ข่าว

อภิสิทธิ์โดนเสื้อแดงขว้างของใส่แขนเจ็บเล็กน้อย

อภิสิทธิ์โดนเสื้อแดงขว้างของใส่แขนเจ็บเล็กน้อย

12 เม.ย. 2552

ทหารทำเนียบฯเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หลังจากที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉินในกทม.และปริมณฑล ผบช.น. ประชุมเครียดปรับแผนตรึงกำลังตำรวจ คุมเข้มสถานที่ราชการสำคัญ สั่งเตรียมพร้อมอุปกรณ์ "แก๊สน้ำตา" ด้านเสื้อแดงรุมทำร้ายช่างภาพทีวี 5 ด่าทอเสนอข่าวบิด

ภายหลังจากเหตุการณ์คนเสื้อแดงบุกเข้ากระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณแขนเล็กน้อย เนื่องจากถูกคนเสื้อแดงขว้างสิ่งของใส่ระหว่างการเดินทางออกจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมาดไทย คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ทหารทำเนียบเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉินในกทม.และปริมณฑล ทำให้สถานการณ์การชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาลเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดงได้สลับกันขึ้นเวทีประกาศปลุกระดมมวลชนให้มาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลตลอดเวลา โดยอ้างว่าเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่กระทรวงมหาดไทย มีเจ้าหน้าที่รัฐยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิต 2 ราย

 ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเกณฑ์ผู้ชุมนุมไปประจำตามจุดทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลจุดละ 50  -  60 คน โดยมีการถือไม้เป็นอาวุธ ขณะที่บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาล ทหารที่รักษาการณ์อยู่ในทำเนียบรัฐบาลบางส่วนเริ่มเคลื่อนไหวออกจากเดิมที่อยู่ในชุดลำลอง นอนพักผ่อนตามอาคารต่าง ๆ ก็ได้เตรียมพร้อมเปลี่ยนเป็นชุดลายพรางและใส่เสื้อเกราะ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง โดยมีนายทหารออกมาสั่งการ และเดินตรวจพื้นที่เพื่อกำหนดจุดวางกำลังในการป้องกันสถานที่

นครบาลถกเครียดเตรียมแก๊สน้ำตาอาจมีการสลาย

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 12 เม.ย. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับรอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ผู้บังคับบัญชากองร้อยควบคุมฝูงชนจากหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.โดยมีผู้บังคับหน่วยควบคุมกำลังพลสนับสนุนการปฏิบัติตามแผน " กรกฏ 48 " จากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร ตำรวจสันติบาล ตำรวจกองปราบปราม ตัวแทนทหาร หน่วยข่าวกรอง และ กทม. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง กำหนดท่าทีการปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้นภายหลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พื้นที่ กทม.

 ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในไม่ช้า พร้อมปรับแผนกำลังพลในการทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยแต่ละจุดสำคัญให้มากขึ้น เนื่องจากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายตลอดเวลาและไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน จึงจำเป็นต้องตรึงกำลังตำรวจไว้ดูแลสถานที่ราชการสำคัญจำนวนมากพร้อมเรียกกำลังเสริมจากหน่วยทหารและตำรวจภูธรเข้า กทม. โดยเร่งด่วนโดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ กทม.ชั้นใน ซึ่งผู้ชุมนุมได้ปิดการจราจรในหลายเส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ถนนโดยรอบพระราชวังสวนจิตลดา

