ข่าว

สั่งจว.ฝั่งอันดามันย้ายคนพ้นพื้นที่เสี่ยง

สั่งจว.ฝั่งอันดามันย้ายคนพ้นพื้นที่เสี่ยง

28 มี.ค. 2554

“สาทิตย์” เสนอครม.ให้คมนาคมส่งทีมระบายน้ำในสนามบินที่นครศรีฯ-แผนแก้น้ำท่วมรพ.ท่าศาลา-ถนน สั่งจว.ฝั่งอันดามันเร่งย้ายคนพ้นพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม เตรียมถกตั้งกลไกระดับชาติรับมือภัยพิบัติ ขณะที่จ.ตรังอำเภอนาโยงท่วมหนักสุด ด้านจ.สุราษฏร์ธานี เริ่มคลี่คลายหลังฝ

(28มี.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.)ให้สัม ภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการช่วยเหลือพื้นที่ในภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย ว่า ได้ลงพื้นที่ 5 จังหวัดในภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งแต่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง และพัทลุง ซึ่งตอนนี้มีรายงานอย่างเป็นทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่ จ.นครศรีธรรมราช 5 คน ซึ่งต้องติดตามดูกันต่อไป ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือรายงานสภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดการณ์ว่าปัญหาดังกล่าวจะมีไปถึงวันที่ 30 มี.ค.นี้ และหย่อมความกดอากาศจะเคลื่อนตัวจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งทะเลอันดามัน ดังนั้นคชอ.ขอให้จังหวัดฝั่งทะเลอันดามันที่เหลือ คือจ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต เตรียมรับสถานการณ์ด้วย ซึ่งเขามีแผนเฝ้าระวังอยู่ และจุดที่เราให้ความสำคัญมากคือพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ซึ่งทุกจุดในตอนนี้ได้มีการอพยพประชาชนออกทั้งหมด โดยเราขอให้ทุกจังหวัดเคลื่อนย้ายประชาชนออกมายังจุดที่ปลอดภัย ส่วนผู้ที่เคลื่อนย้ายสิ่งของไปยังที่สูงนั้น เราขอให้รอจนกว่าสถานการณ์จบ จึงจะย้ายสิ่งของกลับเข้าไปตามเดิม

 สำหรับปัญหาใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช คือ สนามบินยังถูกปิดอยู่ ซึ่งตนจะเสนอในที่ประชุมครม.วันนี้( 28 มี.ค.) คือ 1.ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูว่าจะสามารถระบายน้ำออกจากสนามบินโดยเร็วที่สสุดได้เมื่อใด รวมถึงต้องดูโครงสร้างรันเวย์ว่าจะใช้การได้เมื่อใด และต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก 2.ผลกระทบต่อโรงพยาบาลท่าศาลาที่ต้องมีการอพยพผู้ป่วยออกไปเกือบทั้งหมด ซึ่งต้องไปดูว่าจะดูแลและป้องกันปัญหาเช่นนี้อีก 3.การดูแลถนนสายต่างๆ ส่วนการดูแลที่มีปัญหาเรื่องของเครื่องมือก็ดีขึ้น หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการและลงไปดูแล แต่ยังมีปัญหาอย่างหนึ่งคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้งบประมาณไปแล้วจำนวนมากจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนงบประมาณผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเรามีงบทดรองราชการ จำนวน 50 ล้านบาทอยู่แล้ว ซึ่งสามารถขอขยายวงเงินได้โดยทางจังหวัดจะเป็นผู้เสนอเข้ามาถ้ามีงบประมาณไม่พอ แต่ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดเหล่านี้บอกว่ายังมีงบประมาณเพียงพอ

 เมื่อถามว่าการดำเนินการของทางจังหวัดในขณะนี้ถือว่าเป็นแน่ที่น่าพอใจหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังต้องช่วยประสานงานอยู่ ซึ่งตนได้กำชับทางจังหวัดว่าต้องประสานงานกับภาคเอกชนที่มีเครื่องมือต่างๆ ให้เข้ามาช่วยอย่างมาก แต่เท่าที่ตนดู เห็นว่าทางจังหวัดยังสามารถรับมือได้อยู่ด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานและรัฐบาลที่มีอุปกรณ์ซึ่งเราใช้งบกลาง 300 กว่าล้านบาทที่จัดสรรให้เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่แล้ว ส่วนถุงยังชีพนั้นทางจังหวัดกำลังจัดอยู่ ซึ่งตนบอกว่าถ้ามีไม่พอ ก็มีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่พร้อมจะจัด ซึ่งตอนนี้เราได้เตรียมไว้แล้วจำนวนหนึ่งและพร้อมที่จะส่งไปช่วยเหลือ ขณะที่การจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ประสบภัยนี้ เราต้องมีการประเมินก่อนว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยาวนานแค่ไหน

