ข่าว

 เผยน้ำท่วมใต้แหวกตำราน้ำท่วมหน้าแล้ง

เผยน้ำท่วมใต้แหวกตำราน้ำท่วมหน้าแล้ง

28 มี.ค. 2554

นักประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราชเผยน้ำท่วมใหญ่เมืองคอนแหกตำราน้ำท่วมหน้าแล้ง หวั่นธรรมชาติส่งสัญญาญเตือนผิดปกติ ย้อนสถิติบันทึกวงรอบน้ำท่วมเกิด13 ปีต่อครั้งแต่ไม่ปรากฎฝนตกหนัก250มิลฯช่วงหน้าแล้ง 5 ตำบลริมทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ อ.ระโนด ประสบภัยน้ำท่วมแล

(28มี.ค.) ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ในฐานะนักประวัติศาสตร์ผู้ศึกษาประวัติอันยาวนานของอาณาจักรศรีวิชัยและเมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า  ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวันส่งผลให้เกิดอุทกภัยครั้งรุนแรงสำคัญในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้เฉลี่ยประมาณ 200-250 มิลลิเมตรต่อวัน กลายเป็นปรากฎการณ์ที่สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับชาวปักษ์ใต้อย่างมากเพราะในประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคใต้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนมาก่อน

 โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีการบันทึกกรณีฝนตกหนักมากถึงขนาดทำให้เกิดน้ำท่วมขยายวงกว้างไปเกือบทั้งจังหวัดมาก่อน แม้ว่าเมื่อปี 2538 จะเกิดฝนตกหนักในช่วงมีนาคมแต่ไม่ได้รุนแรงมากนักอาจจะทำให้น้ำท่วมเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเท่านั้น เมื่อเทียบกับอุทกภัยครั้งนี้ซึ่งแตกต่างกันมากและที่สำคัญยังพบว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นปรากฎการณ์ที่แตกต่างไปจากวงรอบของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีการจดสถิติการคำนวนวงจรการเกิดน้ำท่วมเอาไว้ โดยน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่จ.นครฯจะเกิดทุกๆ 13 ปีต่อครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ภัยพิบัติอำเภอกระทูนปี 2531 ซึ่งกลายเป็นเหตุการณ์ที่คนนครฯบันทึกไว้ในความทรงจำไม่มีวันลืมก็เป็นหนึ่งในวงรอบ 13 ปีเช่นกัน
 "ภาวะฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยรุนแรงของเมืองนครฯเท่าที่มีการจดสถิติจะพบว่าเกิดขึ้นทุก13 ปีต่อ 1ครั้ง เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2492 เป็นต้นมา ไล่เรียงมาถึงปี 2505 ,2518, 2531,2544 และจะเกิดขึ้นอีกรอบในปี 2557 แต่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดถือว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่อยู่นอกวงจร หรือนอกกระแส จนทำให้หลายฝ่ายต้องเร่งวิเคราะห์ความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่าเป็นผลพวงจากวงรอบที่มาก่อนกำหนดจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนอะไรหรือไม่" ผศ.ฉัตรชัย  กล่าววว่า

5ตำบลริมทะเลสาบสงขลาน้ำท่วมแล้ว

 นายวิจิตร จัทรปาน หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขังแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ 5 ตำบลใน อ.ระโนด โดยทั้ง 5 ตำบลนี้ประกอบด้วย ตำบลแดนสงวน ตำบลบ้านขาว ตำบลคลองแดน ตำบลบ้านใหม่ และตำบลตะเครี๊ยะ ซึ่งทั้งหมดเป็นชุมชนที่มีพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา ซึ่งขณะนี้น้ำที่ท่วมขังส่วนใหญ่จะเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน

 โดยเฉพาะนาข้าวที่ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต และได้รับความเสียหายไปแล้วบางส่วน แต่ยังคงมีบางส่วนที่ยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ ภาพรวมแล้วถือว่ายังไม่ได้รับความเสียหายหนักมากนัก ส่วนความเสียหายนาข้าวเป็นจำนวนกี่ไร่นั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างการสำรวจและเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้อยู่

 "ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา เราได้ประสานงานไปยังกองทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อให้การสนับสนุนเรือท้องแบนจำนวน 9 ลำเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนใน 5 ตำบลดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกันทางชลประทานก็ได้นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 11 เครื่อง ลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือแล้วเช่นกัน ฉะนั้นเรื่องของการประเมินความเสียหาย ตอนนี้จึงยังไม่สามารถระบุได้ คงต้องรอการสำรวจตรวจสอบสักระยะหนึ่งถึงจะทราบ ส่วนน้ำที่ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนั้น เนื่องจากน้ำทะเลสาบสงขลาหนุนสูงขึ้น ประกอบกับน้ำฝนที่ตกลงมาและปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบจากพัทลุงด้วย" นายวิจิตร กล่าว 

เรือประมงเล็กระนองกว่า300ลำเข้าฝั่ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักและเกิดลมกรรโชกแรงในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ส่งผลให้ต้นไม่ใหญ่กิ่งไม้หักโค่นกระจายเกลื่อน นอกจากนี้จากกระแสลมแรงที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคลื่นสูงกว่า 2 ม.ในทะเลอันดามัน ทำให้เรือประมงพื้นบ้านและเรือประมงชายฝั่งหลายที่ทำการประมงตามแนวชายฝั่งจ.ระนอง เริ่มนำเรือทยอยกลับเข้าฝั่ง และอาศัยหลบตามเกาะแก่งต่างๆแล้วกว่า 300 ลำ จากเรือประมงขนาดเล็กที่ออกทำการประมงตามแนวชายฝั่ง จ.ระนอง และเกาะแก่งต่างๆ รวมกว่า 2,000 ลำ

 นายสุเทพ ศรีกสิกิจ ชาวบ้านเกาะเหลา เจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน กล่าวว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดกระแสลมกรรโชกแรง และมีคลื่นสูงกว่า 2 ม.ทำให้เรือประมงที่ออกเรือหาปลาตั้งแต่ช่วงดึกเริ่มนำเรือทยอยกลับเข้าสู่ฝั่ง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตราย

 นายชาสันต์ คงเรือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อออกหาปลาในระยะนี้เป็นการชั่วคราว อันเป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพอากาศทั้งฝนที่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ลมกรรโชกแรงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ รวมถึงคลื่นในทะเลที่สูง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายแก่เรือเล็ก รวมถึงเรือโดยสารข้ามเกาะต่างๆ เพราะระนองมีเป็นจำนวนมาก ทั้งเรือโดยสารจากเกาะต่างๆ มายังตัวเมือง

 รวมถึงเรือข้ามฟากที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารจาก จ.เกาะสอง มายัง จ.ระนอง ก็ต้องระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ควรตรวจสอบและติดตามสภาพอากาศ ประกาศและคำเตือนต่างๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการป้องกันภัยและรับมือทางน้ำทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ระนอง พร้อมตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการซ้อมแผนรับมืออุบัติภัยทางน้ำขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานจึงรู้ถึงภารกิจและหน้าที่ของตนเองว่าจะทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุอุบัติภัยทางน้ำเกิดขึ้น