ข่าว

ปภ.หนุนหลักสูตรออกแบบบ้านรับดินไหว

ปภ.หนุนหลักสูตรออกแบบบ้านรับดินไหว

27 มี.ค. 2554

สวทช.เปิดเสวนาบทเรียนญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย หวังกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต ด้าน ปภ.ผลักดันให้เกิดหลักสูตรการเรียนการสอนออกแบบโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่รองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว

(27มี.ค.) นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวในการเสวนาเรื่อง แผ่นดินไหวและสึนามิ 11 มีนาคม 2011 : บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่การเตรียมพร้อมของไทย โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กระทรวงวิทยาสตร์และ เทคโนโลยี ว่า ปภ.อยู่ระหว่างทำแผนแม่บทการป้องกันและบรรเทาภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จพร้อมเสนอเข้ามติคณะรัฐมนตรีในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นแผนปฏิบัติระดับชาติในด้านการวางแผนก่อสร้างและบำรุงอาคารที่พักอาศัยที่ไม่แข็งแรงต่อไป

 นอกจากสร้างแผนแม่บทเพื่อป้องกันและบรรเทาภัยแล้วปภ. ยังมีโครงการประเมินความเสี่ยงภัยในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เชียงใหม่ และกรุงเทพ โดยเน้นประเมินความเสี่ยงในด้านความแข็งแรงของอาคารว่ามีความล่อแหลมหรือความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติอย่างไรบ้าง เพื่อวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ

 ทั้งนี้ ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ปภ.พยายามจัดทำแผนแม่บทแบบบูรณาการกับหน่วยงานเครือข่ายกว่า 50 หน่วยงาน เพื่อสร้างแผนที่ความเสี่ยงรองรับภัยพิบัติล่วงหน้าทั้ง อุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม แผนแม่บทในการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ ซึ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรีและมีผลนำไปใช้งานในระดับภูมิภาคแล้ว

 “จากการได้ทำวิจัยร่วมกับพันธมิตรเกี่ยวกับร่างแผนแม่บทเหตุการณ์แผ่นดินไหว พบว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวมากขึ้นกว่าเดิม โดยพื้นที่น่าเป็นห่วงคือ กรุงเทพฯเพราะเป็นพื้นที่ที่มีดินอ่อน หากเกิดแผ่นดินไหวจะกระจายแรงสั่นสะเทือนและมีความรุนแรงมากกว่าเดิมขึ้นหลายเท่า”ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าว

 ทั้งนี้ ปภ.ยังจะผลักดันให้เกิดหลักสูตรการเรียนการสอนออกแบบโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่รองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยจะทำคู่ขนานกับแผนที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในอาคารสูง เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทั้งงานก่อสร้างที่รองรับปัญหาโดยตรง และงานวิจัยที่แก้ปัญหาอาคารบ้านเรือนแบบเดิม ที่ส่วนมากมีโครงสร้างที่ไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้

 ปัจจุบัน ปภ.อบรมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) จำนวน 1.2 ล้านคนทั่วประเทศสำหรับเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันแล้วกว่า 5,000 ชุมชน จากเป้าหมาย 75,000 ชุมชนทั่วประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย
สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ปภ.มีการฝึกเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินในภาวะวิกฤตไว้ประมาณ 250 คน ทั้งยังมีทีมกู้ชีพกู้ภัยกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ 1,000 กว่าทีมสำหรับรองรับภัยพิบัติที่จะเกิดระดับประเทศ 

ม.รังสิตสร้างแบบจำลองจับตาสึนามิ

 รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ระบบการเตือนภัยของประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับอีกหลายประเทศ เพราะมีระบบที่สามารถแจ้งให้ประชาชนในรัศมี 100 กิโลเมตรทราบได้ในเวลาไม่ถึง 5 นาที หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวว่าจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา เพื่อให้ดำเนินการอพยพ ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่ไม่มีระบบเตือนภัยรับมือในช่วงที่เกิดสึนามิในไทยปี 2547

 หลังจากเกิดเหตุสึนามิที่ภาคใต้ของไทย ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ ม.รังสิต จึงสร้างแบบจำลองและส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานของรัฐ เพื่อเฝ้าระวังภัยสึนามิกว่า 400 ตัวอย่างในพื้นที่ภาคใต้ โดยเชื่อว่าจะลดอัตราการเสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติให้กับผู้อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลได้อีกทางหนึ่ง

 “ตั้งแต่ปี 2550 ศูนย์วิจัยภัยทางธรรมชาติได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลประชากรที่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงจำลองสถานการณ์เหตุการณ์สึนามิหลายตัวอย่าง เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใช้เป็นวิธีปฏิบัติในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต” ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว

 ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 สามารถนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาให้นักวิจัยไทย ใช้เป็นบทเรียนในการวิจัยพัฒนาระบบรับมือภัยพิบัติ ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต