
ประพันธ์ย้ำขอเลือกตั้งอย่างเดียว
"ประพันธ์" วอนเลิกถามกกต.ไขก๊อก ย้ำชัดขอเดินหน้าเลือกตั้งอย่างเดียว ลั่นทั่วโลกเมินปฏิวัติ อย่าหวังพึ่งอัศวินม้าขาวหรือซุปเปอร์แมน ปชต.ประชาชนจะเป็นชี้ชะตา รับเลือกตั้งรุนแรง ไม่ห่วงผู้สมัคร-นักการเมือง แต่ห่วงมือที่ 3 และผู้ไม่หวังดีป่วนเลือกตั้ง มั่นใจก
(28 มี.ค.)ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยสำนักสำนักพัฒนาบุคลากร สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โครงการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมหัวหน้างานที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ประจำปี 2554 นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า
ขณะนี้ไม่ต้องถามว่ามีเลือกตั้งหรือหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศกลางสภาไปแล้วในวันที่ กกต.เสนอพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ โดยนายกฯประกาศว่าจะนำทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.ฏ.ยุบสภาสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ดังนั้นมีการเลือกตั้งชัดเจนอยู่แล้ว อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ ผู้บัญชาทหารบก (ผบ.ทบ.)ก็บอกว่าสนับสนุนเลือกตั้งโดยสั่งให้ทหารเป็นกลางทางการเมือง ดังนั้นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไม่น่ามีข้อสงสัยอะไรแล้วควรเลิกคิดได้แล้วเพื่อเดินจัดหน้าเลือกตั้งต่อไป
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้สื่อบอกว่ากกต.จะลาออกหรือไม่ เลิกถามได้แล้วไม่มีเหตุผลอะไรต้องลาออกให้เกิดความยุ่งยากไปอีก ดังนั้นการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งขอให้เตรียมการได้เลย การพูดเรื่องการลาออกของกกต.นั้น คนบางคนที่พูดไม่ค่อยได้ดูข้อกฎหมายต่างๆ เพราะถึงจะมีกกต.ลาออกจริงๆตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. มาตรา 8 บอกว่าองค์ประชุมกกต.อย่างน้อยสุดต้องไม่น้อยกว่า 3 คน ถ้าเหลือ 3 คนยังทำงานได้อยู่ และถึงลาออกก็ไม่มีทางตำแหน่งจะว่างนาน
เพราะตามรัฐธรรมนูญในการสรรหา กกต.จะมีคณะกรรมการสรรหา 7 คน ถึงแม้องค์ประกอบกกต.บางส่วนไม่ครบก็ให้กกต.ที่เหลือทำงานไปได้ ดังนั้นหากมียุบสภาในกรรรมการสรรหาไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านก็ขาด 2 ตำแหน่งที่เหลือยังเดินหน้าสรรหาต่อได้แน่นอน แต่ถ้าเกิดคณะกรรมการสรรหา 7 สรรหาไม่ได้อีกก็ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหากกต.ได้อีกทางอยู่แล้ว และในวันที่4 เมษายนนี้จะเชิญประธานกกต.จว. กกต.จว.และผอ.กต.จว.มาวางแผนประชุมเลือกตั้งในอนาคต ดังนั้นที่บอกว่ามีเลือกตั้งหรือไม่ กกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้งอย่างเดียว
" แม้กกต.จะว่างก็สรรหาได้โดยใช้เวลาไม่นาน ส่วนจะมีการปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ กกต.คงไม่วอกแวก จะเดินหน้าพร้อมจัดการเลือกตั้ง วันนี้ กระแสโลกไม่เอาปฎิวัติ ดูตัวอย่างจากในอียิปต์หรือ ตูนิเซียก็มุ่งสู่ประชาธิปไตย เพราะไม่มีระบอบอื่นดีกว่านี้ อย่างตอนกกต.เสนอกฎหมายลูก 3 ฉบับทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นชอบหมดอาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เสนอกฎหมายไม่คัดค้านเลย คนงดออกเสียงอาจเป็นประธานสภาฯ ไม่มีคนคัดค้านแม้แต่คนเดียวแสดงว่ารัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นพ้องต้องกันเพื่อออกกฎหมายนี้นำไปสู่เลือกตั้ง และประชาธิปไตยก็อย่าพึ่งอัศวินม้าขาวในอย่างทูตเยอรมันบอกว่าอย่าคิดว่ามีซุเปอร์แมน มีแต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินชี้ชะตา “ นายประพันธ์ กล่าว
