
เสื้อแดงล้อมมท.หลังอภิสิทธิ์ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน
กลุ่มคนเสื้อแดงได้กระจายกำลังล้อมกระทรวงมหาดไทยไว้ในทุกด้าน หลังจาก"อภิสิทธิ์"ประกาศใชพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เมียอริสมันต์ ลมจับแถลงให้ จนท.คืนตัวสามี ด้าน กี้ โฟนอินแถลงข่าวขั้นตอนโดนจับ เผยต่อสู้แย่งบังคับเฮลิคอปเตอร์จน จนท.
หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่กระทรวงมหาดไทย ต่อมาเมื่อเวลา 15.05 น.12 เม.ย. กลุ่มคนเสื้อแดง ได้กระจายกำลังล้อมกระทรวงมหาดไทย ไว้ในทุก ๆ ด้าน โดยมีนำรถปราศรัยเคลื่อนที่ มาปราศรัยโจมตีรัฐบาล บริเวณประตูติดกับแพ่งภูธร ตะโกนตำหนิรัฐบาล ขณะที่ชาวบ้านและร้านค้าบริเวณตลาดด้านหลังกระทรวงมหาดไทย ต่างพากันแตกตื่นออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ประวิตร-ชวรัตน์"โผล่มท.รับ"มาร์ค-สุเทพ"แถลง
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมายังกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของทหารจำนวนครึ่งกองร้อย เพื่อมารอนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แถลงข่าว ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
เสื้อแดงทำเนียบฯตั้งแถวกำแพงมนุษย์กัน
เมื่อเวลา 15.01 น.บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล หลังรัฐบาลตัดสินใจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกระดมพล ผู้สนับสนุนที่อยู่ที่บ้านให้ออกมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล และได้จัดกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยในสถานที่ชุมนุม โดย ให้ตั้งแถวเตรียมรับมือที่บริเวณสะพานอรทัย โดย แต่ละจุด มีกำลังคนประมาณ 100 คนต่อจุด
เมีย"อริสมันต์"ลมจับขอร้องตร.คืนตัวสามี
เมื่อเวลา 13.42 น. นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อายุ 38 ปี ภรรยานายอริสมันต์ พร้อมด้วยนาย จักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้แถลงข่าวหลังเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ โดยนายระพิพรรค กล่าวว่า วันนี้เวลาประมาณ 10. 00 น.ตำรวจ สน.ดุสิต ได้ไปที่บ้าน 2 คันรถและจับคุมนายอริสมันต์ไป โดยตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ดังนั้นขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยนำตัวนายอริสมันต์กลับคืนมาด้วย ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวนางระพิพรรณได้เป็นลมจนมีคนมานำตัวไปปฐมพยาบาล
ต่อมาเวลา 14 . 10 น. นายอริสมันต์ ได้โทร.ศัพท์มาเล่าเหตุการณ์ถูกจับให้สื่อมวลชนฟังผ่านทางโทรศัพท์มือถือและนายจักภพได้ถ่ายทอดคำพูดคำต่อคำ โดยระบุว่า เมื่อตอนเช้าประมาณ 9 โมง ตนถูกจับบริเวณลานจอดรถบ้านสวนธนบุรี และถูกนำตัวไป เริ่มต้นบอกว่าจะนำไปที่ บชน. ตนก็เชื่อ แต่พอไปถึงก็เปลี่ยนเส้นทางไปยัง บก.ตชด. ก่อนเปลี่ยนเส้นทางอีกครั้ง ไปยัง ตชด.ภาค 1 และสุดท้ายได้จับตนพร้อมนาย จตุพร ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ โดยไม่บอกว่าจะไปไหน
“ผมขอทนายก็ไม่ให้พบ ผมขอไปศาลก็ไม่ให้ไป สุดท้ายจับตัวผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์และมาลงกลางทางเปลี่ยนเฮลิคอปเตอร์อีกครั้ง เป็นเฮลิคอปเตอร์ตำรวจหมายเลข 2601 ไม่ราบว่ามุ่งหน้าไปไหน จนผมต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั้น โดยมีการแย่งกันคอนโทรลบังคับเครื่อง และผมได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบังคับให้เฮลิคอปเตอร์ลงที่กองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ ที่สวนพลู ดังนั้นอยากให้ไปเล่าให้ฝ่ายกฎหมายและทนายฟังว่า ขั้นตอนการจับกุมผิดอย่างไร เขาตองการจัดการให้ผมพ้นการนำม็อบ โดยการประทุษร้ายผม และคุณจตุพร ” นายอริสมันต์ กล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ
เมื่อถามว่า ตอนนี้อยู่ในสภาพอย่างไร นายอริสมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้บาดเจ็บมาก หลังนำเฮลิคอปเตอร์ลงได้แล้ว ตอนนี้ตนถูกคุมตัวอยู่ห้องรับรอง รอทนายความ และขอประกาศว่าการจับกุมไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องปล่อยตัวตนทันที ส่วนนายจตุพร ถูกแยกตัวออกไปอีกที่ ขณะนี้ตนได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าอย่าเอาผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปอีก
เมื่อถามว่า นายจตุพรถูกบังคับขึ้นเฮลิคอปเตอร์หรือสมัครใจไปเอง นายอริสมันต์ กล่าวว่า นายจตุพรไม่ได้โดนบังคับ
จุตพรกลับขึ้นเวทีเสื้อแดงทำเนียบฯแล้ว
ต่อเมื่อเวลา 14.50 น. นายจตุพร ได้เดินทางกลับมายังทำเนียบฯ พอมาได้เข้าสวมกอดนายจักรภพ และ นายวีระ มุสิกะพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยได้ชูมือแสดงถึงชัยชนะที่สามารถเดินทางกลับมาได้ จากนั้นนายจตุพร ได้ขึ้นเวทีได้เล่าเหตุการณ์ในช่วงเช้าที่เกิดขึ้น
"จาตุรนต์”เตือนรัฐจับแกนนำยิ่งเร่งสถานการณ์รุนแรง
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แถลงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้หารือผู้นำกองทัพเมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาและประกาศว่าจะรักษากฎหมายอย่างเด็ดขาดภายในวันสองวันนี้ว่า การจับนายอริสมันต์ และนายจตุพร ทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผยเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและวิธีพิจารณาคดีอาญา คือไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ติดต่อกับญาติหรือทนายและยังนำตัวไปคุมขังในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจอีกด้วย ตนถือว่าการตัดสินใจของรัฐบาลครั้งนี้ไม่เป็นผลดีและไม่ช่วยแก้ปัญหาให้เกิดความสงบ ในทางตรงกันข้ามกลับนำไปสู่ความวุ่นวายและความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีการกระทำสองมาตรฐานเลือกปฏิบัติ



