
ปรากฏการณ์ใหม่ที่3จังหวัดใต้!คนรือเสาะค้านย้ายทหาร ฉก.30
เดิมการชุมนุมของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเรียกร้องขอให้ "ย้ายทหาร" ในพื้นที่ของตนออกไป โดยอ้างว่า ทหารมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือละเมิดสิทธิมนุษยชนจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องราวดังกล่าวกลับตรงข้ามกับที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ชาวบ้านรือเสาะหลายร้อยคนได้เดินทางออกมาประท้วง และยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เพื่อขอร้องไม่ให้ย้ายทหาร "ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 (ฉก.30 นราธิวาส)" ไปปฏิบัติหน้าที่ต่อใน อ.ศรีสาคร
นางเสริมสุข คุณากรพิพัฒน์ หนึ่งในแกนนำชาวบ้าน ให้เหตุผลในการชุมนุมว่า เรามั่นใจในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 มาปฏิบัติหน้าที่ใน อ.รือเสาะ
"ทหารชุดนี้มีความเป็นกันเองกับชาวบ้าน และเข้าใจถึงขนบธรรมเนียมความเป็นอยู่ของชาวไทยพุทธและมุสลิม และคอยให้การช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน จนชาวรือเสาะเป็นที่ยอมรับ และเมื่อทราบว่าทหารชุดนี้ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ชาวบ้านทุกคนจึงรู้สึกหดหู่ และไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัย" นางเสริมสุขระบุถึงเหตุผลการประท้วง
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวชี้แจงต่อชาวบ้านในเวลาต่อมาว่า ตนต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวรือเสาะ เป็นอย่างมากที่ให้ความไว้วางใจ ฉก.30 นราธิวาส แต่กองทัพมีเหตุผลที่จะต้องย้ายกำลังชุดนี้ออกไปยัง อ.ศรีสาคร แล้วให้หน่วยใหม่เข้ามาดูแลแทน
พล.ท.อุดมชัยอธิบายว่า หน่วยที่จะเข้ามาดูแลแทนถือเป็นหน่วยโดยตรงของกองทัพภาคที่ 4 ที่ได้วางแผนให้อยู่ในพื้นที่ได้ยาวนาน ไม่ต้องย้ายสับเปลี่ยนกำลังในอนาคต
"ขณะนี้การทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่นั้น ผู้บังคับหน่วยได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมอยากจะให้ความมั่นใจกับชาวบ้านอย่างเต็มที่ เนื่องจากหน่วยจากกองทัพภาคที่ 4 หน่วยนี้จะไม่ต้องย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆ อีกต่อไป จะเป็นทหารของพี่น้องประชาชน และพร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สันติสุขในพื้นที่" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
พล.ต.อุทิศ สุนทร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.นราธิวาส) ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของหน่วย ฉก.30 นราธิวาส กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกองทัพบก จนทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคง และมั่นใจในความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหน่วยดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ครบ 1 ปี จึงถือเป็นวงรอบปกติที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกำลัง ประกอบกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการให้กำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่ในระยะยาว
พล.ต.อุทิศกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ชาวบ้านมีความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในพื้นที่ แต่เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลหน่วยใหม่เข้าไปก็ได้ผู้บังคับหน่วยเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้าน และเชื่อว่าหน่วยใหม่ที่จะเข้าไปแทนน่าจะพัฒนาการทำหน้าที่ให้ดีขึ้นด้วย
พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผบ.ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 เล่าถึงที่มาของการปฏิบัติภารกิจใน อ.รือเสาะว่า หน่วยที่ตั้งปกติของตน คือกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เป็นหน่วยกำลังสังกัดกองทัพภาคที่ 1
กำลังส่วนแรกของ ฉก.30 นราธิวาส เข้ามาในพื้นที่เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ส่วนเขาเข้ามาในพื้นที่ครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2553 เนื่องจากผู้พันคนเดิมมีการปรับย้ายออกไป ซึ่งแต่เดิมเขามีกำหนดการลงพื้นที่ในเดือนเมษายน แต่ที่ลงไปก่อน เพราะอยากเข้าไปศึกษาพื้นที่จริงก่อน
พ.ท.จักรกฤษณ์เล่าถึงสภาพพื้นที่ อ.รือเสาะ ในช่วงแรกๆ ที่เข้าไปว่า มีเหตุรุนแรงทั้งลอบยิง ซุ่มยิง และวางระเบิดอยู่เป็นระยะ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็ถูกข่มขู่คุกคามจากกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงอย่างหนักเพื่อไม่ให้ชาวบ้านหันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
พ.ท.จักรกฤษณ์บอกว่า แม้จะถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก แต่ชาวบ้านก็พูดคุยยิ้มแย้มแจ่มใสกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี เพราะหน่วยที่มาอยู่ก่อนทำผลงานไว้อย่างดี แต่ก็ต้องอาศัยการลงพื้นที่พบปะ และทำกิจกรรมกับชาวบ้านอยู่เสมอเพื่อสร้างความไว้ใจ และลดความหวาดระแวง
"ผมว่าสำหรับคนที่นั่นความรู้สึกอุ่นใจ และปลอดภัยสำคัญที่สุด ส่วนการเข้าไปหาชาวบ้านเราก็ต้องใช้ความจริงใจให้เขาเห็นก่อน ถ้าเขารู้สึกว่าเราจริงใจ และทำให้เขารู้สึกอุ่นใจได้ ความร่วมมือและความช่วยเหลืออื่นๆ ก็จะตามมาเอง"
พ.ท.จักรกฤษณ์ออกตัวว่า ในการทำกิจกรรมกับชาวบ้านก็จะใช้กิจกรรมทั่วไปตามกรอบของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา รวมทั้งนำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงลงไปในพื้นที่
"แต่ที่ผมคิดว่าชาวบ้านน่าจะประทับใจจริงๆ คือ การพาคนในพื้นที่มาทัศนศึกษาในกรุงเทพฯ เพื่อลงนามถวายพระพร และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ โดยใช้วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟรี และให้มาพักที่กองพันเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ"
พ.ท.จักรกฤษณ์มองว่า สิ่งเหล่านี้น่าจะสร้างความประทับใจให้แก่คนในพื้นที่ที่ปกติก็อยู่ด้วยความเครียด และหวาดระแวงอยู่แล้ว และในฐานะที่เป็น "ทหารรักษาพระองค์" จึงเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องมาดูแลประชาชนแทนพระองค์ท่าน ซึ่งการให้กำลังใจก็ถือเป็นการดูแลอย่างหนึ่ง
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่นอกจากจะสร้างความอุ่นใจ และนำโครงการต่างๆ ลงสู่พื้นที่แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน และตั้งด่านตรวจตราเพื่อจำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการเข้าไปข่มขู่ประชาชน
พ.ท.จักรกฤษณ์ทิ้งท้ายว่า อีกไม่นานเขาก็จะต้องย้ายไปทำหน้าที่ที่ อ.ศรีสาครแล้ว ซึ่งแม้จะลำบากใจแค่ไหนที่จะปฏิเสธความปรารถนาดีของชาวรือเสาะ แต่ก็ต้องไปเพราะเป็นหน้าที่ของทหาร และเชื่อว่า ผบ.หน่วยคนใหม่คงจะทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้ตนอย่างแน่นอน
ทีมข่าวความมั่นคง



