
กทม.วางแผน10ปีคุมเงินสำรอง
"กทม."วางแผน 10 ปีคุมเงินสำรอง ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้าน หวั่นถังแตกซ้ำรอยวิกฤตปี 2552 เล็งขยายเงินลงทุนระยะยาว ส่งไม้ต่อผู้บริหารใหม่ ปัดข่าวใบเสร็จฉาวทำจัดเก็บเงินสะดุด
(28มี.ค.)เวลา 11.46 น.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.)ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวภายหลังร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารกทม.ว่า แผนบริหารและจัดการงบประมาณและสถานภาพทางการคลังของกทม.ระหว่างปีงบประมาณ 2555-2564 กทม.มีความประสงค์จะวางแผนด้านงบประมาณการคลังล่วงหน้า 10 ปี
เพราะกทม.ต้องเพิ่มเงินลงทุนในการให้บริการประชาชน และมีความจำเป็นแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดังนั้นเงินลงทุนต้องเพิ่มขึ้นในงบประมาณด้วย ไม่นั้นจะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ ซึ่งการจัดทำแผนให้มีความรัดกุมในการใช้งบประมาณและดำรงเสถียรภาพการคลัง อีกทั้งเป็นแนวทางให้มีเงินสะสมอย่างน้อย 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งการบริหารหารจัดการเพื่อเพิ่มเงินลงทุน ต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างระเบียบวินัยการคลัง
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า คณะผู้บริหารได้เห็นชอบแผนบริหารการคลังของกทม. เนื่องจากกทม.เคยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆถึง 2 ครั้ง คือต้มยำกุ้งและเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับทราบกระวิธีการจัดการกรณีหากเกิดวิกฤติในอนาคต เราจึงประมาทไม่ได้ เพราะในปี 1997 และปี 2007 แค่ 10 ปี วิกฤติเศรษฐกิจการเงินของโลกก็เกิดขึ้น 2 ครั้ง ดังนั้นเราไม่รู้ว่าปี 2017 จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ผู้บริหารชุดนี้จึงได้มีการสร้างภูมิคุ้มกันไว้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีแนวทางแก้ไขปัญหา โดยหัวใจสำคัญคือกทม.ต้องดำรงเงินสะสมให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้าน
“ กทม.ได้กำหนดว่าการตั้งงบประมาณร่ายจ่ายประจำปีต้องไม่เกินรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาระเงินสะสม และให้เงินสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จะลดลง ถ้ามีวินัยทางการคลังชดใช้เงินสะสมในปีถัดไป ซึ่งทั้งหมดจะทำกรอบการบริหารราชการ ของกทม.กทม.สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ถึง 93 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ผู้บริหารในอนาคตสามารถบริหารโดยไม่มีกรอบจำกัดมากมาย ” รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว และว่าขณะนี้กทม.มีเงินสะสม 2.3 หมื่นล้าน และจะไม่ให้ลดลงจากนี้ เพราะตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เราต้องใช้เงินสะสม แต่ปี 2554 เราตั้งเป้าชดใช้ให้ครบ 6 พันล้านบาท และเชื่อว่าทุกอย่างจะเข้าสู่เสถียรภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ทำเงินไม่เข้าเป้า ส่วนหนึ่งคือการจัดเก็บรายได้มีปัญหาหรือไม่ เนื่องจากทีผ่านมามีกรณีข่าวที่เทศกิจออกใบเสร็จปลอม ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณการคลังเป็นเรื่องระยะยาว ใบเสร็จปลอมไม่เกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้
เพราะการจัดเก็บรายได้ของกทม.ไม่ตรงเป้าก็เมื่อปี 2552 จากนั้นก็ตรงเป้ามาตลอด ส่วนตรงนั้นเป็นเรื่องทุจริตก็กำลังดำเนินการตามอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนของข้าราชการอยู่ และที่ผ่านมาได้เชิญนายวสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนการทุจริต มาช่วยการสอบสวนเป็นไปอย่างครบถ้วนหรือไม่ ดังนั้นการสะสางปัญหาต้องทำตามกฎหมาย เพราะเกรงว่าจะถูกร้องเรียนวันหน้าได้



