
สั่งตร.ทำบัญชีมือปืนก่อเหตุเลือกตั้ง
สุเทพสั่งตำรวจทำบัญชีดำมือปืน จับตากันก่อเหตุเลือกตั้ง ชี้เลือกตั้งครั้งนี้สำคัญ ปท.เริ่มนับหนึ่ง ยันเลือกตั้งต้นพ.ค.นี้แน่ ชี้ตร.คือเป็นตร.ของปชช. ไม่ใช่ของนัการเมือง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ย้ำชัดใครทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีไม่ว่าคนนั้นเป็นใครก็ตาม ย้ำ
(27มี.ค.) นายสุเทพ ในฐานะประธานก.ตร.กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ข้าราชการตำรวจ”ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดงบประมาณทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาทให้กับตำรวจเป็นพิเศษ เพื่อสร้างบ้านพัก และสถานที่ทำงาน นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครม.ได้อนุมัติงบให้กับตำรวจจราจรให้มีที่อยู่อาศัย โดยใช้วงเงินอีก 600 ล้านบาท และในสัปดาห์นี้ครม.จะมีการพิจารณาเรื่องการอนุมัติซื้อที่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ที่ยึดมา เพื่อจัดสรรสร้างที่พักให้กับตำรวจด้วย
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สถานการณบ้านเมืองขณะนี้น่ากังวลใจมาก ในแง่มุมมั่นคงปลอดภัยของประเทศในอนาคตเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันแก้ไข วันนี้บ้านเมืองมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งพวก ห่ำหั่นกันเพื่อเอาชนะคะคานกันแต่บ้านเมืองเสียหาย เป็นความเสียหายที่ไม่เคยเห็นในชีวิตตนและของท่าน เราต้องหาทางแก้ไขกัน ความจริงในประเทศที่ปกครองประชาธิปไตย คนมีอิสระเสรีในเรื่องหนึ่งเรื่องใดไม่ต้องคิดเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดาและสามารถแสดงออกความคิดความเห็นและให้คนอื่นให้เชื่อตามที่ตัวเองคิดได้ แต่ว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นต้องไม่ทำให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานในบ้านเมือง แต่ประเทศไทยใน 1-2 ปีที่ผ่านมาไม่เป็นแบบนั้น พอความเห็นไม่ตรงกันก็แบ่งพวกชัดเจน เกิดเหตุจราจล เผาบ้านเผาเมือง เอาอาวุธสงครามมายิงกัน อันตรายมาก ทำเหมือนไม่ใช่เพื่อนร่วมชาติ และพยายามไปชักชวนข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ทหาร ให้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วย ซึ่งน่ากลัว
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ดังนั้นท่านเป็นข้าราชการประชาชน ไม่ใช่ข้าราชการพรรคการเมืองหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ใครจะใช้อิทธพลใดมาบีบท่านแต่ท่านเป็นข้าราชการประชาชน ท่านต้องยืนหยัดทรนงองอาจไม่ก้มหัวให้ใคร นายกฯทำผิดก็จับกุมได้ รมต. ส.ส.ทำผิดก็จับกุมได้ ไม่มีข้อยกเว้น ที่ตนกังวลใจหนักไปกว่านั้น ท่ามกลางการต่อสู้เอาเป็นเอาตาย มีบางกลุ่มกระทำการไม่สมควร ลามปามกระทบไปสถาบันเบื้องสูงของเรา สิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันยับยั้งประเทศไทยที่ดำรงเอกภาพอยู่ได้เพราะเรามีศูนย์รวมใจคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดหนังสือส่งไปทุกสถานีตำรวจทั่วไปเทศ ชื่อ”เอกกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ” มีทั้งหมด 3 เล่ม ตนอยากให้ตำรวจทุกคนอ่านหนังสือนี้ จะได้ไปบอกเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทำสิ่งที่ประโยชน์ต่อประเทศไทยคนไทยอย่างไรบ้าง และขอให้พวกท่านไปบอกประชาชนเพราะประชาชนไม่มีเวลาที่จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปบอกเล่าให้ลูกหลานฟัง ทำให้คนอายุ 30 กว่าๆ คนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสรับรู้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญกับประเทศเราอย่างไร
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ในช่วง 2 ปีที่ตนทำหน้าที่รองนายกฯดูแลฝ่ายความมั่นคง ตนเห็นความล่อแหลมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตนตระหนกตกใจว่าถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจเกรงว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น ประเทศเราไม่ได้กว้างใหญ่มากมายแต่มีศักยภาพพัฒนาให้ก้าวหน้าให้เจริญทัดเทียมกับประเทศอื่นๆได้แต่เราต้องแก้ปัญหาเรื่องความเป็นเอกภาพป้องกันไม่ให้แตกแยก หากเราดำเนินการได้ก็สามารถรักษาบ้านรักษาเมืองให้เป็นมรดกกับลูกหลานได้ เราไม่ต้องการเห็นประเทศไทยเป็นลิเบียหรือประเทศไหนทั้งสิ้น วันนี้ยังทัน เรายังช่วยกันแก้ไขปัญหาได้
นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องการเลือกตั้ง ตนไม่ได้ต้องการมาหาเสียง แต่มีคนปล่อยข่าวลือ ว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง มีกระบวนการล้มเลือกตั้ง อย่าไปฟัง นายกฯประกาศชัดเจนว่าสัปดาห์แรกต้นเดือนพ.ค.ยุบสภาแน่นอน ที่ต้องรอเพราะต้องตรากฎหมาย 3 ฉบับในการเลือกตั้ง คิดว่าน่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนนี้ และประกาศยุบสภาในต้นเดือนพ.ค. จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ต้องใช้เวลาในการกำหนดวันเลือกตั้งประมาณ 45 วัน เพราะฉะนั้นคาดหมายได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นปลายเดือนมิ.ย.หรือต้นเดือนก.ค. แต่น่ากังวลคือบ้านเมืองมีแตกแยกเยอะมาก เสื้อสีโน้นสีนี้เต็มไปหมด และเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ การแข่งขันเข้มข้น รัฐบาลอยากให้ท่านกรุณาดูแลบรรยากาศเลือกตั้งให้สงบเรียบร้อย อย่าให้มีบรรยากาศกลั่นแกล้งทำร้ายกันทุกรูปแบบ หรือทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งและอย่าให้พี่น้องตำรวจส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเครื่องมือในการทำผิดทุจริตในการเลือกตั้ง จึงอยากให้พวกท่านดูแลบรรยากาศการเลือกตั้งเป็นพิเศษ
“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสประเทศไทยที่จะได้นับหนึ่งกันใหม่ เลิกเรื่องวุ่นวายทั้งปวงเดินหน้าสู่ทางประชาธิปไตย เพื่อให้บรรยากาศการเลือกตั้งสงบปลอดภัยไม่มีอิทธิพลมืดคุกคามทุกฝ่าย รัฐบาลอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานีตำรวจทุกแห่ง ตรวจค้นจับกุมอาวุธผิดกฎหมาย และทำบัญชีรายชื่อมือปืนทั้งหลายเพื่อติดตาม หากทำผิดดำเนินการทันที เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ทำร้ายประชาชน ทำร้ายนักการเมือง และทำลายประชาธิปไตย”นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีหนังสือที่ คุณวิมลพรรณเขียนเรื่อง “เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ ” ชุดหนึ่งมีสามเล่ม โดยผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ของบ้านเมืองอ่านเล่มนี้จะได้ประโยชน์ และเข้าใจว่าตลอดเวลา 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยมานับประการ จึงขอให้ตำรวจทุกโรงพักได้อ่านและศึกษาเล่มนี้ เพื่อไปบอกเล่าให้กับประชาชน เพราะประชาชนส่วนใหญ่อาจไม่มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวเรื่องนี้มากนัก รวมทั้ง อยากให้พ่อแม่ถ่ายทอดให้ลูกหลานรับทราบข้อเท็จจริง ซึ่งตนได้ฝากให้ตำรวจที่เข้าร่วมสัมมนาเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศ ต้องช่วยกันดูแลปกป้องดูแลสถาบันพระมหากัษัตริย์ เพราะเป็นธงชัย และศูนย์รวมของประเทศไทย รวมทั้ง ให้พี่น้องตำรวจช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย ในวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง อย่าให้มีเรื่องวุ่นวายใดๆ ให้เสียบรรยากาศ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห่ฯนการเลือกตั้ง ที่จะให้โอกาสประเทศไทยนับหนึ่งใหม่
เมื่อถามว่า ที่ให้ตำรวจดูแลการเลือกตั้ง แสดงว่าสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความรุนแรง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพูดตามหลักการเราต้องป้องกันเอาไว้ ให้ทุกสถานีตำรวจได้เอาใจใส่ สืบสวนและจับกุม บรรดาอาวุธปืนเถื่อน โดยเฉพาะอาวุธสงคราม รวมทั้ง ให้ดูพฤติกรรมของคนโดยเฉพาะมือปืนรับจ้าง ให้ขึ้นบัญชีไว้ เพราะคนเล่านี้เป็นภัยต่อสังคม เฉพาะฉะนั้น ต้องดำเนิอนการเสียก่อน ก่อนที่เขาจะไปทำร้ายประชาชน นักการเมือง ซึ่งถือเป็นการทำร้ายระบอบประชาธิปไตย ตนไม่ได้สั่งการตามสัญญาณอะไร แต่สั่งการไปตามที่เห็นว่าสามารถมีมาตรการป้องกันได้



