
นครศรีฯงดบินประกาศ20อำเภอภัยพิบัติ
จังหวัดนครศรียังอ่วมหนักเที่ยวบินงดทุกเที่ยวน้ำทะลักสนามบิน ผวจ.ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 20 อำเภอ สาทิตย์ ลงพื้นที่บ่ายนี้ อ.เมืองยังขนชาวบ้านหนีน้ำจ้าละหวั่น-รพ.ท่าศาลาพังยับนับสิบล้าน
ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 27มี.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า การขยายตัวของสถานการณ์ได้ขยายไปอย่างต่อเนื่องในหลายอำเภอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนการสัญจรอย่างหนัก โดยในช่วงเช้าของวันนี้ ท่าอากาศยานนครศรีได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางสู่นครศรีธรรมราชทุกเที่ยวบินเนื่องจากสภาพรันเวย์ถูกน้ำท่วมสูง สภาพท่าอากาศยานมีน้ำล้อมรอบโผล่แค่อาคารหลังคาสีส้มเห็นได้จากระยะไกล
นายนิสิต สมบัติ ผอ.ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าสภาพท่าอากาศยานได้ถูกน้ำท่วมอย่างหนักตลอดแนวรันเวย์ โดยเฉพาะพื้นผิวสูงกว่า 1- 2 ฟุต อากาศยานทุกชนิดไม่สามารถลงจอดได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประกาศปิดสนามบินชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะเดียวกันการสัญจรเข้าสู่ท่าอากาศยานก็เข้าไม่ได้น้ำท่วมสูงมากทุกเส้นทาง
“เราคาดว่าจะมีความเสียหายในเรื่องของระบบไฟนำทางรันเวย์เนื่องจากจมน้ำทังหมด หลังจากน้ำลดต้องเข้าตรวจสอบทั้งสภาพพื้นผิวและระบบลงจอดของอากาศยานทุกตัวอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้โดยสารสามารถประสานกับสายการบินในการคืนตั๋วหรือเลื่อนการทางได้อย่างสะดวก ” ผอ.ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชกล่าว
ขณะที่นายธีระมินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าได้ทำการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติและเปิดศูนย์เฉพาะกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว รวม 20 อำเภอ จากจำนวน 23 อำเภอ ยกเว้นอำเภอทุ่งสง บางขัน และอำเภอทุ่งใหญ่ สภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ถือว่าหนักกว่าจังหวัดอื่น ๆ โดยมีพื้นที่เสียหายแล้ว 20 อำเภอ 105 ตำบล 630 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 27,635 ครัวเรือน จำนวน 62,538 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 16,600 ไร่ ถนนเสียหายกว่า 300 สาย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย
สำหรับเส้นทางการคมนาคม มีน้ำท่วมขังหลายสาย รถขนาดเล็ก ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ในหลายพื้นที่ และในช่วงบ่ายของวันนี้นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จะเดินทางลงพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม ส่วนนายเทพไทเสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช ได้เตรียมสิ่งของมาแจกจ่ายยังชุมชนสถานีรถไฟที่มีระดับน้ำท่วมสูงมิดหลังคาหลายครัวเรือน
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ความเดือดร้อนได้ขยายวงกว้างเนื่องจากระดับน้ำท่วมที่สูงขึ้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสเนื่องจากหลายจุดระบบจำหน่ายเข้ามิเตอร์จมน้ำอย่างสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้สำรวจและเร่งอพยพชาวบ้านที่ยังติดค้างไปอาศัยยังจุดอพยพชั่วคราวยังโรงเรียนเทศบาลหลายโรงด้วยกันเช่น เทศบาลศาลามีชัย วัดใหญ่เสมาเมือง ศรีทวี เป็นต้น และยังมีประชาชนจำนวนมากลุยน้ำท่วมยังคงท่วมสูงออกมาซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง บริเวณตลาดสดคูขวาง ซึ่งบรรดาพ่อค้าและแม่ต่างก็นำสินค้า อาหารมาวางตามฟุตบาทริมทางเท้า เนื่องจากภายในตลาดสดคูขวางถูกน้ำท่วมขังจนไม่สามารถว่างของจำหน่ายได้ โดยชาวบ้านต่างซื้ออาหารค่อนข้างมากเพื่อเก็บไว้เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ เนื่องจากท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มและฝนยังโปรยปรายลงมาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และยังมีรายงานประชาชนติดค้างอยู่ใน ต.นาทราย อ.เมืองอีกกว่า 30 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิไต้เต๊กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ ต้องนำเรือเข้าให้การช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายออกมาอาศัยในที่สูงชั่วคราวอย่างจ้าละหวั่น
ส่วนในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ฝนยังคงตกอย่างหนัก ระดับน้ำหลายพื้นที่ยังคงท่วมสูงมีสัตว์เลี้ยงเช่นวัว ได้ลอยตามน้ำตะเกียกตะกายขึ้นยังที่สูงจำนวนมากโดยยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ ชาวบ้านหลายคนที่อยู่ในที่สูง ได้ช่วยกันดูแลไว้ก่อนจนกว่าเจ้าของจะออกตามหาและจะคืนให้ต่อไป ส่วนที่ รพ.ท่าศาลามีรายงานว่าได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากเป็นฤดูร้อนแต่คาดไม่ถึงว่าปริมาณน้ำจะมหาศาล ทำให้เครื่องมือแพทย์ เครื่องช่วยชีวิตแบบต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากจมน้ำได้รับความเสียหายโดยมีการประเมินเบื้องต้นนั้นมีมูลค่านับสิบล้านบาท
