถานที่เกิดเหตุในวันนี้เป็นไปด้วยความเศร้าสลด ครอบครัวของเจ้าของบ้านเรือนที่ถูกเพลิงไหม้พากันเข้ามาขุดค้นซากอาคารที่ถูกเพลิงไหม้เหลือแต่ตอตะโก เพื่อค้นหาทรัพย์สินมีค่าที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะเครื่องประดับจำพวกทองรูปพรรณเป็นต้น ซึ่งก็สามารถเก็บกู้คืนกลับไปได้ส่วนหนึ่ง ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้เสียหายนั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจและส่วนใหญ่จะเป็นสถานประกอบการธุรกิจของนักธุรกิจในอำเภอปักธงชัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีฐานะ ครอบครัวผู้เสียหายในส่วนนี้จึงพากันอพยพไปอาศัยอยู่ตามบ้านญาติในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรอให้เหตุการณ์สงบ และสามารถกลับมาฟื้นฟูก่อสร้างร้านค้าเพื่อดำเนินธุรกิจอีกครั้ง
นายประชา พิณพาทย์ เจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลังเช่นเดียวกัน เปิดใจว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตนเองในครั้งนี้ถือเป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุดในชีวิต จนต้องหมดสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ตนเองต้องหมดเงินที่ต้องใช้ในการปรับปรุงร้านเพื่อให้กลับมาค้าขายได้อีกครั้งนับล้านบาท และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานนับเดือน ซึ่งก็เพิ่งจะกลับมาเป็นปกติได้ไม่นานก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ครั้งนี้อีกรอบ ซึ่งรุนแรงหนักจนหมดเนื้อหมดตัว แต่อย่างไรก็ตามชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป และตั้งใจว่าจะกลับมาสร้างร้านใหม่เพื่อให้กลับมาค้าขายโดยเร็วที่สุด ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาจัดการฟื้นฟูพื้นที่ให้เรียบร้อยโดยเร็ว
ด้านนายจักริน ตันติประภา รักษาการนายกเทศมนตรีตำบลเมืองปัก อ.ปักธงชัย กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือในเบื้องต้นขณะนี้ทางเทศบาลตำบลเมืองปัก ได้ประสานขอความช่วยเหลือด้านต่างๆไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว โดยทางเทศบาลได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลความเสียหายของผู้ประสบภัยเพื่อสำรวจความเสียหาย โดยในเบื้องต้นมีประชาชนผู้ได้รับความเสียหายมาแจ้งความเสียหายกับเจ้าหน้าที่แล้ว 20 ครัวเรือน เนื่องจากในจุดนี้ถือเป็นจุดศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของอำเภอปักธงชัย เป็นตลาดสดที่เก่าแก่และเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของเมือง ทุกครอบครัวที่ได้รับความเสียหายจะเป็นนักธุรกิจประกอบอาชีพเปิดร้านจำหน่ายสินค้า จึงทำให้มีมูลค่าความเสียหายที่สูง โดยประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะความเสียหายของตัวอาคารรวมทั้งสิ้น 38 คูหา มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ทรัพย์สินมีค่าอีกไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท
ส่วนความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ขณะนี้ทางเทศบาลฯได้อนุมัติงบประมาณมาช่วยช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอัคคีภัยในครั้งใน ซึ่งมีบ้านเรือนร้านค้าได้รับความเสียหายทั้งหลังเป็นเงินชดเชยรายละ 30,000 บาท รวม 20 ครอบครัว รวมเป็นเงินกว่า 600,000 บาท ส่วนแผนการฟื้นฟูพื้นที่ทางเทศบาลฯได้เร่งทำการรวบรวมความเสียหายทั้งหมดส่งไปยังทางอำเภอ ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอปักธงชัย ได้กำชับให้ทางเทศบาลเร่งทำการกู้ซากความเสียหายให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 1 เดือน
หลังจากนั้นทางเทศบาลฯ จะแจ้งไปยังราชพัสดุอำเภอปักธงชัยเข้ามาดูแลในการดำเนินแผนการก่อสร้างพื้นที่ขึ้นมาใหม่ ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เนื่องจากต้องมีการวางแผนการก่อสร้างผังเมืองใหม่ให้พื้นที่มีการผ่านเข้าออกได้โดยสะดวกไม่แออัดเหมือนเช่นที่ผ่าน เพราะเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพลิงขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเส้นทางที่จะเข้าถึงพื้นที่ถูกปิดกั้นด้วยร้านค้าแผงค้าขายของประชาชนหลายชั้นจึงทำให้การเข้าไปทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำได้ลำบาก จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนในเรื่องนี้ด้วย



