
สงกรานต์สองวันตายแล้ว95ราย -อุบัติเหตุ930ครั้ง
ยอดรวมอุบัติเหตุสองวันในช่วงสงกรานต์ ตายแล้ว 95 ราย เกิดอุบัติเหตุ 930 ครั้ง คุมเข้มตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำ พร้อมกำชับให้เข้มงวดร้านค้าไม่ให้จำหน่ายสุราให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี
วันที่ 12 เม.ย. นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่สองของการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11 เม.ย.) โดยมีอุบัติเหตุทางถนนรวม 538 ครั้ง น้อยกว่าสถิติปี 2551 จำนวน 205 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจำนวน 59 ราย ซึ่งเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่เท่ากับปี 2551 และผู้บาดเจ็บ 582 ราย น้อยกว่าปี 2551 จำนวน 272 ราย ส่งผลให้ยอดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 930 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 95 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวน 992 ราย
ทั้งนี้สาเหตุหลักของอุบัติเหตุเกิดจากเมาแล้วขับและขับรถเร็วเกินกำหนด จึงขอกำชับให้จังหวัดปรับแผนการปฏิบัติงานเน้นตรวจจับผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์อย่างเข้มข้นบนถนนสายรอง โดยเฉพาะพื้นที่ที่จัดให้เล่นน้ำและงานบุญตามประเพณีของท้องถิ่น ตลอดจนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ถึงโทษของการดื่มแอลกอฮอล์และควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
นายถวัลย์รัฐ กล่าวอีกว่า ในส่วนของยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงร้อยละ 61.52 เกิดบนถนนอบต.และหมู่บ้านร้อยละ 31.41และเกิดบนถนนทางหลวงแผ่นดินร้อยละ 36.43 โดยช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เป็นช่วงกลางคืนร้อยละ 64.68 โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01-20.00 น.
ส่วนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน อายุระหว่าง 20-49 ปี สำหรับจังหวัดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุมี 3 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร อำนาจเจริญ และนราธิวาส ส่วนจังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุดมี 2 จังหวัด จังหวัดละ 27 ครั้ง คือ นครศรีธรรมราช และบุรีรัมย์ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด จำนวน 5 คน คือ นครราชสีมา และจังหวัดที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 26 คน
ทั้งนี้จากการตั้งจุดตรวจหลัก 3,028 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 716,317 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการ 3 ม.2ข.1ร. รวม 218,276 ราย ส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่มีใบขับขี่ 18,232 ราย รองลงมาไม่สวมหมวกนิรภัย 17,638 ราย
นายถวัลย์รัฐ กล่าวต่อว่า จากอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เมาสุราบนถนนสายรองในชุมชนและหมู่บ้าน จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและกวดขันผู้ที่รวมกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำและรถกระบะที่บรรทุกคนเล่นน้ำ
นอกจากนี้ให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตและตำรวจกวดขันร้านค้าให้จำหน่ายสุราได้เฉพาะช่วงเวลา 11.00-14.00 น. และ17.00-24.00 น. และไม่ให้จำหน่ายสุราแก่ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ได้กำชับให้จังหวัดกำหนดมาตรการเสริมความปลอดภัยในเขตพื้นที่ที่มีการเล่นน้ำเป็นพิเศษ เพราะสภาพถนนเปียกและลื่นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเล่นน้ำตามกรอบวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยหากพื้นที่ใดมีการจำหน่ายปืนฉีดน้ำที่มีลักษณะเป็นกระบอกสูบหรือใช้แรงอัดสูง ให้จับกุมทันที เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่นน้ำ สำหรับจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำให้กวดขันผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเรือเป็นพิเศษ โดยห้ามไม่ให้บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กำหนด



