ข่าว

สุขุมพันธ์มั่นใจตึกสร้างก่อนปี50รับแผ่นดินไหวได้

สุขุมพันธ์มั่นใจตึกสร้างก่อนปี50รับแผ่นดินไหวได้

28 มี.ค. 2554

"สุขุมพันธ์"มั่นใจตึกสร้างก่อนกฎกระทรวงปี 50 รับมือเหตุแผ่นดินไหวได้ วอนปชช.อย่าแตกตื่น เตรียมยกร่างแผนป้องกันสึนามิ - คุมเข้มอาคารสูง เล็งจัดนิทรรศการให้ความรู้ 4 มุมเมืองทั่วกทม. ด้านสำนักโยธาพร้อมส่งจนท.ตรวจ 12 ตึกเสี่ยงดินไหว

 เมื่อเวลา 11.46 น.(28 มี.ค.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ( กทม. ) ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวภายหลังร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารกทม.ว่า คณะผู้บริหารกทม.ได้เป็นห่วงสถานการณ์แผ่นดินไหวและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะสมัยนี้ไม่รู้ว่าภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือที่ไหนก็ได้ เราจึงไม่ประมาทรับมือภัยธรรมชาติ จึงขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก

  เพราะอาคารสูงในกทม.ที่เคยสร้างก่อนกฎกระทรวงที่บังคับให้ผู้ที่สร้างอาคารสูงต้องสร้างอาคารเพื่อรองรับปัญหาลมแรง โดยอาคารสูงที่สร้างขึ้นก่อนกฎกระทรวงใหม่เมื่อปี 2550 มีภูมิต้านทานปัญหาแผ่นดินไหวได้พอสมควร ดังนั้น ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกว่าอาคารสูงที่สร้างก่อนกฎกระทรวงปี 2550 จะมีปัญหา ขอให้สบายใจได้

 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวต่อว่า จากนี้กทม.จะดำเนินการหลายเรื่องเพื่อให้ประชาชนมั่นใจเรื่องปัญหาภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ โดย 1. กทม.จะเรียกประชุมกรรมการที่รับผิดชอบเรื่องแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสัปดาห์นี้ เพื่อทบทวนมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับแผ่นดินไหว โดยจะประชุมแผนเกี่ยวกับแผ่นดินไหว และสอบถามความคืบหน้าในแผนป้องกันหลังจากที่ตนได้สั่งการไปแล้ว

 ซึ่งปีที่แล้วเรามีการยกร่างเพื่อเตรียมการรับมือภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ แต่ครั้งนี้จะเพิ่มเติมแผนป้องกันสึนามิ หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหว จะบอกว่าสึนามิไม่เกิดขึ้นในและกระทบกระเทือนพื้นที่ กทม.คงไม่ได้ เพราะตราบใดที่กทม.ยังมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเล 4.7 กิโลเมตรที่เขตบางขุนเทียน ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นได้สักวันหนึ่ง ดังนั้นตนได้สั่งไปแล้วให้เพิ่มมาตรากรป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดจากสึนามิ

 ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า 2. จะดำเนินการพิจารณายกร่างข้อบัญญัติเกี่ยวกับกทม.เพื่อทำให้อาคารสูงมีความปลอดภัยและมีภูมิต้านทานปัญหาแผ่นดินไหวมากขึ้น โดยจะดูว่ามาตรการที่รัฐกลางทำไว้แล้วยังมีช่องว่าง หรือมีสิ่งใดที่จะเสริมไปได้ ก่อนจะมีการยกร่างเป็นข้อบัญญัติเพื่อนำเสนอสภากทม.พิจารณา นอกจากนี้ 3. สำนักแผนโยธาจะจะนิทรรศการในพื้นที่ 4 มุมเมืองกทม.ให้ประชาชนมีความตระหนัก ในกรณีแผ่นดินไหวจะมีข้อปฏิบัติอย่างไร โดยจะจัดขึ้นในเดือนพ.ค.นี้

 “ ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญ กทม.จะไม่ประมาท และไม่ถึงขั้นที่ประชาชนต้องตื่นตระหนก เพราะอาคารในกทม.มีภูมิต้านทานมากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์กันในหลายวันที่ผ่านมา ไม่ใช่ภูมิต้านทานเต็มร้อย ถ้าเกิดแผ่นดินไหว 8.9 ก็ไม่มีแห่งใดในโลกไม่มีปัญหา แต่เรามีภูมิต้านทานพอสมควร อีกทั้งพื้นที่กทม.เป็นเพียงพื้นที่เฝ้าระวังไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงหรือบ่อยครั้ง ซึ่งแผนที่เราจะทำขึ้นต้องช่วยจังหวัดค้างเคียงด้วย เพราะจังหวัดปริมณฑลมีพื้นที่ชายทะเลมากกว่าเรา ดังนั้นกทม.พร้อมที่ช่วยเหลือ เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า ” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

 ด้านนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กทม.จะร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ( วสท. ) โดยมุ่งหวังว่าตัวยกร่างใหม่จะสร้างเครือข่ายจัดทำเป็นข้อมูลเพื่อจะนำเป็นแนวปฏิบัติเพื่อนำไปชี้แจงในพื้นที่การจัดงาน 4 มุมเมือง

 ขณะที่นายพินิจ เลิศอุดมธนา วิศวกรโยธา 8 วช. กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม.ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สำนักข่าวเนชั่น ถึงการลงพื้นที่ตรวจโครงสร้างจำนวน 12 อาคารในกทม.ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าว่า

 อาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่เคยบันทึกในบัญชีตั้งแต่ปี 2550 ที่รับรู้การสั่นไหวจากแผ่นดินไหวได้ ซึ่งครั้งนี้กทม.ก็นำรายชื่อทั้ง 12 อาคารมาดูอีกครั้ง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบกับนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.ที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ตึกใบหยกและอาคารออลซีซั่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะมีผู้ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ไม่พบว่าโครงสร้างอาคารได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

 นายพินิจ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของอาคารที่เหลือใน 12 อาคารประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่กทม.ไปตรวจโครงสร้างของอาคารสามารถแจ้งมายังกทม.หรือทาง สมาคมวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย (วสท.) ได้ เพราะหากกทม.ไปตรวจโดยไม่ได้ประสานจากเจ้าของตึก เกรงว่าจะทำให้ผู้คนแตกตื่น