ข่าว

จับนศ.อาแบคริเป็นโจรชิงทอง2บาท

จับนศ.อาแบคริเป็นโจรชิงทอง2บาท

25 มี.ค. 2554

นักศึกษาปี3 อาแบค ริเป็นโจรนำทอง 2 สลึงมาเปลี่ยนเป็น 2 บาท ร้านทองย่านดินแดง ฉวยจังหวะคนขายเผลอฉกทอง 2 บาทวิ่งหนี พลเมืองดีช่วยจับไว้ได้ สารภาพต้องการหาเงินไปหมั้นผู้ช่วยพยาบาลแฟนสาว ยอมรับเคยชิงทองร้านเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่งหาเงินใช้หนี้พนันบอล

(25มี.ค.) ที่สน.ดินแดง เวลา 09.00 น. ขณะที่ด.ต.บุญทัน หาศร และ ด.ต.คิดดี สมบูรณ์ ผบ.หมู่จราจร.สน.ดินแดง ปฏิบัติหน้าที่อยู่แยกดินแดง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีคนร้ายเข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านทองชัยสวัสดิ์ แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายยี่หมิง หลิว อายุ 47 ปี เจ้าของร้านทองดังกล่าวและประชาชนช่วยกันจับตัวคนร้ายไว้ได้ ทราบชื่อ นายชัยณรงค์ มัตทุรี หรือก้อง อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปทำการสอบสวนที่โรงพัก

 จากการสอบสวนนายชัยณรงค์ รับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านดังกล่าวมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ฟีโน่ สีชมพูคาดดำ หมายเลขทะเบียน ฬคน 945 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะ ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และสามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นก็นำทองไปขายได้เงินมาจำนวน 19,000 บาท ก่อนจะนำเงินทั้งหมดไปใช้หนี้พนันบอล และคืนเพื่อนที่ตนเคยยืมเงินมาใช้จ่าย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต้องกลับมาก่อเหตุซ้ำเป็นเพราะตนจะต้องหาทองจำนวน 4 บาท ไปหมั้นแฟนสาวซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ในวันที่ 27 มีนาคม ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตนมีทองอยู่แล้ว 3 บาท ยังขาดอีก 1 บาท จึงตัดสินใจก่อเหตุที่ร้านเดิม

 นายชัยณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุในครั้งแรกตนไม่ได้พรางตัว โดยเดินเข้าไปปกติและทำทีเป็นขอซื้อทอง เมื่อเจ้าของร้านเผลอตนก็รีบหยิบทองและวิ่งออกจากร้านขับรถจยย.หลบหนีไป โดยที่ไม่คิดว่าจะมีใครจำหน้าได้ กระทั่งวันนี้ตนได้ทำทีเข้ามาขอดูทองหนัก 2 บาท โดยนำสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง ซึ่งเป็นของแฟนมาให้เจ้าของร้านดู พร้อมกับบอกว่าจะขอเปลี่ยนเป็น 2 บาท แต่ยังไม่ทันที่จะหยิบทองวิ่งออกจากร้านก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้เสียก่อน ส่วนที่กลับไปก่อเหตุร้านเดิมเพราะตนไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้วางแผนมาก่อน ซึ่งไม่คิดว่าจะถูกจับได้ และที่ตนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองแฟนก็ไม่เคยรู้มาก่อน ถ้ารู้ตนก็คงจะไม่มีโอกาสได้หมั้นและแต่งงาน เพราะแม่ของแฟนทำงานเป็นอบต.อยู่ที่จ.สุพรรณบุรี

 ต่อมานายยี่หมิง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทองได้เดินทางมาที่สน.ดินแดง เพื่อชี้ตัวผู้ต้องหาและดูของกลาง โดยนายยี่หมิง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเปิดร้านขายทองตามปกติ ซึ่งทางร้านของตนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายประจำอยู่ในร้านด้วย แต่ขณะเกิดเหตุตำรวจได้ออกไปทำธุระด้านนอก กระทั่งผู้ต้องหาเข้ามาทำทีขอเปลี่ยนทอง ระหว่างนั้นตนจำใบหน้าของคนร้ายได้คับคล้ายคับคลาว่าเคยก่อเหตุครั้งที่แล้ว แต่ตนไม่แน่ใจ จึงพยายามถือสร้อยทองเอาไว้ในมือ ไม่ยอมปล่อยให้ผู้ต้องหาหยิบไปดู แต่ผู้ต้องหาก็ออกอุบายทำทียื่นโทรศัพท์มือถือให้โดยบอกว่าเพื่อนที่ให้มาซื้อทองต้องการจะคุยด้วย ตนเห็นว่าผู้ต้องหามีท่าทีพิรุธและพยายามจะชิงเอาทองไป จึงล็อคคอเอาไว้ พร้อมกับตะโกนให้คนช่วย ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถหลบหนีไปได้

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง และแจ้งข้อหาพยายามวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป