
มาร์คสั่งเร่งทำแผนบูรณะโบราณสถานพัง
นายกฯอภิสิทธิ์สั่งวธ.เร่งทำแผนบูรณะโบราณสถานเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว รมว.วธ.เผยยังไม่พบโบราณสถานภาคใต้เสียหายจากน้ำท่วม ศิลปากรที่ 8 สรุปแผ่นดินไหวทำโบราณสถานอ.เชียงแสน จ.เชียงราย เสียหาย 5 จุด ทำนั่งร้านกันความเสียหายเบื้องต้น เร่งเก็บข้อมูล-ทำรูปแบบซ่อม
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้ ตนได้รายงานความเสียหายของโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวศูนย์กลางในประเทศพม่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ที่ประชุมรับทราบ อาทิ วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง วัดพระธาตุภูเข้าและวัดป่าสัก ใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และวัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ วธ.กลับไปจัดทำแผนการบูรณะและเสนอของบประมาณ พร้อมเสนอกลับเข้าสู่การประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบอนุมัติงบประมาณบูรณะซ่อมแซม ซึ่งตนได้มอบหมายให้นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กลับไปประเมินความเสียหายและจัดทำแผนเพื่อเสนอ ครม.โดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะเสนอทันในการประชุม ครม.ครั้งหน้า
รมว.วธ. กล่าวถึงกรณีความเสียหายของโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนจะต้องรอผลสำรวจและการประเมินความเสียหายก่อน ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า ยังไม่มีโบราณสถานใดได้รับความเสียหายหนัก ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการถูกน้ำกัดเซาะบริเวณฐานของโบราณสถาน
ศิลปากรที่8เร่งเก็บข้อมูล-ทำรูปแบบซ่อมแซม
นายตระกูล หาญทองกูล หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักงานศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังจากเหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศพม่า พบว่าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และเชียงราย พบว่าจังหวัดเชียงรายได้รับความเสียหายมากที่สุด โดยเฉพาะที่อ.เชียงแสน พบความเสียหายใน 5 พื้นที่ ประกอบด้วย วัดเจดีย์หลวง ต.เวียง อ.เชียงแสน ยอดฉัตร หักลงมา
วัดป่าสัก ต.เวียง อ.เชียงแสน มีโบราณสถานที่สำคัญเจดีย์ประธานทรงมณฑปยอดระฆัง มีรอยแยกและแตกที่องค์พระธาตุผ่าลงมาเป็นแนวดิ่ง รวมถึงวัดพระธาตุจอมกิตติ ต.เวียง อ.เชียงแสน พบว่าส่วนแกนฉัตรพับลงมา ส่วนตัวพระธาตุมีรอยแตกแยกยาวลงมาเช่นเดียวกัน ส่วนที่วัดประสาทคุ้ม ต.เวียง เจดีย์และองค์กระธาตุมีรอยร้าวแยก และวัดพระธาตุภูเข้า ต.สบรวก พบว่าวิหารทรุดตัวลงมา 4-5 นิ้ว หลังคาวิหาร 2 ชั้นพบรอยแตกร้าว
สำหรับการซ่อมแซมเบื้องต้นตอนนี้ได้ทำนั่งร้านกันบริเวณที่ได้รับความเสียหายไว้ก่อน พร้อมกับเร่งเก็บข้อมูลและทำรูปแบบการซ่อมแซม เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการส่วนกลางเพื่อกำหนดแนวทางในการซ่อมแซมอย่างชัดเจน โดยการซ่อมส่วนที่เสียหายจะมีทั้งการเสริมโครงการ หรือการอัดฉีดปูนเข้าไปเพื่ออุดรอยแตกร้าว ซึ่งจะสำรวจให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการทรุดและแตกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายให้โบราณสถานมากที่สุดตั้งแต่เคยเกิดแผ่นดินไหวขึ้น



