
"พรทิวา"จี้อุตฯสอบปมน้ำตาลขาดยอดส่งห้างวูบ30%
"พรทิวา" เตรียมถก "ชัยวุฒิ" ทวงถามน้ำตาลทรายบรรจุถุงหายจากตลาด พบบางห้างได้รับจัดสรรลดลง 20-30% จี้แก้ปัญหาด่วน ด้านโรงงานน้ำตาลยันผลิตน้ำตาลถุงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ว่าห้างค้าปลีกทุกรายแจ้งว่าปริมาณการจัดส่งน้ำตาลทรายบรรจุถุงขนาด 1 กิโลกรัม(กก.) มายังห้างมีปริมาณลดลง โดยบางห้างลดลงมากถึง 20-30% โดยไม่รู้สาเหตุ และจากการสำรวจตัวเลขการจัดสรรน้ำตาลทรายบรรจุถุงส่งมายังห้าง เทียบกับปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายบรรจุถุงจากโรงงานพบว่าแตกต่างกันมากถึง 50%
ทั้งนี้ สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) แจ้งว่าปีนี้สามารถผลิตได้เต็มกำลัง 266 ล้านกิโลกรัม หรือ 266 ล้านถุง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 150% แต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่แจ้งว่าปีนี้ได้รับจัดสรร 150 ล้านถุง ซึ่งไม่ทราบว่าน้ำตาลทรายที่เหลือประมาณ 116 ล้านกก. หายไปไหน
"จะหารือเร่งด่วนกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ (รมว.อุตสาหกรรม) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตของโรงงาน และการใช้น้ำตาลทรายในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน หากพบว่ามีการนำน้ำตาลทรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด" นางพรทิวากล่าว ส่วนที่อ้างว่าห้างค้าปลีกจัดเก็บค่าธรรมเนียมสูงจนสร้างภาระในการบรรจุถุงนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะทุกห้างยืนยันว่าไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ
ขณะที่นายณัฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและบริหารอุตสาหกรรม บริษัทไทยชูการ์มิลเลอร์ กล่าวว่า โรงงานน้ำตาลทุกโรงดำเนินการตามสัญญาที่ทำกับโมเดิร์นเทรด ซึ่งไม่มีโรงงานน้ำตาลกลุ่มใดที่ไม่ส่งน้ำตาลให้แก่โมเดิร์นเทรด เพราะการผิดสัญญาจะต้องเสียค่าปรับ โดยโรงงานน้ำตาลจะตกลงว่าแต่ละสัปดาห์จะส่งน้ำตาลให้โมเดิร์นเทรดเท่าใด และปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้อยู่ที่โมเดิร์นเทรดขอให้โรงงานน้ำตาลผลิตน้ำตาลถุง 1 กก.เพิ่ม แต่โรงงานน้ำตาลไม่ยอมผลิตเพิ่มให้ เพราะยิ่งผลิตยิ่งส่งผลให้ขาดทุนมากขึ้น ซึ่งในปีนี้โรงงานน้ำตาลก็ยอมผลิตน้ำตาลถุงมากกว่าปีที่แล้ว
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้สถานการณ์น้ำตาลในโมเดิร์นเทรดเป็นตัวชี้วัดของน้ำตาลทั้งตลาดไม่ได้ เพราะน้ำตาลในร้านขายปลีกทั่วไปยังมีจำหน่าย ซึ่งน้ำตาลในโมเดิร์นเทรดที่ขาดแคลนเกิดจากระบบการดูแลของรัฐเอง และกระทรวงพาณิชย์ควรจัดการให้ตรงจุด



