
มาร์ครับลูก ปรับอัดฉีด กีฬาคนพิการ
นักกีฬาพิการเตรียมเฮ "นายกฯ มาร์ค" รับลูก แก้กฎปรับเงินอัดฉีดใหม่ ที่มีแข่งแค่ 3 ชาติก็มีสิทธิ์ได้เงินรางวัล ชี้เหตุรายละเอียดของการแข่งไม่เหมือนกัน เตรียมนำเรื่องหารือ รมต.ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกประเทศไทย นำคณะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย โดยยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการช่วยเหลือเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ทั้งนี้ นายจุตินันท์กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะนักกีฬาคนพิการได้เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาทั้งระดับสากล และระดับนานาชาติ รวมถึงการแข่งขันเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน จนประสบผลสำเร็จได้รับเหรียญรางวัล สร้างผลงานเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับถึงประเทศไทยและได้มีการติดต่อขอรับการสนับสนุนเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ กลับมีนักกีฬาไทยที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน แต่ไม่ได้รับเงินรางวัลจากกองทุน โดยกองทุนแจ้งว่าไม่ผ่านหลักเกณฑ์ตามประกาศของกองทุน ทางคณะกรรมการพาราลิมปิกประเทศไทยจึงขอความเห็นใจจากนายกรัฐมนตรีช่วยผลักดันให้มีการแก้ไขประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เพื่อให้นักกีฬาคนพิการมีขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป และเพื่อพัฒนาวงการกีฬาคนพิการของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล
“การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเจตนาเพื่อขอความช่วยเหลือ อยากให้นายกฯ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นใจนักกีฬาคนพิการซึ่งทุกคนเสียสละ ทุ่มเททั้งกายและใจ อดทนในการฝึกซ้อม บางคนยอมแม้เสียรายได้ของครอบครัว ที่ผ่านมานักกีฬาทำผลงานได้ดีเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ แต่เมื่อกลับมากลับไม่ได้รับเงินรางวัลด้วยเหตุผลที่ว่าขัดกับประกาศจากกองทุน ที่กำหนดว่าการแข่งขันชนิดนั้นๆ ต้องมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 3 ประเทศขึ้นไป ผู้ได้รับเหรียญเงินหรือเหรียญทองแดง ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัล จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังให้นักกีฬาด้วย” นายจุตินันท์ กล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ดูระเบียบของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และตัวเลขจากตารางการแข่งขันกีฬาแล้วเห็นว่า การมอบรางวัลให้นักกีฬาควรจะต้องยึดจำนวนนักกีฬามากกว่าจำนวนประเทศ จึงน่าจะต้องปรับแนวคิดถึงเกณฑ์การมอบรางวัลที่พิจารณาจากจำนวนประเทศอย่างเดียว โดยเฉพาะถ้าเป็นการแข่งขันกีฬาในรายการใหญ่ๆ ก็น่าจะเป็นที่ยอมรับกันได้
ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬาของนักกีฬาคนพิการ ไม่เหมือนกับกีฬาอาชีพปกติ การที่นักกีฬาคนพิการจะได้ไปแข่งขันต้องมีขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ มากมาย รวมทั้งจะต้องมีคนดูแลนักกีฬาด้วย อย่างไรก็ดี คิดว่าการปรับเกณฑ์การมอบรางวัลดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งจะได้นำเรื่องไปหารือกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอีกครั้ง



