
"คอนโดฯ"กลางเมืองโจทย์อนาคต"รถติด"
สารพัดปัญหาบนท้องถนนถูกร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจอดซ้อนคัน รถไม่ติดป้ายทะเบียน การขับรถย้อนศร การจอดแช่ของรถโดยสาร ปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความไม่มีน้ำใจ ไร้ระเบียบของคนใช้รถใช้ถนน ฯลฯ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ
-ช่วงนี้ผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาจราจรมาผ่านเว็บไซต์ทราฟฟิกโปลิศ (www.trafficpolice.go.th) เข้ามาจำนวนมาก
เดี๋ยวนี้เว็บไซต์ของเราไม่ตาย ไม่นิ่งแล้ว ใครแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์มา จะมีเจ้าหน้าที่มาตอบ ประชาชนเข้ามาตั้งกระทู้ถามกันมาก บางคนก็ถ่ายรูปมาให้ดูก็มี บางทีก็มีแจ้งว่าตำรวจจอดรถผิดที่ (หัวเราะ) ก็มี เมื่อประชาชนมาถาม มาร้องเรียน ก็จะประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ไปดำเนินการต่อ
-มองสภาพปัญหาจราจรทุกวันนี้อย่างไร
แต่ละปีนั้นจะมีปริมาณรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นมาก เมื่อปริมาณรถสูงขึ้น แต่การเจริญเติบโตของสภาพถนนยังเท่าเดิม แถมยังมีการขยายตัวของตัวเมืองสูงขึ้นอีก ปัญหาการจราจรก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ยังก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่ถึงขนาดการจราจรเป็นอัมพาต ยังระบายรถได้ ปัญหาที่น่าเป็นห่วงและได้รับร้องเรียนสูงมาก คือ การสร้างคอนโดที่ผุดขึ้นมากมาย แต่มีที่จอดรถไม่ถึง 5-10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่คอนโด ประกอบกับปัจจุบันใครที่อยากจะมีรถนั้นง่าย รถมือ 1 ราคาถูก ทุกคนมีสิทธิมีรถหมด จึงทำให้เกิดปัญหารถไม่มีที่จอด ก็นำรถไปจอดกันตามริมถนน บนทางเท้า บางครั้งก็จอดในซอยขวางประตูบ้านคนอื่นก็มี
-แก้ปัญหารถล้นถนนนี้อย่างไร
ต้องเร่งให้เกิดระบบขนส่งมวลชนที่ดีกว่านี้ พร้อมทั้งเปลี่ยนค่านิยมคนที่คิดจะมีรถเสียใหม่ ใครที่ไม่มีรถไม่ใช่คนกระจอก สมัยนี้คนรุ่นใหม่จะไปไหนใช้บริการรถไฟฟ้ากันมาก เพราะรวดเร็วและประหยัดเวลา แถมไม่ต้องมาหงุดหงิดกับปัญหารถติด
-มีการบูรณาการแก้ปัญหารถติดกับหน่วยงานอื่นๆ หรือไม่
ก็ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างการจัดจราจรในหน้าโรงเรียน มีการประสานงานกันในแต่ละที่ โดยมี บก.02 นั้นเป็นเครือข่ายหลักในการสั่งงานบูรณาการแจ้งไปยังสน.ต่างๆ ให้ทำงานประสานกันในทางแยกแต่ละทางแยก
-ปัญหาจราจรมักเกิดจากไม่มีวินัยจราจร จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
กองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการวางมาตรการตรงนี้ไว้แล้ว และมีการกวดขันกันมาต่อเนื่อง ในเรื่องการลดอุบัติเหตุ จากปัญหาจอดในที่ห้ามจอด วิ่งย้อนทาง การฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ไม่สวมเข็มขัดนิรภัย แซงรถในที่คับขัน ขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถโดยดื่มสุรา รวมทั้งขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร ฯลฯ ในส่วนของ บก.จร. ก็มีโครงการฝ่าฝืนกฎรถติดถูกจับแน่ และที่สำคัญต้องสร้างส่วนจิตสำนึกของวินัยจราจร ซึ่งต้องปลูกฝังกันมากๆ เหมือนโฆษณาทีวีที่ลูกสาวให้คะแนนพ่อในการขับรถ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก
-ภาพรวมของแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรใน กทม.