นายประพันธ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับโพลล์ที่สำรวจความคิดเห็นก็พูดตรงกันหมดว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะรุนแรงเท่าที่พูดถึงกันก็คงมี 2 เรื่อง 1.ใช้เงินเลือกตั้งที่แข่งขันครั้งหน้าต่อสู้เต็มที่รวมถึงค่าใช้จ่ายๆต่างๆในการหาเสียง และเป็นหน้าที่ของเราต้องกระตือรือร้นหาทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของเราหรือต้องใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็ว และการบังคับใช้กฎหมายสำคัญในประชาธิปไตย ใครทำผิดทุจริต เราก็บังคับใช้กฎหมายได้ ประชาชนก็จะมั่นใจที่ผ่านมากกต.ชุดนี้เป็นชุดแรกที่บังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งอย่างจริงจังเราดูพยานหลักฐานและไม่สนใจว่าผู้สมัครจะเป็นคนดังหรือพรรคใหญ่หรือพรรคเก่าแก่
ดังนั้นการให้ใบแดงใบเหลืองหรือการยุบพรรคก็ว่าไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย 2.เรื่องความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งโดยห่วงการหาเสียงจะมีการขัดขวาง บางพรรคผู้สมัครจะหาเสียงไม่ได้ ในฐานะเรารับผิดชอบในพื้นที่จะทำอย่างไร ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อยุบพรรคครั้งก่อน ที่มีเลือกตั้ง 10 กว่าจังหวัดเมื่อปี 2551 ในครั้งนั้นก็ยังมีขัดขวางการหาเสียงอยู่เพราะสำนวนสืบสวนเสนอว่ามีกลุ่มคนขัดขวางไปโห่พรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งมีคนห่วงว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะรุนแรงกว่าหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่เราที่พยายามหาทางแก้ไขว่าจะทำอย่างไร
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ล่าสุดใน 5 จังหวัดเมื่อปีที่ผ่านมาเหตุรุนแรงของผู้สมัครอยู่ในสถานการณ์ที่เราควบคุมได้เราก็กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ ในส่วนตัวผู้สมัครและพรรคการเมืองตนไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจะมีข้อจำกัดที่กฎหมายคุมอยู่ถ้าทำอะไรไม่ถูกต้องถ้ารู้มีผลกระทบกับผู้สมัคร และตนห่วงพวกมือที่สามและผู้ไม่หวังดีเราไม่รู้ว่าเป็นใครซึ่งเราต้องสอดส่องดูแล และต้องมีการตรวจค้นตั้งด่าน และในพื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ในการทำงานของเราขอให้ยืนหยัดมั่นคงไว้ ในส่วนจ.บึงกาฬที่เพิ่งประกาศราชกิจจานุเบกษานั้นทางกกต.ได้ให้กกต.จว.หนองคายปฏิบัติหน้าที่กกต.จง.บึงกาฬอีกหน้าที่หนึ่ง
" ผู้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องหลักปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง สุจริต และเที่ยงธรรม ต้องไม่วอกแวก แม้จะรู้จักผู้สมัครก็ตาม ซึ่งตรงนี้จะเป็นเกาะป้องกันว่าเราจัดเลือกตั้งเป็นกลาง และจะสร้างชื่อเสียงให้กับ กกต. หากเราจัดการเลือกตั้งไม่เรียบร้อยบ้านเมืองก็จะเกิดความวุ่นวาย จึงเป็นหน้าที่ของกกต.ทุกคน และจะทำให้ได้รับการเชื่อถือจากประชาชนและนักการเมือง “ นายประพัน กล่าว
นายประพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการเดินหน้าเลือกตั้งนั้นตอนนี้กฎหมายลูก 3 ฉบับก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรวาระแรกแล้ว ตนได้ชี้แจงก็เห็นว่าทุกคนก็มุ่งหน้าสู่เลือกตั้งหมดก็คิดว่ากฎหมายลูก 3 ฉบับไม่มีปัญหาตอนนี้อยู่ในแปรญัตติ 7 วันไม่เกินสิ้นเดือนนี้เสร็จ และสัปดาห์แรกเมษายนก็คงเสนอในวาระ 2 - 3 ได้และอาจส่งไปวุฒิสภาในสัปดาห์ต่อไป และหากมีตั้งคณะกรรมาธิการในส่วนของวุฒิสภาก็อาจพิจารณาเสร็จภายในเมษายนจากนั้นต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่น่ามีปัญหา
ส่วนกำหนดเวลาที่นายกฯจะยุบสภาสัปดาห์แรกของพฤษภาคมก็น่าใกล้เคียงจะเสร็จแต่ไม่รู้จะทันหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทันนายกฯตัดสินยุบสภา ตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7 วรรคท้ายให้กกต.ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ได้ หากกฎหมายลูก 3 ฉบับไม่เสร็จกกต.ก็ต้องออกประกาศ เนื้อหาไม่ได้ประหลาดเพราะเป็นไปตามกฎหมายลูกที่เคยเสนอไปสภา
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เขต 375 เขต หัวหน้างานต่างๆที่เกี่ยวเลือกตั้งคงได้ดำเนินการแล้ว เพราะมติกกต.ให้เสนอในสิ้นเดือนนี้ ดังนั้นภายในสิ้นเดือนนี้กกต.จังหวัดก็เสนอมา 3 รูปแบบให้กกต.พิจารณาเหมือนแบ่งเขตท้องถิ่นที่ผ่านมา หลักการคือพื้นที่ติดต่อกันคมนาคมสะดวกเหมือนที่เคยทำมา แบ่งเขตเราดูตามเหตุตามผลอยู่แล้ว
ในการแบ่งเขตเมื่อปี 2550 ที่มีคนค้านไปฟ้องศาลปกครองสูงสุดมีเรื่องเดียวปรากฎว่าศาลได้ยกคำร้องเพราะกกต.ได้แบ่งเขตแล้วก็ต่อว่าคนยื่นคำร้องว่าต้องเสียสละไปหาประชาชนจะมาอ้างแบ่งเขตแล้วพื้นที่ไกลหาเสียงลำบากไม่ได้ นอกจากนี้มีการแต่งตั้งกกต.ประจำเขต ซึ่งได้มีหนังสือสั่งการไปแล้วก็คงต้องเตรียมการเพราะเวลากระชั้นชิด ที่ทำอยู่ตอนนี้คือการแต่งตั้งกกต.ประจำจังหวัด ขณะนี้กรรมการสรรหาได้รายชื่อ 3 เท่าแล้วทางสำนักงานกกต.จะตรวจสอบข้อมูลไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ คือถ้าเห็นรายชื่อว่าคนนี้เคยตามนักการเมืองอยู่ก็ต้องให้ข้อมูลมา ถ้ามีหลักฐานหรือส่งรูปถ่ายมาด้วยก็ยิ่งดี เพื่อให้กกต.ที่เป็นกลางในการจัดเลือกตั้งจริงๆ
นายประพันธ์ กล่าวว่า การตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ก็เตรียมซักซ้อมแผนงานถ้าเราได้กปน.เป็นกลางไม่เป็นหัวคะแนนของผู้สมัครความเชื่อมั่นก็จะเกิด และการประชุม กกต.สัปดาห์ที่แล้วก็ได้เพิ่มค่าพาหนะให้กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่จาก50บาทเป็น 100 บาท และได้มอบให้ด้านบริหารงานเลือกตั้งจะเพิ่มค่าตอบแทนรายวันให้ กปน.ได้หรือไม่ที่เคยได้วันละ 250 วัน ส่วนจำนวนหน่วยเลือกตั้งนั้นเมื่อปี 2550 มีหน่วยเลือกตั้ง 80,000 กว่าหน่วย ครั้งนี้หน่วยจะเพิ่มขึ้นซึ่งต้องดูจำนวนประชากรว่าจะต้องเพิ่มที่ไหน และการกำกับดูแลเลือกตั้งขอให้เป็นหน้าที่ของกกต.จังหวัด และเพื่อนๆน้องในสำนักงานกกต.ต้องช่วยกัน เพราะถ้าเลือกตั้งครั้งหน้าเรียบร้อยประเทศชาติเดินหน้าไปได้