ฝนยังถล่มอย่างหนักพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังน่าเป็นห่วง โดยวันนี้ (27 มี.ค.) ปริมาณน้ำสูงกว่าเมื่อวานที่ผ่านมา หลายเส้นทางถูกตัดขาด โดยเฉพาะเส้นทางเข้า-ออกท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทางท่าอากาศยานฯ ประกาศงดทุกเที่ยวบินแล้ว เนื่องจากมีน้ำท่วมรันเวย์ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขณะที่จังหวัดเปิดศูนย์เฉพาะกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว รวม 20 อำเภอ จาก 23 อำเภอ ยกเว้นอำเภอทุ่งสง บางขัน และอำเภอทุ่งใหญ่
สภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ถือว่าหนักกว่าจังหวัดอื่นๆ มีพื้นที่เสียหายแล้ว 20 อำเภอ 105 ตำบล 630 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 27,635 ครัวเรือน 62,538 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง พื้นที่การเกษตรกว่า 16,600 ไร่ ถนนกว่า 300 สาย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย พร้อมกันนี้ ยังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำฝั่งตะวันออก คือ อำเภอหัวไทร สิชล ท่าศาลา พระพรหม ปากพนัง เชียรใหญ่ ชะอวด ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ พระพรหม ลานสกา เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอเมือง เนื่องจากน้ำยังสูงต่อไปอีก 1-2 วัน หากฝนไม่หยุดตก ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง เพราะอ่าวไทยมีสูงคลื่นสูง 2-3 เมตร
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีรายงานสถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ล่าสุด (27 มี.ค.) น้ำขยายวงกว้างท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้ว 10 อำเภอ ในระดับ 1-3 เมตร คือ อำเภอเมือง ท่าชนะ ไชยา บ้านนาสาร บ้านนาเดิม เวียงสระ ดอนสัก กาญจนดิษฐ์ คีรีรัฐนิคม และวิภาวดี ซึ่งจังหวัดได้ประกาศให้ทั้ง 10 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ส่วนถนนสายเอเชีย 41 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร เช่นเดียวกับ อ.กาญจนดิษฐ์ น้ำท่วมถนนสายสุราษฎร์-นครศรีธรรมราช ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 38–48 บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิค 2 รถเล็กผ่านไม่ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนตกหนัก และวันนี้คาดว่าจะมีน้ำป่าอีกระลอกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไหลมาสมทบใน พื้นที่
นายโส เหมกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้ขยายวงกว้างขึ้นเป็น 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.รัษฎา อ.นาโยง อ.ห้วยยอด อ.ย่านตาขาวและ อ.ปะเหลียน รวม 25 ตำบล กว่า 200 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 3,000 คน ถนนเข้าหมู่บ้านหลายสายรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ สวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันจมน้ำ 8,000 ไร่ และเนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้หลายตำบลของ อ.เมือง น้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตำบลนาบินหลา ต.ทับเที่ยง ต.นาพละ ต.น้ำผุด และ ต.บ้านโพธิ์ น้ำสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ ยังมีดินไหลตัวลงมาจากเขาไม่ต่ำกว่า 5 จุด ในพื้นที่หมู่ 3 ต.น้ำผุด อ.เมือง ซึ่งเป็นบริเวณไม่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ ส่วน อ.รัษฎา น้ำท่วม 3 ตำบล ประมาณ 20-50 เซนติเมตร ถนนเข้าหมู่บ้านหลายสายถูกตัดขาด
ด้านแม่น้ำตรังมีปริมาณน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านต้องอพยพสิ่งของไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่าพนังกั้นน้ำจะพังลงมาเหมือนครั้งก่อนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ ผ่านมา ที่พนังกั้นแม่น้ำตรังในหมู่ 6 ต.บางรัก อ.เมือง พังลงมาถึง 2 จุด
ขณะที่ชาวบ้าน จ.พัทลุง ประสบภัยน้ำท่วมมาเป็นวันที่ 4 และเดือดร้อนเพิ่มขึ้นรวมแล้ว 9 อำเภอ จำนวน 20,000 ครัวเรือน 58,000 คน หนักสุดคือ อำเภอเมือง และอำเภอควนขนุน ชาวบ้านถูกน้ำท่วมฉับพลันหลายครัวเรือนไม่สามารถขนสิ่งของได้ทัน เนื่องจากป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงสู่พื้นที่อำเภอเมืองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตำบลปรางหมู่ ตำบลเขาเจียก ตำบลพญาขัน ตำบลโคกชะงาย และตำบลชัยบุรี น้ำสูงอีกเกือบ 2 เมตร และเริ่มท่วมถนนสายพัทลุง-ควนขนุน
ทางด้านประชาชนในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงเร่งนำกระสอบทรายวางกั้นหน้าร้านและ บ้านเรือน พร้อมอพยพสิ่งไว้ที่สูงเพราะเกรงว่าน้ำจากรอบนอกจะไหลเข้ามาถึงในไม่ช้านี้ ขณะที่ พ.อ.อนุวัฒน์ ธรรมจักร ผบ.ช.402 ค่ายอภัยบริรักษ์ ระดมกำลังทหารกองพันทหารช่าง นำข้าวสารอาหารแห้งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านและพระสงฆ์วัดศรีธรรมาราม หมู่ 3 ต.พนมวัง อ.ควนขนุน.- สำนักข่าวไทย