 ต่อข้อถามว่ามีพื้นที่เสี่ยงในภาคอื่นๆด้วยหรือไม่ ประธาน คชอ. กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ฝนตกหนักอยู่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนภาคอื่นมีสถานการณ์ภัยแล้งใน 47 จังหวัด สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคเหนือนั้น ตนเห็นว่าควรมีกลไกระดับชาติในการเชื่อมประสาน ซึ่งเรามีหน่วยงานจำนวนมาก แต่ไม่มีกลไกเชื่อมประสานเลย ซึ่งมีคำถามว่าถ้าเกิดอุบัติภัยครั้งใหญ่ทันที เช่น ในกรุงเทพฯ ใครจะเป็นผู้จัดการ เพราะแผนในการดูแลหรือการให้ความรู้แก่ประชาชนยังทำได้ไม่ดีนัก ดังนั้นอาจจะถึงเวลาที่ต้องช่วยทำให้เกิดแผนอย่างเป็นระบบด้วยการให้มีกลไกเชื่อมประสานและขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีแล้วรายงานตรงมายัง ครม. แต่อาจไม่ต้องทำในลักษณะเป็นการตั้งหน่วยงานขึ้นมา ทั้งนี้ ในการประชุมครม.วันนี้จะมีการหารือในเรื่องนี้ด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ตรัง ขณะนี้ยังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอนาโยง อำเภอห้วยยอด และอำเภอรัษฎา ทำให้มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 หลัง   และมีผู้ประสบภัยประมาณ 1,700 คน โดยเฉพาะอำเภอนาโยง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักที่สุด  โดยระดับน้ำบางจุดยังคงทรงตัว หรือบางจุดก็ลดระดับลงเล็กน้อย และยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในบางพื้นที่ แม้จะไม่รุนแรงมากนักก็ตาม

 ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุถนนในหมู่บ้านยุบตัว และดินภูเขาถล่มทับบ้าน ในพื้นที่บ้านไร่เหนือ หมู่ที่ 3 ตำบลในเตา อำเภอห้วยยอด อันเกิดมาจากปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขากว่า 200 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถูกดินจากภูเขาสไลด์ลงมาทับบ้านเรือนพังเสียหายหลายหลัง และยังสไลด์ลงมาทับถนนสาย 4270 ห้วยยอด-ไม้เสียบ ซึ่งใช้เป็นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน จนเกิดการยุบตัวลึกกว่า 2.5 เมตร และกว้างเกือบ 80 ซม. ทางสำนักงานแขวงการตรัง ต้องนำรถแบ็คโฮมาตักดินเปิดทาง เพื่อให้รถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติแล้ว

 ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มคลี่คลาย หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลง หลังจากที่ปริมาณฝนตกลดน้อยลง โดยที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ชาวบ้านเริ่มที่จะสำรวจของใช้ในบ้านกันบ้างแล้ว ในขณะที่ทางจังหวัดยังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพอากาศยังคงมึดครื้ม นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ในสุราษฎร์ธานีประสบภัยน้ำท่วมแล้ว จำนวน 8 อำเภอ 45 ตำบล 346 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอดอนสัก กาญจนดิษฐ์ ไชยา เวียงสระ ท่าชนะ เมือง   บ้านนาสารและอำเภอบ้านนาเดิม  โดยอำเภอกาญจนดิษฐ์  เดือดร้อนมากที่สุด กว่า 13,000 ครัวเรือน   หรือกว่า 43,000  คน สะพานเสียหาย 1 แห่ง อำเภอบ้านนาสาร ราษฎรเดือดร้อน 3,270 ครัวเรือน  หรือกว่า 13,000 คน ถนนเสียหาย 8 สาย สะพาน 1 แห่ง คอสะพาน 3 แห่ง อำเภอบ้านนาเดิม ราษฎรเดือดร้อน 530 ครัวเรือน หรือกว่า  2,000 คน และมีวัดเสียหาย 2 แห่ง ถนนเสียหาย 3 สาย

 สำหรับการช่วยเหลือประชาชนขณะนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมมูลนิธิกุศลศรัทธา ส่งชุดกู้ภัยออกให้การช่วยเหลือประชาชน ศูนย์ฯ ปภ.เขต 11 สนับสนุนเรือท้องแบนให้กับพื้นที่ถูกน้ำท่วม และ อบจ.สุราษฎร์ธานีสนับสนุนรถ เรือ เคลื่อนย้ายประชาชนมาอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งขณะนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำลังพิจารณาอำเภอที่ประสบกับน้ำท่วม เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อนำงบประมาณออกมาช่วยเหลือประชาชนต่อไป