
พม่าจับนักท่องเที่ยวแคนนาดาถ่ายภาพ
ทหารพม่าจับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาหลังข้ามไปบันทึกภาพนฝั่งพม่า ตรงข้ามบ้านวาเลย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก นอภ.พบพระ เร่งประสาน ตม.ไทย เจรจา ตม.พม่า ปล่อยตัวนักท่องเที่ยวแคนนาดา หลังถูกทหารพม่าจับตัวไป เผยทหารไทยห้ามปรามแล้ว แต่ยังลับลอบข้ามแดนไปจนถูกจับตัว
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2554 ทหารรัฐบาลพม่าที่ปฏิบัติการอยู่ในค่ายวาเล่ย์ ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ได้จับกุมตัวนายลอน นู นักท่องเที่ยวชาวแคนาดา อายุ 60 ปี บริเวณหมู่บ้านวาเล่ย์ ฝั่งพม่า โดยขณะกำลังจับกุมนั้น นายลอนนู กำลังใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 54 เจ้าหน้าที่ฝ่ายพม่าจึงควบคุมตัวเข้าไปสอบสวนที่กองบังคับการยุทธวิธี ของทหารพม่า ลึกจากชายแดนไทย - พม่า หรือ จากบ้านวาเล่ย์ประมาณ 7 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปยังฝั่งพม่าของนายลอน นู นั้น ได้เดินทางเข้าไปฝั่งพม่า หลังจากทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.กับ ทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ( เคเอ็นยู. ) เข้าโจมตีฐานทหารพม่า และเผาบ้านราษฎรบ้านวาเล่ย์ไป 4 หลัง และมีการปะทะกับทหารพม่านาน กว่า 10 นาที ซึ่งในระหว่างการสู้รบนั้น มีราษฎรพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยง หนีมาเขตไทยกว่า 100 คน
เจ้าหน้าที่พม่าในพื้นที่บ้านวาเล่ย์แจ้งว่า ทหารพม่าไม่ได้ใส่กุญแจมือไว้ หรือคุมขังนายลอน นูไว้ ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่อยู่ภายใต้การคุมของทหาร และขณะนี้รอให้หน่วยเหนือมีคำสั่งจะปล่อยหรือ ไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลอน นู ต้องการให้ทางสถานทูตแคนดาที่กรุงเทพฯ ทราบว่า เขาถูกจับกุมโดยทหารพม่า และก่อนที่นายลอน นู จะข้ามไปฝั่งพม่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ที่ปฏิบัติหน้าที่บ้านวาเล่ย์ ได้ห้ามปรามไปแล้ว แต่นายลอน นู ได้ลอบไปใช้ช่องทางอื่น ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่เข้าไปฝั่งพม่า
นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทหารรัฐบาลพม่าจับกุมตัวนายลอน นู นักท่องเที่ยวชาวแคนาดา อายุ 60 ปี บริเวณหมู่บ้านวาเล่ย์ ฝั่งพม่า ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ว่า นายลอนถูกจับทหารพม่า ที่ปฏิบัติการอยู่ในค่ายวาเล่ย์ ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ( 23 มี.ค.) ระหว่างลับลอบข้ามชายแดนเข้าไปในฝั่งพม่าและกำลังถ่ายภาพอยู่ ก่อนถูกควบคุมตัวเข้าไปสอบสวนที่กองบังคับการยุทธวิธี ของทหารพม่า ลึกจากชายแดนไทย - พม่า หรือ จากบ้านวาเล่ย์ประมาณ 7 กม.
ทั้งนี้หลังอำเภอทราบข่าวได้ประสานขอให้นักธุรกิจชาวไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในฝั่งพม่าช่วยประสานเจรจากับทหารพม่าในระดับพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการเพื่อขอให้ปล่อยตัวนักท่องเที่ยวชาวแคนนาดารายนี้ แต่เบื้องต้นทหารพม่าอ้างว่าต้องปฎิบัติตามกฆมายเนื่องจากนักท่องเที่ยวรายนี้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
นายพจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาชายแดนไทย-พม่าด้านอ.พบพระประชาชนทั้งสองประเทศจะได้รับอนุโลมให้ข้ามแดนได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือสือเดินทางชั่วคราว เนื่องจากพรมแดนมีลักษณะเป็นพื้นที่ป่า มีลำน้ำกั้นเท่านั้น ชาวบ้านทั้งสองฝั่งจะข้ามไปมาเป็นวิถีชีวิตปกติของหมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดน เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมส่วนชาวพม่าจะข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แต่หลังจากทหารพม่าเข้ามายึดพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเดิมอยู่ในเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง จึงมีความพยายามจะปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านวาเลย์ในฝั่งพม่าให้เป็นอำเภอหนึ่งของพม่า มีส่วนราชการตั้งอยู่
"เมื่อกลายเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย วันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.)อำเภอจึงประสานไปยัง ตม.ไทยเพื่อช่วยประสานไปยัง ตม.พม่า ให้ปล่อยตัวชาวแคนนาดาอีกครั้ง เป็นความพยายามแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ก่อนเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย"นายพจน์กล่าว
ส่วนสาเหตุที่นักท่องเที่ยวแคนนาดารายนี้ลักลอบข้ามแดนไป ทั่งที่ทหารไทยได้ห้ามปรามแล้วยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อย่างไรก็ตามแม้ชายแดนไทย-พม่าด้านอ.พบพระการสู่รบจะสงบลงแล้วเพราะทหารพม่าได้ยึดพื้นที่จากชนกลุ่มน้อย แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยเพราะชนกลุ่มน้อยยังซุ่มโจมตีอยู่เป็นระยะ



