
แผ่นดินไหวอีก4.9ยอดพระธาตุเจดีย์หัก
เกิดแผ่นดินไหวอีกรอบ 4.9 ริคเตอร์ ขณะที่ท่าอากาศกาศยานแม่ฟ้าหลวง ระบุ ตัวอาคารเสียหายเล็กน้อย ด้านนายกทต.เวียงเชียงแสนกันพื้นที่บริเวณพระธาตุเจดีย์หลวงรอกรมศิลปากรเข้ามาบูรณะหลังทรุดตัว ส่วนสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ระบุ อาฟเตอร์ช็อคตลอดคืนเกือบ 60 ครั้ง
(25มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวโดยมีศูนย์กลางอยู่ในเขตประเทศพม่าห่างจากชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย ไปทางทิศเหนือประมาณ 56 กิโลเมตร ความแรงตามมาตราวัดริคเตอร์ 6.7 ริคเตอร์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายที่ อ.แม่สาย และอาคารหลายได้รับความเสียหายหลายแห่งนั้น ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ยังมีแผ่นไหวตามมาหรืออาร์ฟเตอร์ช็อคเวลาประมาณ 07.22 น.วัดความแรงได้ 4.9 ริคเตอร์ หลังจากคืนที่ผ่านมาได้เกิดอาร์ฟเตอร์ช็อคหลายครั้ง และมีความแรงใกล้เคียงกับครั้งแรก 2 ครั้งคือ 5.3 ริคเตอร์และ 4.9 ริคเตอร์ รวมทั้งมีระรอกเล็กๆ ตามมาอีกหลายครั้ง
นายยุทธนา จิตต์อบอารี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ของสนามบินพบว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะตัวอาคารเล็กน้อยเท่านั้น ในส่วนของรันเวย์ ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังสนามบินเชียงราย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของความไม่ปลอดภัย เพราะตลอดทั้งวันจะมีการเฝ้าตรวจสอบทั่วทุกพื้นที่อย่างละเอียด
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับความเสียหายในพื้นที่พบว่าที่เขตเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน ที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวงตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน อ.เชียงแสน พบว่าส่วนปลายของยอดเจดีย์ตั้งแต่ระวังคว่ำด้านบนสุดได้หักโค่นลงมาและกระทบกับเจดีย์เล็ก ที่ตั้งอยู่ใกล้ฐานของพระธาตุเจดีย์หลวงซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก จนทำได้แตกหักทั้งยอดเจดีย์และพระธาตุองค์เล็ก ขณะที่ตรงส่วนยอดที่เหลือของพระธาตุเจดีย์หลวงได้บิดงอไปทางทิศตะวันตก รวมทั้งมีร่องรอยแตกร้าวหลายแห่งโดยเฉพาะทางข้างทิศตะวันออกมีการพังทลายของอิฐและคอนกรีตฉาบด้านนอกเป็นโพลงขนาดใหญ่
ร.ต.ต.สุดใจ เชื้อเจ็ดตน อายุ 70 ปี ผู้เฒ่าผู้แก่ของเมืองเชียงแสน กล่าวว่าตรงส่วนที่หักลงมาเรียกว่า "ลูกหมาก" หรือ "บัวหมาก" ซึ่งเป็นส่วนที่ตั้งอยู่เหนือฐานระฆังคว่ำไปจนถึงส่วนยอดสุดซึ่งเรียกว่า "ยอดปลี" โดยกรณีของยอดปลีนั้นไม่มีฉัตรเหมือนวัดพระธาตุจอมกิตติได้ตกลงมาพร้อมลูกหมากจนแตกละเอียดหมดแล้ว ส่วนตัวลูกหมากปกติจะมี 9 ข้อแต่ละข้อห่างกัน 2-3 ศอกพบว่าได้หักโค่นลงมา 6 ข้อครึ่ง จึงเหลือที่ค้างอยู่ตรงฐานระฆังคว่ำประมาณ 2 ข้อครึ่งและยังมีลักษณะเอียงตั้งแต่ฐานระฆังขึ้นไปอีกด้วย ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเกิดจากแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดแรงเหวี่ยง 2 ครั้งติดต่อกัน โดยยอดเจดีย์ได้เหวี่ยงไปทางทิศตะวันออกและกลับมาทางทิศตะวันตกทำให้เกิดรอยแตกจนหักโค่นดังกล่าว
ด้านนายพลภพ มานะมนตรีกุล นายกเทศมนตรี ต.เวียงเชียงแสน กล่าวว่า ความยาวของยอดพระธาตุเจดีย์หลวงที่หักโค่นลงมามีความยาวประมาณ 7 เมตร ซึ่งได้กันพื้นที่เอาไว้เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้าไปบูรณะซ่อมแซมต่อไป ทั้งนี้สิ่งที่น่าเสียใจคือนอกจากยอดเจดีย์จะหักโค่นลงมาแล้วยังไปตกกระทบกับเจดีย์เล็กที่อยู่ใต้ลงมาทำให้เสียหายเพิ่มเติมอีกด้วย
สำหรับพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นโบราณสถานที่เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่มีความขนาดใหญ่มากที่สุดในเชียงแสน โดยความสูง 88 เมตรและฐานกว้าง 24 เมตร โดยมีอายุเก่าแก่ประมาณ 667 ปีสร้างโดยพระเจ้าแสนภูซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาเมื่อปี พ.ศ.1887
รายงานข่าวแจ้งต่อว่าภายหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่สำนักงานศิลปากรภาค 8 ร่วมกับทางวัดพระธาตุเจดีย์หลวงได้กันพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้ เพื่อจะได้เข้าไปบูรณะซ่อมแซมต่อไป ทั้งนี้ทางกรมศิลปากรเคยบูรณะโบราณสถานในเขต อ.เชียงแสน อย่างหนักเมื่อหลายปีก่อนจึงทำให้ความเสียหายน้อยลงอย่างไรก็ตามเนื่องจากครั้งนี้แผ่นดินไหวมีความรุนแรงเกินคาดทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว โดยในส่วนของยอดพระธาตุเจดีย์หลวงที่ตกลงมายังพบแท่งเหล็กที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำไปบูรณะเพื่อให้ความคงทนอยู่ด้วย
สำหรับความเสียหายจุดอื่นๆ พบว่าที่ส่วนยอดฉัตรของพระธาตุจอมกิตติซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นโลหะฉัตรหลายชั้นได้งอเอียงไปทางทิศตะวันตกอย่างเห็นได้ชัดแต่ยังไม่หักโค่นลงมา เหมือนเหตุการณ์เมื่อเดือน พ.ค.2550 ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะเดียวกันจนหักโค่นลงมา ส่วนที่หอระฆังวัดดอยเวา อ.แม่สาย พบมีการแตกร้าว เช่นเดียวกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตรงอาคารสมเด็จย่าและอาคารเฉลิมพระเกียรติซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอาคารสำหรับเด็กทารก ได้มีการแตกร้าวหลายแห่งจนต้องอพยพผู้ป่วยลงไปนอนด้านล่าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาลบางหน่วยก็จัดทำสำนักงานชั่วคราวนอกอาคารด้วย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ฝ่ายปกครองและทหารจากค่ายเม็งรายมหาราช ออกไปดูแลตามท้องที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานและประชาชน เนื่องจากมีอาคารของสำนักงานส่วนราชการและบ้านเรือนประชาชนหลายแห่งเกิดแตกร้าวหลายแห่ง แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเสียหายทั้งหลัง
ส่วนที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ญาติได้ตั้งศพนางหงส์ คำปิง อายุ 55 ปี เพื่อบำเพ็ญกุศลทางศานาที่บ้านผู้ตาย โดยนางหงส์เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวคืนที่ผ่านมาเพราะฝาคอนกรีตของบ้านล้มทับขณะนอนอยู่ในบ้าน ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือในฐานะผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว
"พระเจ้าตนหลวง"อายุกว่า500ปีแขนขวาแตกร้าว
พระสุนทรกิตติคุณ รองเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่าเจ้าตนหลวง(องค์หลวง) พระคู่บ้านคู่เมืองล้านนา อายุกว่า 500 ปี ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวิหารหลวง พบรอยแตกร้าวที่บริเวณแขนด้านขวาขององค์พระที่วางทอดยางบนหน้าตัก โดยบริเวณแตกร้าวอยู่กึ่งกลางข้อศอก กับข้อมือ โดยมีรอยแตกร้าวยาวกว่า 2 ฟุต
พระสุนทรกิติติคุณ กล่าวว่า เมื่อนวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้ยินเสียงดังคล้ายวัตถุตกแตกภายในวิหารหลวงจึงได้เข้าไปดูจึงพบรอยร้าวดังกล่าว และจะแจ้งให้ทางหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดพะเยา รายงานให้กรมศิลปากรมาดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขต่อไป
นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ ในเวลา 20.55 น. วันที่ 24 มี.ค. หลังจากนั้นได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคขึ้นตลอดทั้งคืนตรวจวัดได้ประมาณ 56 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นอาฟเตอร์ช็อคที่มีแรงสั่นสะเทือนเกิน 5 ริกเตอร์ จำนวน 6 ครั้ง แรงที่สุดวัดได้ 5.5 ริกเตอร์ ในเวลา 07.22 น. ( 25 มี.ค.) ส่วนที่เหลือมีแรงสั่นสะเทือนต่ำกว่า 5 ริกเตอร์
อาฟเตอร์ช็อคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้บริเวณจุดศูนย์กลางในประเทศพม่าและจังหวัดในภาคเหนือที่มีระยะทางไม่ห่างกันมากนัก อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อคต่อเนื่องไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งจะมีความรุนแรงมากน้อยสลับกันไปประมาณ 3-5 ริกเตอร์ แต่จะไม่รุนแรงมากกว่า 6 ริกเตอร์
สำหรับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ คาดการว่าจะเกิดจากรอยเลื่อน "น้ำมา" ของประเทศลาว รอยเลื่อนนี้มีแนวที่ต่อเนื่องเข้าไปในเขตพม่าซึ่งถูกระบุเป็นจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ขณะที่รอยเลื่อนน้ำมาอยู่ติดกับรอยเลื่อนแม่จันของไทยทำให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนถึงกันได้
นายอดิศร ฟุ้งขจร ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.เชียงใหม่ ในฐานะรองโฆษกสาขาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า อาฟเตอร์ช็อคที่เกิดขึ้นตามหลังเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งต้องเกิดขึ้นแน่ เพราะเมื่อแผ่นดินไหวแรงขนาดถึง 6.7 -7 ริกเตอร์แล้ว ธรรมชาติจำเป็นต้องคืนตัวสู่จุดภาวะสมดุลย์
การเกิดแผ่นดินไหวในพม่าครั้งนี้เกิดขึ้นที่รอยเลื่อนฉาน ในเขตรัฐฉานของพม่า ซึ่งขนานกับรอยเลื่อนเชียงแสนประมาณ 50 กิโลเมตรไปทางเหนือ และเกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ เมืองเซนไดญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใบเดียวกัน และมีความเชื่อมโยงเป็นพลวัตซึ่งกันและกัน อย่างกรณีที่เซนไดประเทศญี่ปุ่นนั้นแผ่นเปลือกโลกของแปซิฟิกมุดลงไปใต้เปลือกโลกของญี่ปุ่น เหมือนวัวกระทิงที่พยายามขวิดดันกันไปดันกันมาแล้วเปลือกแปซิฟิกก็ชนะญี่ปุ่น ส่งผลให้เปลือกโลกญี่ปุ่นขยับไป 2.4 เมตร จึงทำให้กระทบไปยังรอยเลื่อนอื่นๆเพราะเป็นโลกใบเดียวกัน
นายอดิศร กล่าวว่า ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวในพม่าในครั้งนี้ สิ่งที่น่าห่วงคือรอยเลื่อนจากพม่าได้วิ่งขนานมากับลอยเลื่อนไทยแล้วมาหักศอกตรงบริเวณเหนือ จ.แม่ฮ่องสอนไปประมาณ 30 กิโลเมตร น่าจะเกิดรอยตัดของเปลือกโลกบริเวณดังกล่าวซึ่งจะทำให้แผ่นดินไหวมีการเปลี่ยนทิศ ต้องจับตาให้ดีว่าโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวหรือการสะสมพลังในรอยเลื่อนที่ไม่เคยเกิดอาจเกิดขึ้น คืออาจเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ๆไม่เคยเกิดขึ้นได้หลังจากนี้
ขณะที่นางสาวจ๋ามตอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสตรีไทยใหญ่ ( Shan Wemen , Action network ) เผยถึงเหตุแผ่นดินไหวในพม่าว่า ที่บ้านท่าเดื่อ เหนือจังหวัดท่าขี้เหล็กไปราว 50 กิโลเมตร เขตเมืองเชียงตุง เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก มีบ้านเรือนพังถล่มหลายสิบหลัง รวมทั้งถนนและสะพาน แม้ล่าสุดจะยังไม่มีการยืนยันถึงจำนวนผู้เสียชีวิตแต่ในช่วงเช้าวันนี้ ชาวบ้านได้ทยอยขอรับโลงศพจากวัดของหมู่บ้านออกไปแล้ว 60 หีบ
ขณะเดียวกันจนถึงขณะนี้ทางการพม่ายังไม่มีการแจ้งเตือนประกาศใด ๆ ผ่านสื่อทุกประเภท มีเพียงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ออกมาดูความเสียหายแต่ยังไม่มีความช่วยเหลือใด ๆ และคาดว่าขณะนี้คงมีชาวพม่านับพันคนที่ต้องการความช่วยเหลือหลายด้านแต่ถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก
นายนรินทร์ มานะสุคนธ์ ชาวบ้านนาป้อ หมู่ 8 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เปิดเผยถึงแผ่นดินไหวว่า ตนเองนั่งอยู่หน้าบ้าน รู้สึกว่าบ้านมีอาการสั่นสะเทือน และตนเองมีอาการมึนงง เอียงไปเอียงมา เวียนหัว รู้สึกได้ประมาณ 5 นาที สอบถามเพื่อนบ้านก็มีอาการเดียวกัน จึงเชื่อว่าเกิดจากแผ่นดินไหว
นาย สุเทพ ทัพบำรุง ราษฏรหมู่บ้าน เจ แอนด์ จอยน์ กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่ในบ้านมีสิ่งของกระทบกันเสียงดัง จนตกใจและรู้สึกมีอาการสั่นไหว แต่ไม่มีอะไรเสียหายและได้โทรศัพท์สอบถาม ไปยังสถานีอุตุนิยมวิทยลำปาง แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รับสาย จนมาทราบข่าวจากทีวี ว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลำปาง รายงานว่า จากการสำรวจเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอ.เมืองลำปาง และพื้นที่ใกล้เคียงทั้ง 13 อำ เภอ ชาวบ้านทั่วทั้งจังหวัดลำปาง 13 อำเภอ พากันแตกตื่นตกใจ บางรายรีบออกมาจากบ้าน อย่างโกลาหล ความสั่นสะเทือนรู้สึกได้ ทำให้เปลเลี้ยงเด็กในบ้านแกว่ง กรอบรูปในบ้านและกระถางต้นไม้ที่ห้อยอยู่หน้าบ้าน เคลื่อนไหว นานประมาณ 20 วินาที
ส่วนตามสถานที่ อาคาร โรงแรม ที่มีความสูง ในตัวเมืองลำปาง เช่น โรงเรียนลำปางเวียงทอง กลางเมืองลำปาง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวเป็นตึกสูง 11 ชั้น แขกที่เข้ามาพักและนักท่องเที่ยวที่ โรงแรม ส่วนใหญ่เปิดห้องที่ชั้น ที่ 5 พากันวิ่งหนีลงมาทางบันไดหนีไฟ บางรายก็ไม่ได้ใส่รองเท้าบางรายก็นุ่งผ้าเช็ดตัว ลงมาผืนเดียว ซึ่งแขกที่มาพักบอกว่า รู้สึกเวียนศรีษะ บางรายขอเช็กเอาท์ คืนห้องพักเพราะกลัวแผ่นดินเหตุการณ์ไหวมาก ส่วนความเสียหายในพื้นที่ ต่างๆ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจ
ด้านนายสมบูรณ์ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง กล่าวว่า ได้รับรายงานการรับรู้การเกิดแผ่นดินไหวในจังหวัดเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ซึ่งมี 17 จังหวัดภาคเหนือทั้งหมด อยู่ในความดูแล โดยภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวซึ่งศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ในประเทศพม่า ประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย สามารถรับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวนาน และแรงที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ก็สามารถรับรู้ตามถึงแรงสั้นสะเทือนได้เช่นกัน แต่ไม่เท่าที่ จ.เชียงราย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางผ่านทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เข้าไปในประเทศพม่า
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ได้สั่งการด่วนไปยังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ที่กระจายอยู่ในแต่ละจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงอาสาสมัครป้องกันและเฝ้าระวังภัยพิบัติ ที่กระจายปฎิบัติหน้าที่อยู่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ให้ติดตามว่าจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ได้กระทบต่อพื้นที่อย่างไรบ้าง หากพบ ให้รีบประสานเข้ามายังสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ทันที
นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมทั้งให้รายงานเข้ามาทันที หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว



