ข่าว

โพลล์ชี้เกษตรกรครึ่งปท.ไม่เชื่อฝีมือแก้ภัยแล้ง

โพลล์ชี้เกษตรกรครึ่งปท.ไม่เชื่อฝีมือแก้ภัยแล้ง

26 มี.ค. 2554

แม่โจ้โพลล์เผยเกษตรกรทั่วประเทศเกินครึ่งเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง ร้อยละ63 ไม่เชื่อฝีมือรัฐบาลแก้ปัญหาภัยแล้ง

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร หรือ "แม่โจ้โพลล์" เผยผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศในพื้นที่ประสบภัยแล้งดังกล่าว ในหัวข้อ “ภัยแล้งปีนี้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรหรือไม่” พบว่าเกษตรกรร้อยละ 52.20 คาดว่าผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยร้อยละ 25.60  ให้เหตุผลว่าสถานการณ์น้ำที่ใช้อยู่ในการเกษตรปีนี้ยังคงมีเพียงพออยู่ รองลงมาคิดว่าปีนี้ยังคงมีฝนตกลงมาตามฤดูกาลและ พื้นที่ทางการเกษตรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ คิดเป็นร้อยละ 22.10 และ 16.40 ตามลำดับ

 ขณะที่เกษตรกรร้อยละ 47.80 คาดว่า จะมีผลกระทบมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยร้อยละ 51.30 ให้เหตุผลว่าเพราะหน้าแล้งปีนี้มาเร็วและแห้งแล้งกว่าปกติ รองลงมาคือเพราะฝนตามธรรมชาติไม่ตกต้องตามฤดูกาล และสภาพอากาศในปีนี้ร้อนกว่าปกติ คิดเป็นร้อยละ 19.20 และ11.70 ตามลำดับ

 สำหรับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ส่วนใหญ่ใช้แหล่งน้ำที่ทำการเกษตรจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือน้ำฝน ร้อยละ 47.20 รองลงมาใช้แหล่งน้ำจากชลประทาน จากแหล่งน้ำบาดาลและสระหรือบ่อน้ำที่ขุดขึ้นเอง จากแหล่งน้ำจากฝาย กั้นน้ำร้อยละ 17.30 ,16.50 และ 9.60 ตามลำดับ โดยมีเพียงร้อยละ 9.40 เท่านั้นที่ได้ใช้น้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ  จากการ สอบถามเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งพบว่าเกษตรกร ร้อยละ 58.20 เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และร้อยละ 41.80 ยัง ไม่ได้รับผลกระทบ ถึงแม้จะอยู่ในเขตพื้นที่ประสบภัยแล้ง

 เมื่อสอบถามถึงการช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐต่อสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ  50.40 บอกว่าได้รับการช่วยเหลือ โดยมีการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรและการช่วยเหลือให้ความรู้เกี่ยวกับภัยแล้ง ร้อย ละ 31.70  มีการส่งเสริมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มีการขุดสระหรือบ่อน้ำประจำไร่นาหรือในพื้นที่การทำการเกษตรและมีการ พัฒนาลุ่มน้ำระยะยาว เช่น การสร้างฝาย เขื่อน และขุดลอกแหล่งน้ำร้อยละ23.30 มีการจัดสรรน้ำเพื่อการสร้างผลผลิตทางการ เกษตรอย่างเพียงพอร้อยละ 18.90 มีการลงทะเบียนเงินชดเชยและประกันราคาเกี่ยวกับพื้นที่ที่เสียหายจากภัยแล้ง ร้อยละ  12.40   มีการประชาสัมพันธ์ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในหน้าแล้งร้อยละ11.60 และมีการช่วยขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขินเพื่อ เก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง ร้อยละ 1.60 แต่ร้อยละ 49.60 บอกว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆจากทางภาครัฐ

 ส่วนความเชื่อมั่นต่อนโยบายการช่วยเหลือของทางรัฐบาลว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาภัย แล้งได้หรือไม่นั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.50 บอกว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ โดยให้เหตุผลว่าเพราะไม่มั่นใจในคณะทำงานดำเนิน การแก้ไขปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล และเห็นว่าการแก้ไขปัญหายังทำได้ไม่ตรงกับต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริงร้อยละ 30.99  เท่ากัน รองลงมาร้อยละ  28.17 บอกว่าการช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง รองลงมา ร้อยละ 9.86 บอกว่า เพราะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้เนื่องจากเป็นไปตามฤดูกาลธรรมชาติ