
ไฟไหม้ปักธงชัยวอด30คูหาสูญ100ล้าน
ไฟไหม้ชุมชนตลาดปักธงชัยโคราชเผาวอดร่วม 30 คูหา เสียหายกว่า 100 ล้าน ทั้งที่ยังไม่ฟื้นจากอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา "บุญจง" ฉุนจัดดับเพลิงไม่พร้อมเตรียมพิจารณาทบทวนเสริมประสิทธิภาพหน่วยดับเพลิงใหม่ทั้งจังหวัด
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 27 มี.ค.2554 ร.ต.อ.สุภเวช ชูอาวุธ พนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ชุมชนตลาดเมืองปัก ใจกลางเขตเทศบาลเมืองปักธงชัย อ.ปักธงชัย มีร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายสิบหลัง จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ทั้งในพื้นที่อำเภอปักธงชัย และอำเภอใกล้เคียงและเทศบาลนครนครราชสีมาให้นำรถน้ำและรถดังเพลิงกว่า 50 คัน พร้อมอาสาสมัครกว่า 100 นาย เข้าควบคุมเพลิงโดยอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนตลาดเมืองปัก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักธงชัย สภาพเป็นชุมชนเศรษฐกิจมีร้านค้าและร้านขายของชำปลูกติดกับมากกว่า 50 คูหา เป็นอาคารพาณิชย์สร้างด้วยไม้ 2 ชั้น อายุกว่า 40 ปี กำลังถูกเพลิงเผาผลาญได้รับความเสียหายร้านค้าประมาณ 25 คูหา เจ้าหน้าที่ต้องทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังคูหาที่อยู่ข้างเคียงและฝั่งตรงข้าม ท่ามกลางเสียงระเบิดของถังแก๊สที่อยู่ภายในอาคารที่ถูกเพลิงใหม้ระเบิดเป็นระยะๆ โดยมีประชาชนมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำเชือกมากั้นบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ไม่ให้กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ขณะเกิดเหตุ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายประนอม โพธิ์คำ สส.จังหวัดนครราชสีมา , นายสุชาติ นพวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้ามาสั่งการเหตุการณ์นี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุเป็นอาคารไม้ปลูกติดกันเป็นแถวและมีสินค้าของชำนานาชนิดอยู่ภายในร้าน ประกอบกับมีลมพัดแรงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วยากแก่การควบคุม เจ้าหน้าที่ตัดสินใจฉีดน้ำและทำการทุบอาคารไม้ที่อยู่ใกล้เคียงอาคารที่ถูกเพลิงไม้ เพื่อจำกัดเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้างลุกลามมากกว่าที่เป็นอยู่ ก่อนที่จะระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงในบริเวณที่ลุกไหม้กระทั่งสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในในเวลา 10.30 น.
สอบสวนทราบว่า ต้นเพลิงเป็นอาคารพาณิชย์ครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้นเลขที่ 171 / 9 ซึ่งเป็นร้านขายของชำ ไม่ทราบเจ้าของ อยู่ติดกับตลาดสดเทศบาลตำบลเมืองปัก โดยเพลิงเริ่มลุกลามจากบริเวณชั้นบนของบ้านซึ่งเป็นไม้ลักษณะเก่าแก่อายุประมาณ 40 ปี ก่อนที่จะลุกลามมาไปยังอาคารที่อยู่ข้างเคียงที่ปลูกอยู่ติดกับเป็นทิวแถวอีกกว่า 20 คูหา ได้รับความเสียหายทั้งหมด ประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกำว่า 100 ล้านบาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลถูกไฟคลอกเล็กน้อย สำลักควัน และมีเจ้าของบ้าน 1 ราย ตัดสินใจกระโดดลงจากอาคารแขนหัก
สำหรับชุมชนตลาดเมืองปักเคยเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2540 ครั้งนั้นมีอาคารบ้านเรือนซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับสภาพปัจจุบัน คือเป็นอาคารไม้ปลูกเป็นทิวแถวติดต่อกันนับ 10 คูหา ได้รับความเสียหายมากกว่า 60 คูหา มูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ถือเป็นเหตุอัคคีภัยครั้งรุนแรงที่สุดของอำเภอปักธงชัย
ต่อมาในช่วงเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา เกิดเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี บริเวณชุมชนแห่งนี้ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 2 เมตร จนเกือบมิดหลังคา บ้านเรือนประชาชนต้องจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานเกือบ 1 เดือน และเพิ่งจะเร่งพื้นฟูกลับมาสู่ภาวะปกติได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ต้องถูกเพลิงเผาผลาญจนได้รับความเสียหายอีกครั้ง
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังจากที่ได้ลงพื้นที่สั่งการควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ในที่เกิดเหตุว่า ยอมรับว่ามีปัญหาในเรื่องของการเข้าทำการระงับเพลิงของหน่วยดับเพลิงในพื้นที่ จึงทำให้เพลิงเกิดการลุกลามจนเสียหายเป็นบริเวณกว้าง หลังจากนี้จะสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทบทวนแผนการปฏิบัติการระงับเพลิงและอุบัติภัยต่างๆใหม่ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ดับเพลิง ที่พบว่ายังมีปัญหาอยู่หลายจุด อุปกรณ์ฉีดน้ำ รถดับเพลิงที่เก่าและทรุดโทรม เพื่อให้หน่วยดับเพลิงในแต่ละพื้นที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
" ได้สั่งการให้มีการตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ต้องประสบกับภัยพิบัติ 2 ครั้งติดต่อกันในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งน้ำท่วมใหญ่และมาเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่อีก ทางกระทรวงมหาดไทยจะช่วยเหลือผู้สบภัยอบ่างเต็มที่ " นายบุญจงกล่าว