 ขณะเดียวกันที่ประชุมมีคำสั่งกำชับไปยังหน่วยปฏิบัติที่ตั้งด่านตรวจ 50 จุดรอบ กทม. ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจค้นอาวุธปืนอาวุธสงคราม วัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่เอื้ออำนวยต่อการก่อเหตุ รถกระบะ รถตู้ ที่มีการขนคนจำนวนมาก และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ต่อเนื่องและให้ตรวจตราเฝ้าระวังกลุ่มมือที่ 3 เป็นพิเศษที่อาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยขณะนี้ได้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังสั่งการให้ตำรวจดูแลพื้นที่เฝ้าระวังอย่างแน่นหนาและให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้เตรียมพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์แก๊สน้ำตาในการเข้าสลายการชุมนุมหากมีความรุนแรงเกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น.ที่ผ่านมาขณะที่นายจิระวัฒน์ ตันเจริญ อายุ 40 ปี ช่างภาพสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กำลังตระเวนถ่ายภาพการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงตามจุดต่างๆ เลียบคลองผดุงกรุงเกษม โดยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยายนต์เจ้าหน้าที่รับส่งเอกสารของสถานี ปรากฎว่า เมื่อรถผ่านมาถึงหน้าวัดมกุฏกษัติยาราม พบกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงประมาณ 20 คนที่ยืนปิดถนนอยู่ตะโกนขับไล่ด่าทอ โดยชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า " นักข่าวช่อง 5 " จากนั้นผู้ชุมนุมก็วิ่งกรูไปที่นายจิระวัฒน์ เพื่อแย่งกล้องวิดีโอ จนเกิดการปะทะกัน หนึ่งในผู้ชุมนุมได้ใช้ไม้ไล่ตีที่ศรีษะและลำตัว เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งเอกสารเห็นท่าไม่ดีจึงรีบบิดรถจักรยายนต์หนีฝ่าวงล้อมออกมาได้และเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ในเวลาต่อมา


เสื้อแดงบุกไทยคม-สั่งให้เปิดสัญญาดีสเตชั่น

 เมื่อเวลา 16.30 น.ที่สถานีถ่ายทอดบริการภาคพื้นดิน ไทยคม  ตั้งอยู่ ม.1 ต.บ้อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จงปทุมธานี ได้มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 100 คน นำโดยนายสุทิน นพขำ ส.ส.เขต1 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจำเริญ ขาวขำ และ ดร.สมพร อัตถะเสรีวงษ์ อาจารย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย  ได้นำรถยนต์จำนวน 20 คันมาปิดกั้นทางเข้าออกของสถานี พร้อมทั้งได้ยืนรายล้อมที่สถานีดังกล่าว

 จากนั้นแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ของสถานี โดยมีการชี้แจงให้เปิดสัญญาถ่ายทอดทีวี.ดีสเตชั่น ตามเดิม มิเช่นนั้น จะไม่รับปลอดภัยของสถานี โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที จากเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปิดสัญญาตามเดิม

 ทั้งนี้ เมื่อกลุ่มชุมนุมได้เคลื่อนขบวนมาปิดสถานี พ.ต.อ.ฐาณุพงษ์ พรมสวัสดิกุล ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว พร้อมด้วยพ.ต.ท.จีระวัฒน์ แนวจำปา รอง ผกก.สส.สภ.ลาดหลุมแก้ว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาดูแลความปลอดภัย


เสื้อแดงดาวกระจายไปกองกำกับ ตชด.

กลุ่มเสรีชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 300 คน ได้ใช้วิธีดาวกระจาย ออกจากที่ชุมนุมบริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังถนนชยางกูร  เพื่อชักชวนให้ประชาชนได้ออกมาชุมนุมเพื่อร่วมกดดันรัฐบาล ไม่ให้ใช้กำลังสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล และได้เปิดเวทีการกล่าวปราศรัยที่บริเวณด้านหน้าที่กองกำกับตำรวจตระเวณชายแดนที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี

 โดยกล่าวเรียกร้อง ไม่ให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดน ไปสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ชุมนุมตัวอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี   โดยขณะที่มีการเดินทางของกลุ่มคนเสื้อแดง มีตำรวจประมาณ 30 นาย เข้าควบคุมเหตุการณ์
 
 มีรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ได้นัดหมายที่จะไปปิดล้อมบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี แต่ได้ปรับเปลี่ยนท่าที โดยกลับไปชุมนุมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดฯ เพื่อชุมนุมกดดันรัฐบาลต่อไป