
บอร์ดปฎิรูปส่อดับยาวเพื่อไทยขู่ยุบทิ้ง
"บอร์ดปฎิรูป" ส่อดับยาว! "เพื่อไทย" ขู่ล่วงหน้า ถ้าเป็นรัฐบาลอาจยุบทิ้ง เหตุใช้งบมหาศาลแต่ผลงานน้อย "คปร." ปัดขัดแย้งรัฐบาล แต่ออกเพราะมารยาทให้รัฐบาลใหม่พิจารณาจะใช้ทำต่อหรือไม่
( 27 มี.ค.) นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปเตรียมลาออกก่อนการเลือกตั้ง 7 วันว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการปฏิรูปได้หารือกันก่อนที่จะมีการสรุปเป็นมติของ คปร. ซึ่งตามที่นายอานันท์ ได้กล่าวออกไปในวันเสาร์ที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเสนอของคปร. แต่เป็นการเคารพสิทธิของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาบริหารประเทศ และยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาลแต่อย่างใด
ขณะที่ นายณรงค์ เพชรประเสิรฐ คปร. กล่าวว่า การลาออกของนายอานันท์ไม่ได้มาจากความขัดแย้งของรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่คณะกรรมการพิจารณาแล้ว ว่าคณะกรรมการชุดนี้มาจากดำริริเริ่มของรัฐบาลนี้ แม้ว่ากรรมการจะยืนยันว่าการทำงานไม่ขึ้นต่อรัฐบาล แต่สาธารณะเข้าใจว่า คปร.และรัฐบาลมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงออกโดยมารยาททางคปร.จึงขอลาออกก่อนมีการเลือกตั้ง 7 วัน และเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจะให้รัฐบาลใหม่ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้คปร.ทำงานใหม่หรือไม่ แต่ก่อนที่จะลาออกคปร. ได้ทำข้อเสนอต่อรัฐบาลเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี 6 ข้อเสนอ1. เรื่องที่ดิน 2.การกระจายอำนาจ 3. เรื่องแรงงาน 4. แก้ไขปัญหาเกษตกร 5. ปัญหาคนเมือง 6. ปัญหาด้านการศึกษา โดยจะนำเสนอพร้อมกันทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง องค์กรภาคประชาชนและ สื่อมวลชน ก่อนจะมีการลาออกของคปร.ทั้งชุด
แหล่งข่าวคนใกล้ชิดนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคปร. กล่าวยืนยันว่า นายอานันท์ไม่ได้มีความขัดแย้งกับรัฐบาล แต่ที่มีการประกาศลาออกเป็นเพราะอยากให้โอกาสกับรัฐบาลชุดใหม่ เผื่อว่าจะอยากปฏิรูปประเทศด้วยวิธีการอื่น ในเมื่อคณะกรรมการชุดนี้ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อหมดรัฐบาลโดยมารยาทก็ควรลาออกไปพร้อมกับรัฐบาลชุดนี้ แต่รู้สึกว่าสื่อพยายามจะตีข่าวออกมาในลักษณะความขัดแย้งกับรัฐบาล ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ได้มีความขัดแย้ง
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาให้กับผู้มีรายได้น้อย หรือคนรากหญ้า สามารถยกระดับช่องว่างระหว่างคนที่มีรายได้สูงกับคนรายได้น้อยได้ ซึ่งนโยบายของพรรคก็มีส่วนสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศอยู่แล้ว แต่แล้วแต่นักวิชาการจะมอง ตนคิดว่าหากพรรคเพื่อไทยได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะพิจารณาว่า คปร.ใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งตั้งแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม แต่ใช้เม็ดเงินจำนวนหลายร้อยล้าน
"ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนขึ้นมาก็ต้องพิจารณาเหมือนกันว่า คณะกรรมการปฏิรูปสามารถทำงานลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่ ถ้าผลการดำเนินงานช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็พร้อมอนุมัติเงินให้เหมือนกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะดูที่ผลงาน ดูว่าคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐเสียไปหรือไม่ ถ้าผลงานออกมาปฏิบัติได้จริง จับต้องได้ ก็ต้องสนับสนุนต่ออยู่แล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลไหนๆก็คงคิดเหมือนกัน" ส.ส.เพื่อไทย กล่าว



