ข่าว

"กัดไม่ปล่อย"

"กัดไม่ปล่อย"

26 มี.ค. 2554

หากมีการจัดอันดับนักสืบสวนฝีมือดีแห่งนครบาล ต้องมีปรากฏชื่อ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. อยู่ในแถวหน้าของนักสืบแห่งยุค!!

ตลอดชีวิตรับราชการตำรวจ เคยมีส่วนร่วมในการพิชิตคดีดังๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อาทิ คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, คดีฆ่าเจ้าลาว ที่ จ.หนองคาย, คดีชันสูตรนายสงัด หรือเปี๊ยก  พุ่มเพ็ง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีฆ่าส.ส.กอบกุล นพอมรบดี และคดีรถระเบิด มีเป้าหมายสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

 นักสืบสวนอนาคตไกลคนนี้ เป็นเด็กหนุ่มบ้านเดียวกันกับ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เรียนหนังสือจบชั้น ม.5 ร.ร.มหาวชิราวุธ จ.สงขลา รุ่น 91 สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 30 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46 แถมยังจบปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 แถมยังใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมเสริมเขี้ยวเล็บอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญาขั้นพิเศษ บช.น., หลักสูตรการรอดพ้นภยันตรายของเจ้าหน้าที่ โครงการช่วยเหลือด้านต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา, หลักสูตรอารักขาบุคคลสำคัญ โครงการช่วยเหลือด้านต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา, หลักสูตรการวิเคราะห์ข่าวและการพัฒนาข้อมูลด้านการสืบสวน โครงการช่วยเหลือด้านต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

 ความรู้เป็นกระบุงโกยของ พ.ต.อ.นพศิลป์ ไม่ได้อมภูมิเก็บไว้คนเดียว ยังมีการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ต่างๆ แก่บรรดานักสืบรุ่นน้อง สอนให้เก่งกาจทัดเทียมกัน ทำให้นักสืบสวนรุ่นน้องๆ มักเรียกกันติดปากว่า "ครูนพ"

 ไม่เพียงแต่มีทักษะและความรู้ในวิชาชีพมากมาย พ.ต.อ.นพศิลป์ ยังได้รับรางวัลแห่งความดีงามท่วมท้น อาทิ รางวัลข้าราชการตำรวจดีเด่นจากสโมสรโรตารีดุสิต, รางวัลตำรวจมีผลงานป้องกันปราบปรามดีเด่น อันดับ 1 จากสมาคมตำรวจ, รางวัลประกาศเกียรติคุณ ในโครงการตำรวจยอด พลเมืองเยี่ยม จาก ผบช.น., รางวัลข้าราชการตำรวจดีเด่นต้นแบบ ประจำปี 2553 ด้านสืบสวนดีเด่น จากมูลนิธิบุณยะจินดา

 เมื่อกระจอกข่าวอ้อนแอ้นมีโอกาสพบตัวจริงเสียงจริงของ พ.ต.อ.นพศิลป์ ขณะกำลังสอบสวนผู้ถูกกล่าหาในคดีฆาตกรรมเสี่ยเจ้าของธุรกิจกาแฟขายปลีก ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จึงเอ่ยปากแซวตามประสาคนคุ้นเคย

  "ฝีมือดีจริงๆ ไม่ธรรมดา"

 พ.ต.อ.นพศิลป์ เพียงแต่ส่งยิ้มเห็นฟันสีขาวตัดกับสีผิว(ฮา) พร้อมกับพูดขึ้นว่า "เหนื่อยมากเลยครับ ตามเกาะติดอยู่หลายวัน ไปล่าตัวถึงภาคอีสาน กว่าจะได้ตัวนั่งรถหลังขดหลังแข็งเมื่อยไปหมด" ก่อนหันไปสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาต่อ

 กระจอกข่าวอดทนเฝ้ารออยู่หลายชั่วโมง...กว่าจะมีโอกาสสอบสวน(ฮา) พ.ต.อ.นพศิลป์ จนรู้ว่ากว่าจะเป็นนักสืบสวนฝีมือดีต้องผ่านการสะสมประสบการณ์ด้านการสืบสวนสอบสวน ทั้งเป็นผู้ปฏิบัติและอาจารย์สอนมากว่า 15 ปี

 แต่กว่าจะมาเป็นนักสืบสวนขั้นเทพ พ.ต.อ.นพศิลป์ บอกหลักการทำงานว่า ทุกคดีที่รับผิดชอบต้องกัดไม่ปล่อย เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราหยุดไล่ล่าก็เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่า อาจกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก