
ชนชั้นทางกฎหมาย
วันสถาปนากระทรวงยุติธรรมครบรอบ 119 ปี มีการจัดงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "กระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนเข้าถึงได้ในมุมมองนักวิชาการ"
หลายช่วงตอนที่นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องทางกฎหมาย ออกมาชำแหละกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่ดูเหมือนคนรวยกับคนจนจะมีมาตรฐานทางกฎหมายที่แตกต่างกัน
อาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวไว้ตอนหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า เราทุ่มทรัพยากรให้แก่กระบวนการยุติธรรมเป็นจำนวนมาก แต่คนไทยยังเข้าไม่ถึงความยุติธรรม และเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ขาดประสิทธิภาพ มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ คดีที่คนจนทำผิดพิจารณาเร็ว ขณะที่คดีของคนรวยจะพิจารณาช้า
ว่ากันตรงๆ พุ่งเป้าเข้าหัวใจของผู้บังคับใช้กฎหมายบ้านเรา
มาฟังนักสิทธิมนุษยชนอย่างสมชาย หอมลออ ที่ว่านักกฎหมายไทยถูกสอนว่าความยุติธรรมทางกฎหมายกับความยุติธรรมทางสังคมไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจได้ว่าเหตุใดกฎหมายจึงไม่นำมาซึ่งความยุติธรรม เสมอภาค หรือความกินดีอยู่ดี
"ถ้าความยุติธรรมมีอยู่จริงศาลคงไม่ยอมรับการปฏิวัติยึดอำนาจและกฎหมายที่ออกโดยคณะปฏิวัติ เพราะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดอย่างรุนแรง"
เป็นไงครับ!! กระตุกหนวดเสือได้ถึงจุดจริงๆ
คราวนี้มาดูมุมมองจากนายนวรัตน์ กลิ่นรัตน์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ว่าถึงเรื่องเดียวกันนี้บ้าง
"ในอดีตเคยมีคำพิพากษาไม่ยอมรับอำนาจจากการปฏิวัติ แต่ต้องยอมรับว่าอำนาจโดยใช้กำลังเหนือกว่าอำนาจโดยกฎหมาย แม้ไม่มีคำพิพากษารับรองการปฏิวัติ แต่ที่ผ่านมาเป็นการรับรองโดยปริยายเพราะถึงไม่ยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับ"
นี่ว่าด้วยอำนาจของคนและปืน มีฤทธิ์เดชมากกว่า ตัวบทกฎหมาย
คนในกระบวนยุติธรรมเพียง 3 คน ชี้ช่องโหว่ รู้ซึ้งอย่างถ่องแท้ถึงกฎหมายในบ้านเรา วิธีใช้และผู้บังคับใช้ ตัวกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ผู้ใช้ต่างหากที่น่าเกรงขามกว่า
ถ้าต้นธารกระบวนการยุติธรรมบ้านเราเริ่มไม่ดี กลางทางและปลายทางก็แกว่ง บางครั้งการถ่วงดุลอำนาจไม่มีอยู่จริง หรือมีอยู่ก็ต้องดูว่าผู้ถูกกล่าวหาคือใคร
กฎหมายมีชนชั้นแบบนี้ คุกบ้านเราก็แทบแตก !!



