
กรมธรณีรับพม่าดินไหวแรงสุด1000ปี
กรมทรัพยาธรณียอมรับแผ่นดินไหวใหญ่ในพม่ากระทบไทยรุนแรงที่สุดในชั่วชีวิตคน หลังเคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 1000 ปีที่ทำให้เชียงแสนล่ม ชี้ความรุนแรงเท่ากับระเบิดปรมาณู 5 ลูกขณะที่ผู้เชี่ยวชาญธรณีเผยไทยเคยเป็นศูนย์กลางแผ่นดินแล้ว303 ครั้ง
(25มี.ค.) นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายอดิชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี และนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัยร่วมแถลงถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 6.7 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ละติจูด 20.87 องศาเหนือ ลองติจูด 99.91 องศาตะวันออก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองเกงตุงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของรัฐฉาน สหภาพพม่า และเกิดแผ่นดินไหว ( After Shock ) ขนาด 5.0 ริกเตอร์ตามมา จำนวน 6 ครั้ง
นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่าเป็นผลมาจากการเลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อนน้ำมา วางตัวในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ระนาบเหลื่อมซ้าย มีความยาว 150 กิโลเมตร อยู่ในสหภาพพม่ายาวต่อเนื่องเข้าไปในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดย วางตัวขนานกับกลุ่มรอยเลื่อนแม่จันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายของประเทศไทย
การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนน้ำมา ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนอีกแนวหนึ่งของกลุ่มรอยเลื่อนน้ำมาที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2550 และสร้างความเสียหายแก่พระธาตุจอมกิตติ โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เกิดรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก
ด้านนายอดิชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงผลกระทบและความเสียหายว่า แผ่น ดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ที่รอยเลื่อนน้ำมา ครั้งนี้ นับว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง ซึ่งในพื้นที่นี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยรอยเลื่อนน้ำมา เป็นรอยเลื่อนที่พาดผ่านทั้งพม่า และลาว และขนานกับรอยเลื่อนแม่จัน ในประเทศไทยที่มีระยะห่างราว 70 กม. ดังนั้นจึงจะไม่ส่งผลกระทบกับรอยเลื่อนในไทย เพราะเป็นรอยเลื่อนที่ขนานกัน ไม่สามารถวิ่งมาปะทะกันได้ ส่วนที่เป็นห่วงว่ารอยเลื่อนสะกาย ของพม่าที่วิ่งจากทางเหนือ และมาทางด้านตะวันตกคือรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และลงทะเลอันดามันจะเกิดการสั่นไหวตามมาหรือไม่นั้น เนื่องจากรอยเลื่อนสะกาย เป็นรอยเลื่อนที่อยู่บนรอยต่อของเปลือกโลก นอกจากนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงกับการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นขนาด 9 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเป็นคนละกลุ่ม ซึ่งที่ญี่ปุ่นมาจากแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิก ยูเรเชีย
เตือนประชาชนไม่ต้องตะหนก
นายอดิชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ประชาชนสามารถรับรู้ได้ทั่วทั้งภาคเหนือของประเทศไทย ภาคตะวันออก เฉียงเหนือบางส่วน เช่น จ.เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น และประชาชนที่อาศัยอยู่บนอาคารสูงของกรุงเทพฯ รู้สึกได้ถึงการสั่นไหวในครั้งนี้ ส่วนพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะที่ อ.เชียงแสน และอ.แม่สาย จ.เชียงราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยผนังบ้านล้มทับ นอกจากนั้นยังพบอาคารบ้านเรือน มีรอยร้าวเกิดขึ้น โบราณสถาน ที่มีการก่อสร้างมานานแล้ว จำนวน 5แห่ง เกิดการหักของยอดเจดีย์บ้าง สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่สามารถรู้สึกถึงการสั่นไหวในครั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ทำให้คลื่นแผ่นดินไหว มีการขยายสัญญาณคลื่น ประมาณ 3-4 เท่า ส่งผลให้อาคารสูงเกิดการสั่นไหว
“ สำหรับวิธีการปฏิบัติตนของประชาชน ในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกได้ถึงการสั่นไหว ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจรีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน หลีกเลี่ยงสิ่งของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูงวิ่งสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน ติดตามข่าวสาร ความคืบหน้าของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ”
ตรวจสอบรอยเลื่อนแม่จันทร์
