ข่าว

เมียชาวไทยจ้วงแทงผัวเยอรมันดับสยองคาที่

เมียชาวไทยจ้วงแทงผัวเยอรมันดับสยองคาที่

25 มี.ค. 2554

ผัวเยอรมันเมาทุบประตูบ้านเรียกเมียสาวคนไทย แต่เมียไม่ยอมเปิด โมโหคว้าไม้เบสบอลทุบประตูจนพัง สุดท้ายถูกแทงสวนดับสยอง ปมเหตุมาจากปัญหาทรัพย์สิน

(25มี.ค.) เวลา 04.40 น. ร.ต.ต.ปรีชา หาสังข์ ร้อยเวรฯสภ.นาโยง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงที่บ้านเลขที่ 93/3 ม.5 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สันทัด วินสน ผกก.พ.ต.ท.ชัยชนะ ตรุยยานนท์ รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด รอง ผกก.สส.สภ.นาโยง

 ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวมีรั้วบ้าน โดยที่ประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้มีร่องรอยถูกทุบทำลายจนพังฉีกขาด และยังพบรอยราบเลือดเปรอะเปื้อนจำนวนมาก ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.นาโยง และแพทย์ส่งต่อไปยังรพ.ตรัง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อ นายแมนเฟรต แบล๊คเกอร์ อายุ 44 ปี ชาวเยอรมัน มีบาดแผลถูกอาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าที่บริเวณชายโครงขวา จำนวน 1 แผล ส่วนมือมีดรายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ น.ส.อุบลรัตน์ ไหมจันทร์ อายุ 28 ปี เจ้าของบ้านและภรรยา หลังก่อเหตุยืนถืออาวุธมีดทำครัวปลายแหลมเปื้อนเลือดที่ต่อด้ามไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 จากการสอบสวน ให้การรับสารภาพว่า ได้รู้จักกับผู้ตายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ในสมัยที่ตนทำงานในบาร์แห่งหนึ่ง ที่ จ.ภูเก็ต และต่อมาอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาที่ จ.ภูเก็ตได้ประมาณ 1 ปีเศษ ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดใน อ.นาโยง ได้ประมาณ 4 ปีแล้ว โดยระหว่างอยู่กินด้วยกันมีลูกสาววัย 4 ขวบเป็นพยานรัก1 คน โดยก่อนเกิดเหตุสามีได้ออกจากบ้านไปดื่มสุราในงานศพเพื่อนบ้านภายในวัดพระพุทธสิหิงค์  และเมื่อเมากลับมา ก็มาทุบประตูบ้านโวยวายเรียกให้ตน ซึ่งกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในบ้านให้เปิดประตู แต่ตนไม่ยอมเปิด เพราะยังไม่หายโกรธที่ตนแอบจับได้ว่า ผู้ตาย แอบนำกุญแจไปไขเปิดตู้ และแอบนำสมุดทะเบียน รถจยย. สร้อยคอ และแหวนทองคำ 2 วงของตน ไปเก็บไว้ โดยไม่บอกให้ตนทราบ และเมื่อตนทราบ ก็พยายามขอคืน แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ ทำให้ตนต้องแก้เผ็ดคืน โดยการแอบนำสมุดทะเบียนรถจยย.ของสามีไปแอบเก็บไว้ เพื่อเป็นข้อต่อรองให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดให้กับตน แต่ผู้ตายก็ยังไม่ยอมคืนให้ จึงทำให้ 2 วันที่ผ่านมา ตนกับสามีมีปากเสียงระหองระแหงทะเลาะกันด้วยเรื่องดังกล่าวประจำ ทำให้ตนเก็บความโกรธไว้ และไม่ยอมเปิดให้ และบอกให้ผู้ตายหยุดทำลายทรัพย์สินพร้อมขู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดี

 สักพักผู้ตายก็เดินออกจากบ้านไป และก็กลับเข้ามาอีกรอบคราวนี้ได้ใช้ไม้เบสบอลทุบประตูหลายครั้ง ทำให้ตนโมโหวิ่งไปคว้ามีดทำครัวปลายแหลม ที่ผู้ตายต่อด้ามไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร เพื่อให้ตนใช้สำหรับป้องกันตนเอง ออกมายืนถือหน้าประตูและบอกผู้ตายให้หยุดทำลายทรัพย์สินอีกครั้ง และบอกว่าหากไม่หยุดจะแทงสวนออกไป แต่ผู้ตายไม่ยอมฟังยังคงทุบทำลายประตู จนประตูไม้พังเป็นแทบ ทำให้ตนโกรธและโมโหมาก จึงแทงสวนผู้ตายออกไปจากในบ้าน จนเซถลาล้มฟุบร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดกับพื้น ด้วยความตกใจจึงได้โทรศัพท์เรียกให้ญาติพี่น้อง ช่วยกันนำร่างอันโชกเลือดของสามีส่ง รพ.และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางตำรวจ ได้นำ น.ส.อุบลรัตน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต