
เตือน9จว.ภาคใต้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
อุตุฯเตือนจ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และจังหวัดสตูล ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศเมื่อเวลา 04:00 น. ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2554 หย่อมความกดอากาศต่ำยังปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วง 1-2 วันนี้ไว้ด้วย ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ 29-30 มีนาคม 2554 หย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล
อนึ่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาว
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ อากาศหนาว โดยมีฝนกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศา อุณหภูมิสูงสุด 25-31 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาว และมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครราชสีมา และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศา อุณหภูมิสูงสุด 24-28 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีฝนเล็กน้อยเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 3 ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศา อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็น และมีลมแรง กับมีฝนเล็กน้อยเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศา อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น และมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศา
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น และมีฝนเล็กน้อยเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวยอมรับว่าน้ำท่วมใต้หนักมาก โดยนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกฯ สั่งรัฐมนตรี และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนชาวบ้านขวัญกำลังใจดี พร้อมหนุนแนวคิด นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่เสนอปัญหาภัยพิบัติเป็น"วาระแห่งชาติ" เชื่อ"สาทิตย์" ต้องการให้เแก้ไขเป็นระบบดูุแลทันเหตุการณ์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของปีแล้ว แต่ปรากฏว่าสภาพอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กลับยังคงมีอากาศค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และช่วงค่ำ อย่างเช่นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยจากการรายงานของสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนครราชสีมา พบว่าอากาศในช่วงเช้าวันนี้ ( 28 มี.ค.2554 ) ยังคงหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ที่อำเภอปากช่อง อยู่ที่ 16.1 องศาเซลเซียส มีลมแรงและในหลายพื้นที่มีฝนตกประกอบกับอากาศหนาวเย็นพร้อมกัน อีกทั้งยังมีการพยากรณ์ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็นในระดับนี้รวมถึงจะมีประมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ประมาณ 10 - 20 % ของพื้นที่ อย่างนี้ไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ จึงฝากเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ระวังรักษาสุขภาพในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ด้วย
ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักต่างๆในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากรายงานของสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา พบว่า ยังมีปริมาณน้ำคงเหลือภายในอ่างเก็บน้ำเกินกว่า 60 % ในทุกๆแห่ง โดยอ่างเก็บน้ำหลักจำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่ 2 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วยนครราชสีมา และ บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ภายในอ่างเก็บน้ำทั้ง 5 แห่ง รวม 743.291 ล้าน ลบ.ม. จากความจุอ่างฯทั้งหมด 1 , 069.420 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 69.50 % โดยอ่างเก็บน้ำที่จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำคงเหลือ 252.470 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 324.39 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 77.83 % , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำคงเหลือ 96.760 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 141 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68.62 % , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวม 183.160 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 275 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 66.60 % , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำรวม 76.760 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 109.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 70 % ของความจุ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ อ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 63.50 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 98.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 64.80 % และอ่างเก็บน้ำลำนางรอง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 70.661 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 121.40 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง ใน 4 จังหวัดเขตรับผิดชอบของศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีปัญหาความแห้งแล้งแล้ว โดยมี 2 จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยแล้ง คือ จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดสุรินทร์ โดยจังหวัดชัยภูมิประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง 4 อำเภอ คือ แก้งคร้อ , ภักดีชุมพล , เนินสง่า , บ้านเขว้า รวม 24 ตำบล 309 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 , 144 ครอบครัว จำนวน 170 , 210 คน จังหวัดสุรินทร์ ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง 2 อำเภอคือชุมพลบุรีและ ศรีณรงค์ จำนวน 14 ตำบล 184 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 , 476 ครอบครัว จำนวน 150 , 457 คน รวม 2 จังหวัดมีพื้นที่ประกาศภัยพิบัติจากภัยแล้งรวม 6 อำเภอ 18 ตำบล 493 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 65 , 620 ครอบครัว จำนวน 320 , 667 คน การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยแล้งขณะนี้ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกับทางอำเภอและจังหวัดได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลกันแล้ว มีการนำรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ทางราชการกำหนดไว้



