ข่าว

ชุดดำก่อจลาจลป่วนลอนดอนฝูงชนกว่า2.5แสนคนชุมนุมต้านรัดเข็มขัด

ชุดดำก่อจลาจลป่วนลอนดอนฝูงชนกว่า2.5แสนคนชุมนุมต้านรัดเข็มขัด

28 มี.ค. 2554

ลอนดอน-ชาวอังกฤษกว่า 2.5 แสนคนออกมาชุมนุมต้านมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่สุดในกรุงลอนดอน ขณะกลุ่มหัวรุนแรงแตกแถวก่อเหตุจลาจล บุกห้าง-โรงแรมหรู ตำรวจรวบตัวกว่า 200 บาดเจ็บระนาวทั้งสองฝ่าย

 
      สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (27 มี.ค.) ว่า ตำรวจอังกฤษได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุจลาจลและนำตัวไปสอบสวน 214 คน หลังจากอาละวาดก่อเหตุรุนแรงตะลุมบอนกับตำรวจและทำลายทรัพย์สิน ในย่านจัตุรัสทราฟัลการ์ กลางกรุงลอนดอนตลอดคืนวันเสาร์ จนบดบังภาพการชุมนุมประท้วงอย่างสันติของประชาชนราว 2.5 แสนคน ที่ออกมาแสดงพลังต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดและตัดลดสวัสดิการของรัฐบาลก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นับเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ชาวอังกฤษเคยออกมาชุมนุมต่อต้านสงครามอิรักเมื่อปี 2546
 
       ตำรวจยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 84 คนระหว่างการประท้วง และมีตำรวจอย่างน้อย 31 นายได้รับบาดเจ็บ จำนวนนี้ 11 นายต้องหามส่งโรงพยาบาล

       รายงานระบุว่า ผู้ประท้วงหลายกลุ่มได้แตกแถวออกจากฝูงชนกว่า 2.5 แสนคนขณะกำลังเดินขบวนจากวิกตอเรีย เอ็มแบงก์เมนต์ ไปยังสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ค และได้เริ่มเข้าทำลายสถานที่หลายแห่งในย่านช็อปปิ้งหลัก เช่น บุกเข้าไปพ่นสีและปาระเบิดควันในโรงแรมริตซ์ จนแขกที่เข้าพักหนีกระเจิง ห้องแสดงรถยนต์ยี่ห้อพอร์ชถูกทุบกระจกแตกเช่นเดียวกับธนาคารเอชเอสบีซี ส่วนห้างหรูชื่อดังอย่าง ฟอร์ทนัม แอนด์ เมสัน ถูกนักเคลื่อนไหวราว 1,000 บุกยึดชั่วขณะ และไล่ลูกค้าภายในซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและอเมริกันออกมา
 
      ส่วนตามท้องถนนด้านนอก นักนิยมอนาธิปไตยในชุดสีดำปิดหน้าตา เล่นงานตำรวจด้วยหลอดไฟบรรจุแอมโมเนีย บ้างเล่นงานด้วยสีและขวดน้ำ ตำรวจใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงก่อนควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อเวลา 2.45 น.

     นายบ็อบ บรอดเฮิร์สต์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน กล่าวว่า คนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ประท้วง แต่เป็นพวกก่ออาชญากรรมเพื่อประโยชน์ของตัวเอง และยอมรับว่าตำรวจไม่มีกำลังมากพอที่จะปกป้องตึกทุกแห่งกลางลอนดอนได้
 
     ก่อนเกิดเหตุรุนแรง สหภาพแรงงานอังกฤษเพิ่งประกาศความสำเร็จในการระดมมวลชนจากทั่วเกาะอังกฤษ ออกมาประท้วงแผนรัดเข็มขัด ซึ่งมีครู พนักงานดับเพลิง พยาบาล สมาชิกเทศบาล และแรงงานด้านสาธารณสุข ตลอดจนคนทำงานภาครัฐ นักเรียน นักศึกษา คนชรา และกลุ่มรณรงค์ออกมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง
 
    อังกฤษตัดงบการใช้จ่ายสาธารณะลงกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) ขณะรัฐบาลผสมนำโดยนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน พยายามควบคุมการขาดดุลงบประมาณมูลค่ามหาศาล การตัดงบครั้งนี้สร้างความไม่พอใจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วรอบหนึ่ง