ส่วนนายเลิศสิน กล่าวว่า จากการสำรวจรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย พบมีทั้งหมด 13 รอยเลื่อน โดยรอยเลื่อนทางภาคเหนือ ที่สำคัญๆประกอบด้วยรอยเลื่อนแม่จัน และกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา ในเขตจ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำปาง โดยเฉพาะการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน อย่างรายละเอียด พบว่ากลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน มีความยาว 150 กิโลเมตร แบ่งได้ 18 รอยเลื่อนย่อย สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว ในอดีตขนาด ตั้งแต่ 5.8-6.8 ริกเตอร์ จากการขุดร่องสำรวจพบว่า ในพื้นที่จ.เชียงราย เคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วในอดีต จำนวน 5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 1,500 ปีที่ผ่านมา รอบของการเกิดประมาณ 1,000 ปี โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่าเวียงหนองหล่ม ในอ.เชียงแสน จ.เชียงราย
“ ถึงแม้จะประเมินว่าคาบการเกิดไหวระดับนี้จะมีโอกาสเกิด 1 ครั้งในรอบ 1,000 ปีจากตะกอนที่ขุดพบ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสก่อนคาบ ซึ่งกรมทรัพยากรธรณี ได้ติดตั้งเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็ก เพื่อดูว่าจะมีการเคลื่อนตัวแบบเป็นระบบหรือไม่ เพราะถ้าเคลื่อนแบบเป็นระบบจะมีโอกาสไหวขนาดกลาง 5 ริกเตอร์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เป็นระบบ ” นายเลิศสิน กล่าว
ไทยเคยเกิดแผ่นดินไหว303ครั้ง
นายเลิศสิน กล่าวอีกว่า การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยมี 3 ลักษณะ คือ แผ่นดินแบบมุดเข้าหากัน แยกจากกัน ละ ขนานกัน ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ประเทศพม่าและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย คือแผ่นดินไหวที่เกิดแบบขนานกัน และถือว่าเป็นการเกิดแผ่นดินที่รุนแรงที่สุดที่รับรู้ได้ในช่วงชีวิตของเรา ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหว 303 ครั้ง ใน 303 ครั้งมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศไทย 117 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง ที่อ. พาน จ . เชียงราย ซึ่งไม่ได้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวโดยตรง แต่เกิดจากความตกใจและวิ่งหกล้มจนหัวฟาดพื้น แต่ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากแผ่นดินไหวที่ทำให้กำแพงบ้านล้มทับที่จ . เชียงราย 1 ราย อย่างไรก็ตามแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถเทียบกับการระเบิดของระเบิดปรมาณู 6 ลูก ทั้งนี้หากเกิดแผ่นไหวถึง 7.5 ริกเตอร์ จะสามารถเทียบได้กับระเบิดปรมาณู 30 ลูก
ถนนแม่สาย-เชียงแสนเสียหายหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าจากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าเป็นผลทำให้ ถนนสายแม่สาย-เชียงแสน ทางไปหมู่บ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย เกิดรอยร้าว และได้รับความเสียหายเป็นทางยาวร่วม 1.5 กิโลเมตร ล่าสุดนายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รมว.กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายแล้ว โดยคณะได้เดินทางยังวัดพระธาตุเจดีย์หลวงในเขตเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน อ.เชียงแสน ก่อนจากนั้นไปสำรวจความเสียหายของถนนสายดังกล่าว ซึ่งพบว่ารอยแยกของดินมีความลึกและกว้างมากโดยกว้างตั้งแต่ 10-30 ซ.ม.รวมทั้งผิวยางมะตอยของถนนแตกออกจากกันเป็นทางยาวอย่างชัดเจน รถที่สัญจรผ่านไปมาต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ตกหลุม จากนั้นคณะเดินทางไปรับฟังบรรยายสรุป ณ ที่ว่าการ อ.แม่สาย ซึ่งนายชวรัตน์ระบุว่าขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดเพื่อจะได้ช่วยเหลือเป็นกรณีๆ ไป โดยในส่วนของโบราณสถานและถนนที่เสียหายก็จะได้ประสานไปยังกรมที่ดูแลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วต่อไป
ด้านนายทองสุข ใจภิภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะช้าง กล่าวว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้น่ากลัวมากเพราะไม่เคยเกิดรุนแรงเช่นนี้มาก่อน โดยมีผลทำให้แผ่นดินแตกแยกหลายส่วนโดยบนถนนสายดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับพื้นที่ที่เสียหายประกอบไปด้วยถนนเลียบลำน้ำสายซึ่งเป็นชายแดนไทย-พม่า มีการแตกแยกที่มากกว่าบนถนนสายหมู่บ้านป่าซางนี้เสียอีก แต่เป็นดินและอยู่เลียบชายแดนจึงไม่มีผู้พบเห็นได้โดยสะดวก
"นอกจากนี้มีคลองชลประทานทรุดตัวลงบางส่วน และกลางทุ่งนามีการแตกซึ่งชาวบ้านระบุว่าช่วงที่มีแผ่นดินไหวมีน้ำกระฉอกออกจากกลางทุ่งนาด้วย หลังจากนั้นก็มีทรายพูลออกมาตามรอยแยกกลางทุ่งนาเป็นทางยาวเช่นกัน แม้แต่อาคารของสำนักงาน อบต.เกาะช้าง ก็มีหลังคาได้รับความเสียหายแต่สามารถซ่อมแซมเองได้ ส่วนถนนและคลองชลประทานได้ประสานไปยังกรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่และกรมชลประทานให้ได้รับทราบแล้ว" นายทองสุข กล่าว