อันดับแรกต้องรณรงค์ปลูกจิตสำนึก ให้เคารพระเบียบวินัยจราจรมีการประชาสัมพันธ์เดินรณรงค์ มีการชักชวนให้มาทำความดีในเรื่องของจิตสำนึก ถ้าดูทีวีญี่ปุ่นตอนเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เขาขับรถออกนอกเมืองจะไม่มีการแซงกันเลย ขับต่อๆ กัน สิ่งที่เขามีคือวินัยของคนในชาติเป็นตัวชี้วัด แสดงให้เห็นการมีระเบียบ ตอนนี้ต้องมีการจัดวิทยากรลงไปตามสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังเรื่องวินัยจราจรตั้งแต่เล็กๆ และยังให้เขาช่วยเตือนพ่อแม่เขาได้
รองมาคือมาตรการการแก้ปัญหาด้วยการใช้เทคโนโลยี ตอนนี้ มีระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (RED LIGHT CAMERA) ซึ่งจะติดเพิ่มให้อีก 60 จุด จากเดิมมี 30 จุด และมีเครื่องมือตรวจจับวัดความเร็วตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกระจายไปตามพื้นที่ตามชานเมืองและทางการทางพิเศษ ถ้าอุปกรณ์เหล่านี้ติดตั้งครบเมื่อไหร่ ก็จะสมบูรณ์แบบ ส่วนกล้องซีซีทีวีมีอยู่ 150 ตัว 150 ทางแยกในกรุงเทพฯ มี 500 กว่าแยก กำลังทยอยซื้อและติดตั้งอยู่ อย่างไรก็ตาม มื่อข้อแรกกับข้อสอง ยังแก้ปัญหาจราจรไม่สำเร็จ ต้องบังคับใช้กฎหมาย
-สิ่งที่อยากเห็นในการแก้ไขปัญหาจราจร
คงเป็นความร่วมมือของประชาชน อยากให้เกิดความนึกคิดว่าเราไม่ต้องไปฝ่าฝืนกฎแบบที่ต้องให้ตำรวจมายืนเข้มงวด ยืนซุ่มแบบที่คุณด่ากันอยู่ทุกวันนี้ เพียงเท่านี้ก็ถือประสบความสำเร็จแล้ว ที่สำคัญอยากให้มีจิตสำนึกได้ด้วยตัวเอง ประเทศที่เขามีวินัยจราจรดีๆ จะไม่เห็นตำรวจจราจรมายืนซุ่มมายืนทำอะไรหรอก ส่วนประชาชนขับรถก็ขอให้มีน้ำใจอะลุ้มอล่วยกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เส้นทางกัน
-การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ มีผลกระทบต่อการจราจรอย่างไร
มีการจัดการจราจรรอบพื้นที่ชุมนุมและในแยกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องพื้นที่การชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ถึงรถที่จะเข้าไปเข้ามาที่ไหนเข้าไปได้บ้าง เลี่ยงได้บ้าง มาได้กี่ทาง ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่ได้ทำงานหนักกว่าเดิม เพราะมันเป็นภารกิจของเราซึ่งตำรวจต้องทำได้ทุกหน้าที่ ตำรวจจราจรไม่ใช่แค่โบกรถอย่างเดียว ต้องเป็นทั้งจราจรด้วย สายตรวจด้วย เป็นฝ่ายปราบปรามด้วย แล้วในช่วงการชุมนุมก็ต้องทำงานกับหน่วยปราบจลาจลด้วย
-แผนการจราจรในฝันหรือการจราจรอนาคต
ทุกวันนี้ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมาย เพื่อการคืนพื้นผิวจราจรที่เหลืออยู่ให้ใช้ได้มากขึ้น จึงเข้มงวดกวดขันในเรื่องการห้ามจอดการจอดซ้อนคัน การจอดในที่รถประจำทาง รถตู้เข้ามาจอดกีดขวางการจราจร ซึ่งในอนาคตหากระบบสัญญาณไฟจราจรมันครบหมดแล้วตำรวจก็ต้องถอนตัวออกจากสี่แยก เปลี่ยนเป็นเคานท์ดาวน์ทั้งหมด ด้วยการสั่งการเชื่อมโยงด้วยระบบควบคุมการจราจร ทั้งการใช้ตัวจับภาพคำนวณ (Image Processing) จะเป็นตัวนับรถ คำนวนรถในแยก เป็นสมองแทนตำรวจ ตรงนี้ยาวก็ตัด ตรงนี้ไปได้ก็จะปล่อยไป จะเป็นกล้องคล้ายๆ ซีซีทีวี แต่ตอนนี้มีไม่กี่แยก แต่มันต้องทำงานทั่วกัน สมองต้องสัมพันธ์กัน เหมือนตำรวจที่มีศูนย์สั่งการ เพียงแต่ตอนนี้ระบบยังไม่ครบวงจร
-ผู้ใช้รถใช้ถนนมักมองตำรวจจราจรในทางไม่ดี
ต้องพยายามทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมกำชับลูกน้องว่าพูดจาให้สุภาพ เพราะคนที่โดนตำรวจเรียกไม่มีใครพอใจหรอก บางทีก็อาจถูกด่าทอก็ต้องทนเพราะมันเป็นหน้าที่ มักมีคำกล่าวที่พูดกันว่า "วันนี้โชคดีออกมาไม่เจอตำรวจเลย" กับ "วันนี้ซวยนะออกมาหน้าบ้านก็โดนตำรวจเรียกเลย" ซึ่งทัศนคติแบบนี้ ต้องเปลี่ยนเสียใหม่ แต่ถ้าถามว่ามีไหมตำรวจที่ไม่ดีไหม ต้องยอมรับว่ามี แต่ส่วนน้อย แต่อยากให้มั่นใจว่ายังมีตำรวจที่ทำงานจริงๆ ทำงานหนักอีกมาก เพื่อคอยแก้ปัญหาจราจรที่เกิดขึ้นทุกวันนี้



