ข่าว

"มาร์ค"ยันบันทึกเจบีซีไม่เอื้อเขมร

"มาร์ค"ยันบันทึกเจบีซีไม่เอื้อเขมร

25 มี.ค. 2554

“สมเกียรติ” เปิดเอกสาร รบ.ยอมรับแผนที่ 1:2 แสน ทำไทยเสียดินแดนแน่ “อภิสิทธิ์” ยันประชุมรัฐสภาพิจารณาบันทึกเจบีซีไม่เอื้อประโยชน์ให้เขมร เล็งหารือ กมธ.เจบีซี ก่อนสรุปมติส่ง "ชัย" หลังพิจารณานาน 6 ชั่วโมง ประธานสั่งเลื่อนพิจารณาไปเป็น 29 มี.ค.

 (25 มี.ค.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมรัฐสภาพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) รวม 3 ฉบับ ซึ่งกมธ.เจบีซีพิจารณาแล้วเสร็จว่า สำหรับข้อสังเกตของกมธ.เจบีซีทีระบุว่าในเอ็มโอยู 43 ไม่มีถ้อยคำใดที่ยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนร ะวางดงรัก แต่แท้จริงแล้วมีเอกสารที่ระบุถึงว่าที่ผ่านมาการทำสนธิใดมีการใช้แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนระวางดงรักเป็นองค์ประกอบมาโดยตลอด เช่น ความเห็นของ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ที่ให้ต่อการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานซึ่งถามถึงประเด็นใช้แผนที่มีมติครม. ในพ.ศ.2502 และ พ.ศ.2520 ห้ามมิให้ใช้แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และ สนธิสัญญา 1907 เนื่องจากเป็นแผนที่ที่ประเทศฝรั่งเศสจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งมติ ครม. ได้ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ว่า ต้องนำแผนที่ระวางดงรักมากำหนดในสนธิสัญญา ประกอบกับคำพิพากษาของศาลระหว่างประเทศ ที่พิพากษาว่าแผนที่ที่มีผลผูกพันกับประเทศไทย ตามหลักกฎหมายปิดปาก โดยทูตชี้แจงว่าถือว่าเป็นการขัดข้อ 11 ของกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ว่าจะมีการทำเอ็มโอยู 43 แต่ไม่สามารถทำได้เพราะต้องใช้คู่กับเอกสารอื่น

 “นอกจากนั้นมีเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องผลการประชุมกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ในภาคผนวก 6 โดยสรุปว่าพื้นฐานตามกฎหมายการสำรวจและหลักเขตแดนทางบกต้องใช้หลักฐานที่ผูกพันไทย-กัมพูชา ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ และเอกสารแนบท้าย อ้างอิงถึงแผนที่สัดส่วน 1 ต่อ 2 แสน” นายสมเกียรติ กล่าว

 นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ทางสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงชื่อเพื่อเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่าข้อตกลงชั่วคราวนั้น ถือเป็นสัญญาตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 53 ซึ่งคนที่ร่วมลงชื่อนั้นมีนายศิริโชค โสภา กมธ.ร่วมอยู่ด้วย จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่พิจารณา แต่กรณีที่นำบันทึกเจบีซีเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภานั้นถูกต้องหรือไม่ นอกจากนั้นนายเทพมนตรี ลิมปพยอม ที่ปรึกษาได้ระบุในหนังสืออ้างการประชุมกมธ.เจบีซีด้วยว่า ข้อศึกษาของกมธ.เจบีซี ไม่สามารถหรือสรุปลงมติใดๆ ได้ เพราะเอกสารประกอบที่ให้ศึกษาไม่เพียงพอ หากนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาเท่ากับเป็นการบังคับให้รับ โดยไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน

 จากนั้น นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน อภิปรายว่าเอ็มโอยู 43 ที่ทำขึ้นในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ถือว่าเป็นเอ็มโอยูที่เป็นใบเบิกทางให้ประเทศกัมพูชารุกรานประเทศไทย เพราะเห็นได้ว่าก่อนปี 2543 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากลงนามเอ็มโอยู พบว่ารัฐบาลกัมพูชาได้สร้างอาคารของรัฐบาลท้องถิ่น สร้างตลาด สร้างวัดและถนน พร้อมกับตั้งชุมชนพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร หรือในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร หากยึดแผนที่ดังกล่าวเท่ากับว่าประเทศไทยต้องเสียดินแดนจำนว 1.8 ล้านไร่ หรือเท่ากับจังหวัดปัตตานี

 ทำให้น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ฐานะกมธ. ชี้แจงว่าหลังจากการลงนามเอ็มโอยู 43 แล้วรัฐบาลนายชวน ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่รัฐบาลชุดต่อๆ มาโดยเฉพาะรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก นำเอ็นโอยู 43 กำหนดเป็นแผนแม่บทในการทำงานปฏิบัติ รวมไปถึงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ก็ได้นำเรื่องเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อทำกรอบการจัดทำหลักเขตแดน โดยรัฐสภาสมัยนั้นเห็นชอบ 406 และไม่เห็นด้วย 8 เสียง โดยกรอบการทำเขตแดนนั้นมีเนื้อหาเหมือนกับเอ็มโอยู 43

 จากนั้นนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นำชาร์จมาประกอบคำชี้แจงว่าแผนที่ 1 ต่อ 2แสน ไม่ได้ทำ ให้ประเทศไทยเสียดินแดนเท่ากับจังหวัดปัตตานี แต่กรณีที่นพ.แวมาฮาดี ระบุนั้นเป็นการเทียบเคียงสัดส่วนคนละแบบ โดยนำแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนไปเทียบกับแผนที่ 1 ต่อ 5 หมื่น

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงก่อนปิดการพิจารณาว่าสิ่งที่ยืนยันว่าเอ็มโอยู 43 ไม่ได้เป็นการยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนคือ แผนจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ของประเทศกัมพูชา ที่เสนอต่อกรรมการมรดกโลก ที่คณะกรรมการมรดกโลกไม่ยอมรับ เนื่องจากการจัดทำหลักเขตแดนไม่แล้วเสร็จ หากวันนี้เรียกร้องให้โยนเอ็มโอยู หรือบันทึกการประชุมเจบีซีทิ้ง เท่ากับยอมรับให้ประเทศกัมพูชาใช้แผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ระวางดงรัก อย่างไรก็ตามกระบวนการที่รัฐสภาทำไม่มีตรงไหนที่จะเอื้อประโยชย์ให้กัมพูชา ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 25-29 มี.ค. รัฐบาลจะหารือเป็นการภายในกับกมธ.เจบีซี จากนั้นจะนำรายงานมาให้กับประธานรัฐสภา เพื่อประกอบการตัดสินใจ

 จากนั้น นายชัยได้สั่งปิดการพิจารณาในเวลา 19.00 น. รวมเวลาการพิจารณาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง และสั่งเลื่อนการพิจารณาไปในวันที่ 29 มี.ค. ในเวลา 09.30 น.

 ภายหลังการประชุม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ผู้อภิปรายได้อ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยาวนาน แต่กลับลืมไปว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาได้ยกมือสนับสนุนกรอบการเจรจาด้านการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งการอภิปรายเพื่อโต้แย้งวันนี้ ไม่ทราบว่ามีเจตนาทำลายรัฐบาลหรือไม่